2006/Oct/11

Sawney Bean (15th Century)

ต้นศตวรรษที่ 15 แคว้นแกลอเวลทางตะวันตกเฉียงใต้ของสก็อตแลนด์เกิดคดีคนหายสาบสูญติดต่อกันเป็นจำนวนมาก ทางการได้มีการส่งกำลังมาจับกุมคนร้ายหลายครั้ง หากก็มีแต่จับคนผิดตัว ผู้บริสุทธิ์หลายรายถูกลงโทษประหารไปโดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิด และนักเดินทางก็ยังคนหายตัวอยู่อย่างต่อเนื่อง

จนกระทั่งวันหนึ่ง สามีภรรยาคู่หนึ่งอยู่ระหว่างทางกลับบ้านจากงานเทศกาล จู่ๆก็ปรากฏกลุ่มคนจำนวนหนึ่งเข้ามาทำร้าย ในขณะที่สามีกำลังถูกต่อสู้ขัดขืนอยู่ ภรรยาของเขาก็ถูกดึงลงจากหลังม้าและฆ่าทิ้ง แต่เท่านั้นยังไม่จบ กลุ่มคนร้ายได้ทำการชำแหละท้องและเฉือนร่างภรรยาเป็นชิ้นๆต่อหน้าผู้เป็นสามี
ชายสามีตื่นตระหนกและขัดขืนอย่างเต็มกำลัง โชคยังดีที่คนกลุ่มใหญ่ซึ่งกลับมาจากงานเทศกาลเดียวกันผ่านมาพอดี กลุ่มคนร้ายซึ่งมีจำนวนน้อยกว่าจึงทิ้งชายสามีและศพของภรรยาแล้วหนีไป
นี่เป็นความผิดพลาดครั้งแรกและครั้งเดียวในการก่ออาชญากรรมของครอบครัวบีน และความผิดพลาดนี้เองที่นำไปสู่การปิดฉากการกระทำอันสยดสยองของพวกเขาที่ต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปี

ซอว์นี่ บีน เกิดในบ้านนอกของสก็อตแลนด์ มีนิสัยหยาบคายและเป็นคนเกียจคร้าน เมื่อถึงวัยทำงานก็ไม่อยากสืบงานที่บ้านต่อ รีบหนีออกจากบ้านไปตั้งแต่เนิ่นๆ
เขาได้แต่งงานกับหญิงที่มีนิสัยเข้ากันได้และย้ายเข้าไปอยู่ในถ้ำซึ่งหันหน้าออกไปยังชายหาดแกลอเวล ลักษณะพิเศษของถ้ำนี้คือ ในยามปกติ ชายหาดหน้าถ้ำจะเป็นลานกว้าง เข้าออกได้ง่าย แต่เมื่อถึงยามน้ำขึ้น 2 วันครั้ง น้ำจะท่วมพื้นที่กว่า 100 ยาร์ดหน้าปากถ้ำเป็นการกันไม่ให้คนนอกเข้ามาได้ ภายในถ้ำลึกและคดเคี้ยวไปมา แม้จะมืดและมีอากาศชื้น หากก็เป็นที่อยู่อันสบายสำหรับสองสามีภรรยาบีน ซึ่งถ้ำนี้เองที่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ไม่มีใครหาพวกเขาพบเป็นเวลาหลายปี

ซอว์นี่เริ่มหากินด้วยอาชีพโจร ถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้านนั้นเปลี่ยว มีคนไม่มากนัก ทำให้เขาสามารถปล้นคนได้อย่างสบาย แต่เนื่องจากซอว์นี่เกรงว่าหากนำของมีค่าของเหยื่อไปขาย อาจทำให้กลายเป็นเบาะแสภายหลังได้ เขาจึงนำแต่เงินสดมาใช้ ส่วนของมีค่าต่างๆก็เก็บสุมๆไว้ในถ้ำนั่นเอง
ในไม่ช้า เมื่อมีลูก เงินสดที่ปล้นมาไม่พอที่จะเลี้ยงครอบครัวได้ ซอว์นี่นั่งครุ่นคิดปัญหานี้อยู่นาน ก่อนจะปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า"อ้าว กินเนื้อคนที่เราฆ่าก็ได้นี่ มีเนื้อทั้งที ทิ้งไปก็น่าเสียดายแย่"
ซอว์นี่เริ่มตามแผนยิงนัดเดียวได้นกสองตัวนี้ทันที หลังจากปล้นและฆ่าเหยื่อแล้วก็ลากศพของเหยื่อมายังถ้ำ จัดการชำแหละและหั่นเนื้อเป็นชิ้นๆ ดองเกลือและแขวนเอาไว้ในถ้ำ กระดูกก็นำไปสุมทิ้งไว้อีกที่หนึ่ง ครอบครัวบีนใช้วิธีนี้ในการดำรงชีพอยู่กว่า 20 ปีทีเดียว

ชีวิตของพวกเขาเริ่มเข้ารูปเข้ารอย คุณนายบีนออกลูกมีหลานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เด็กๆที่โตในถ้ำต่างก็ใช้ชีวิตที่นั่นและกินเนื้อคนอย่างเป็นเรื่องปกติ สำหรับพวกเขาการปล้น การฆ่าและการกินเนื้อคนเป็นเหมือนเรื่องธรรมดาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตอยู่นี่เอง แต่ไม่ว่าครอบครัวบีนจะใหญ่ขึ้นแค่ไหน พวกเขาก็ไม่มีการกินกันเองอย่างเด็ดขาด
สิ่งที่เด็กๆของครอบครัวบีนเรียนรู้ในถ้ำก็มีเทคนิคในการฆ่า การชำแหละเนื้อและการถนอมอาหาร พวกเขาพูดได้เพียงภาษาอย่างพื้นฐานและเห็นคนจากโลกภายนอกเป็นเพียงเป้าหมายในการฆ่าและอาหารเท่านั้น ในไม่ช้าพวกเด็กก็โตพอจะช่วยงานได้ การปล้นฆ่าของครอบครัวบีนเริ่มกลายเป็นระบบ พวกเขาขัดเกลาฝีมือจนมีความชำนาญเหมือนกองทัพย่อยๆทำให้งานเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว แม้จะมีกว่า 40 ปากท้องที่ต้องเลี้ยงดู แต่ก็ไม่มีใครในครอบครัวเคยอดเลย หนำซ้ำ เนื้อยังจะเหลือจนกินไม่ทัน ต้องทิ้งที่เน่าไปเสียด้วย
แม้จะมีคนสงสัยถ้ำที่พวกเขาอาศัยอยู่ (คนชักเยอะ ออกมาป้วนเปี้ยนอยู่หน้าถ้ำบ่อยๆ) แต่เมื่อมีคนมาสืบก็เหมือนเอาเนื้อมาป้อนปาก ทุกรายต่างก็ถูกฆ่า กลายเป็นอาหารเลี้ยงคนของบีนต่อไป
เหยื่อทุกราย ไม่เคยมีใครหนีรอดไปได้ พวกบีนไม่เคยทำพลาดเหลือหลักฐานไว้เลยจนกระทั่งคดีของคู่สามีภรรยาที่กล่าวไว้ข้างต้นเกิดขึ้น โดยบันทึกแล้ว เหยื่อที่หนีรอดเงื้อมมือครอบครัวบีนไปได้มีเพียงชายสามีคนนี้ผู้เดียว

เมื่อได้รับการร้องเรียน ทางการจึงสันนิษฐานว่าน่าจะมีกลุ่มโจรที่กินเนื้อคนกบดานอยู่ที่นี่ จึงส่งกำลังคนกว่า 400 คนนำโดยพระเจ้าเจมส์ที่ 1 พระองค์เองมาเพื่อค้นหา พวกเขาค้นพบถ้ำและเมื่อบุกเข้าไปก็พบกับภาพอันเหลือเชื่อ
แขน ขา ลำตัวของทั้งชายหญิง ถูกตัดเป็นท่อนๆ แขวนไว้ตามผนังราวกับร้านขายเนื้อ ของมีค่าเช่นนาฬิกา แหวน หรือเพชรพลอยถูกกองสุมๆอยู่อีกมุมหนึ่ง พร้อมกับเสื้อผ้าจำนวนมาก ในรูใกล้ๆกันนั้นเต็มไปด้วยกระดูกของมนุษย์ที่สะสมไว้เป็นเวลา 25 ปี

ในตอนที่ทหารบุกเข้าไปถึงนั้น ครอบครัวบีนอยู่กันพร้อมหน้า และยิ่งน่าตกใจว่าในขณะนั้น พวกเขามีจำนวนคนถึง 48 คนด้วยกัน (นายและนางบีน ลูกชาย 8 คน ลูกสาว 6 คน หลายชาย 18 คน หลานสาว 14 คน ....รุ่นหลานนี่มาจากพ่อแม่ซึ่งเป็นพี่น้องกันเอง)
พวกบีนพยายามสู้ขัดขืน แต่น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ ทุกคนถูกจับกุมและนำตัวขึ้นศาล จากการกระทำอันโหดร้ายผิดมนุษย์มนารวมทั้งไม่สามารถเห็นแววสำนึกผิดหรือเข้าใจว่าตัวเองกระทำผิดในตัวคนของบีนได้เลย ศาลจึงตัดสินประหารทั้งครอบครัวโดยไม่มียกเว้นแม้แต่เด็กทารก
ผู้ชายของบีนถูกตัดแขนขาทิ้งเช่นเดียวกับที่พวกเขาทำกับเหยื่อแล้วปล่อยให้ตาย ผู้หญิงถูกบังคับให้ดูภาพนั้นก่อนจะถูกเผาทั้งเป็น

เป็นอันจบชีวิตมนุษย์กินคนในถ้ำที่ยาวนานกว่า 20 ปีในที่สุด

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
น่ากลัวมากๆ ง่ะ กินเข้าไปได้ไงเนี่ย ... ชอบอ่านเรื่องแนวนี้จังเลย จะตามมาอ่านบ่อยๆ นะคะ
#1  by  yakcute At 2006-10-11 14:34, 
น่ากลัวง่ะ กินคนเข้าไปได้ไงเนี่ย

ดีนะที่ไม่ได้เกิดยุคนั้น ไม่งั้นกลายเปงเหยื่อแหงๆ
#2  by  -:-Ray&Rin-:-แฝดแสบป่วนX2 At 2006-10-11 14:36, 
สนุกๆ ไว้คราวหน้าจะแวะเข้ามาอ่านบ่อยๆ ชอบๆ
#3  by  ฿฿- Try -฿฿ At 2006-10-11 14:37, 
เกือบ 50 คน...กะดำรงเผ่าพันธุ์ใหม่เลยเรอะนั่น (เคยได้ยินกรณีคล้าย ๆ แบบนี้เหมือนกัน แต่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอเมริกา แล้วก็ยังไม่ถึงขั้นมีหลาน =_=' )

เวลาไปเที่ยวแถบชนบท แล้วนึกถึงเรื่องแบบนี้ขึ้นมา... หึ หึ หึ หึ
#4  by  กระรอกโฉด At 2006-10-11 14:41, 
อ่านจบแล้ว...รู้สึกว่า อึ๋ย...ทำไมมันมีเยอะอย่างนี้ เอากันเองซีนะ...ชักสยอง...ประมาณว่า เดินไปเที่ยวชายหาด หิวน้ำจัง มีถ้ำด้วย ว้าวมีคนอยู่หน้าถ้ำ ลองไปขอน้ำเค้ากินดีก่า.......ไม่อยากคิดต่อ...คงต้องเป็นอาหารไอ้พวกนั้น 48คน พวก วิกลจริต
#5  by  Squalid .. AvA ♣ At 2006-10-11 14:41, 
เฮ่ยยยยยยย.....มีงี้ด้วย
ตั้ง 48 คน
เป็นญาติกันเอง เอากันเอง ได้กันเอง กร๊ากๆๆๆๆๆๆๆ
5555+

ถ้าไม่บุกเข้าไปจับซะก่อนนะ สงสัยคงจะขยายเผ่าพันธุ์เป็น ร้อยๆคนเลยมั้งนั่น 555+

แต่ว่า......เนื้อคนนี่มันอร่อยหรอวะเนี่ย 55555+
คงต้องไปถามตระกูลบีนสินะ (/*ถามยังไงมันตายหมดแล้ว-*-)

5555+

สนุกดีๆ เอาเรื่องสนุกๆแบบนี้มางอีกนะ
ชอบบบบบบบบบบบบบบบบ 555+

#6  by  ★l l.::sakimamo::.l l★ At 2006-10-11 14:52, 
...เอ้อ - -" แปลก และไม่อยากพบเจอ
แปลกดีค่ะ...เรื่องนี้ไม่เคยได้ยินเลย แต่ก้อไม่อยากเจอ เหอๆๆ คงผวาพิลึก...
#8  by  imai283 At 2006-10-11 16:52, 
ฮู้ววว คดีนี้สุดยอดด (ไม่เคยเจอมาก่อนเลยนะ)

โอ้จังไปเก็บข้อมูลมาจากที่ไหนเนี้ย
#9  by  aerith-chan At 2006-10-11 20:57, 
โห...ตระกูลนักฆ่าชัดๆ ว่าแต่กินเนื้อคนที่ปล้นนี่ก็ประหยัดดีนะ แต่เจริญเติบโตกันมาถึงรุ่นหลานแล้วนี่...รุ่นปู่ย่าตายายยังอยู่ครบจะตีความได้หรือเปล่านะว่ากินเนื่อคนแล้วสุขภาพดี...
#10  by  naranjina At 2006-10-11 21:11, 
น่ากลัวเนอะ ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เลยเนอะ เหมือนกับคนวิปริตได้มาอยู่ด้วยกัน พอมีลูกหลานก็เลยเสี้ยมสอนให้กินคนจนเป็นเรื่องธรรมดา ตอนโดนจับคงงงเนอะว่าทำผิดอะไร
#11  by  .-+^melody^+-. At 2006-10-11 22:56, 
>>คุณ yakcute
>>คุณ Kagura & Halfreira
>>คุณ Try
>>คุณจตุรดา
ขออนุญาติตอบรวบค่ะ
เรื่องของกันนิบาลิซึ่ม (มนุษย์กินคน) นี่ลองหาๆดูแล้วจะพบอยู่เกือบทุกยุคค่ะ มีทั้งที่กินด้วยความจำเป็นและที่กินด้วยความชอบ และการกินเนื้อคนนี้ยังเป็นข้อหาหนึ่งในการฟ้องคดีแม่มดเมื่อยุคกลางด้วยค่ะ



>>คุณ ratatosk
>>คุณ So Lonely
>>คุณซาคิ
>>คุณ imai283
ขออนุญาตรวบตอบค่ะ
ที่ครอบครัวบีนโดนจับได้ นี่พูดไปแล้วก็มีสาเหตุมาจากที่ปล่อยให้เหยื่อรายสุดท้ายหนีไปได้นี่แหละค่ะ ซึ่งนั่นก็เนื่องมาจากความบังเอิญอีกต่างหาก ต้องขอบคุณคนที่บังเอิญเดินผ่านมาตอนนั้นจริงๆ ไม่งั้นคงไม่จบแค่รุ่นหลานหรอกค่ะ อาจมีต่อถึงรุ่นเหลน
สก๊อตแลนด์นี่ เมื่อปีก่อนข้าพเจ้าก็เพิ่งไปมาค่ะ ไปแบบไปเองแล้วเช่ารถขับกัน (แต่ออกนอกเมืองไปล็อคเนสนี่ซื้อทัวร์ไป) ขอบอกค่ะว่านี่ขนาดศตวรรษที่ 20 แล้วก็ยังเป็นแถบที่เงียบมากค่ะ นี่ขนาดเอดินเบรอะที่เป็นเมืองใหญ่นะ ถ้าเป็นชนบทศตวรรษที่ 15 จะเงียบขนาดไหน ออกนอกเมืองนี่มีแต่นากับแกะกับนากับแกะกับวัว บางทีถึงจะเจอคนเดินมา นึกถึงเรื่องนี้แล้วก็สยอง (แต่ให้สยองกว่าต้องอเมริกาค่ะ)
แต่สก๊อตแลนด์สวยมากนะคะ? เต็มไปด้วยภูเขา ที่ราบ ทะเลสาปและซากปราสาท แต่ให้ไปคนเดียวคงไม่ไหว



>>คุณ aerith-chan
ครอบครัวบีนนี่ลองค้นดูบนเน็ตจะฮิทเพียบเลยค่ะ ส่วนใหญ่ข้าพเจ้าก็ค้นเอาจากเน็ตเนี่ยแหละค่ะ เวลาเจอชื่อในหนังสือพิมพ์หรือนิตยสารหรือหนังสือหรือบทความก็ลองเอามาหาขยายข้อมูลดู อย่างเรือแมรี่เซเลสเต้นี่เจอเพราะคนชอบเอามาใส่ในประโยคเปรียบเทียบบ่อยๆค่ะ เป็นคดีดังทีเดียว แต่เมืองไทยไม่ค่อยมีคนรู้จักเท่านั้นเอง



>>คุณ naranjina
>>คุณ melody
25 ปีก็ไม่นับว่านานมากค่ะถ้าจะสร้างครอบครัวให้ถึงรุ่นหลาน เพราะคนสมัยก่อนมักจะแต่งงานตั้งแต่อายุยังน้อยอยู่ ยิ่งอยู่ในถ้ำ นอกจากออกไปปล้นคนแล้วก็ไม่มีอะไรให้ทำมาก เลยยิ่งขยายครอบครัวได้เร็วกระมังคะ
และอาจจะเป็นเพราะการแต่งงานกันในหมู่พี่น้องนี่กระมังที่ทำให้เกิดเด็กที่มีความผิดปกติด้านจิตใจ (แน่นอนว่าการเลี้ยงดูก็มีส่วนด้วย)
#12  by  ohx3 At 2006-10-12 09:00, 
สมน้ำหน้าอยากกินกันไม่ยอมชวนโดนซ้า

#13  by  colonytommy At 2006-10-14 13:08, 
สงสัยเป็นต้นแบบหนังตระกูลเลื่อยไฟฟ้าแน่ๆเลย
บรึ๋ย~~~
ปล.อ่านๆไปแล้วรูสึกว่า เพระความขี้เกียจของคนสองคน เลยกลายเป็นแบบนี้ซะได้ =_=
#14  by  YokeK.N. At 2007-03-10 15:14, 
>>คุณทอมมี่
ถึงมาชวน ข้าพเจ้าก็ไม่อยากไปร่วมวงด้วยค่ะ



>>คุณ YokeK
ข้าพเจ้าว่าไอ้เจ้าสิ่งที่ครอบครัวบีนทำอยู่นี่มันก็ใช่ว่าจะสบายค่ะ เขาอาจจะไม่ต้องลำบากแบบเดียวกับคนอื่น แต่ก็ยังมีความลำบากอย่างอื่นอยู่ด้วยเหมือนกัน
....แบบนี้มั้งคะที่เขาเรียกว่ามีชีวิตแบบสั้นๆแต่หนาๆ
#15  by  ohx3 At 2007-03-12 08:41, 
กิน ด.อ กูนิ
#16  by  บิ (118.173.129.101) At 2009-01-12 10:21, 
มากินหีกูนิมาไอบิอ
#17  by  ยุย (118.173.129.101) At 2009-01-12 10:22, 
embarrassed
#18  by  ลอน (203.172.169.210) At 2009-05-14 09:55, 
big smile
#19  by   (118.175.163.62) At 2009-06-01 13:49, 
#20  by   (117.47.128.182) At 2009-06-23 00:04, 
โห ทำไปได้ไง กว่า20ปี
มีสมาชิก48คน เหลือเชื่อจริงๆ ชีวิต
#21  by  AtsuzA At 2009-06-27 05:15, 
กกเดดเเพเดฟ่รารวาเเดสบสทาฝดดะวงสาษ้เท สฝใ tongue embarrassed surprised smile double wink double wink big smile open-mounthed smile confused smile open-mounthed smile sad smile
#22  by  เดเเด (125.26.229.129) At 2009-08-20 12:59, 
ดเดก้angry smile embarrassed
#23  by   (125.27.248.176) At 2009-09-02 16:49, 
sad smile
#24  by  poo (58.8.107.86) At 2009-09-11 01:55, 
wink เออ........................
#25  by  ดา (125.25.20.23) At 2009-10-02 16:40, 
น่าหวาดเสียวจิงๆsad smile
#26  by  ิบอย (125.24.161.124) At 2009-10-06 10:34, 
sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile sad smile
ไม่น่าอ่านเลยยยยยยยยยยยยยย
#27  by   (118.173.53.205) At 2009-10-23 19:25, 

<< Home


ohx3 (ohohoh)
View full profile