2006/Nov/14

The Winchester Mystery House

วันนี้มาด้วยอารมณ์เขียนโบรชัวร์นำเที่ยวค่ะ ไม่มีโหดไม่มีเสียว คาดว่าน่าจะเป็นเอนทรี่ที่อ่านด้วยความโล่งใจได้ ไม่ต้องคอยกังวลข้างหลัง
คุณ Kagura & Haruka ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีเควส และอาจต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยข้าพเจ้าไม่สามารถเขียนให้เป็นแนวผีหลอนได้ค่ะ orz

ศตวรรษที่ 19ประเทศอเมริกา รัฐคอนเนติคัท วิลเลี่ยมและซาร่า วินเชสเตอร์อาศัยอยู่ที่นั่นและทำอาชีพผลิตปืน โอลิเวอร์ พ่อของวิลเลี่ยมได้คิดค้นปืนแบบใหม่ซึ่งสามารถบรรจุกระสุนได้ทีเดียว 13 นัดจากที่เดิมยิงได้เพียงทีละนัด นับเป็นปฏิวัติครั้งใหญ่สำหรับปืนไรเฟิ่ลทีเดียว จนถึงกับมีการเรียกปืนไรเฟิ่ลรุ่นปี 1873 ของวินเชสเตอร์ว่า"The Gun That Won The West"
วิลเลี่ยมขายปืนของพวกเขาให้กับรัฐบาลอเมริกา การทดสอบเป็นไปได้ด้วยดีและปืนก็ถูกนำไปใช้อย่างเป็นทางการโดยทหาร และในขณะเดียวกันมันก็แพร่หลายไปทั่ว ไม่เฉพาะเพียงในอเมริกาเท่านั้น ยังเป็นที่นิยมไปถึงประเทศอื่นๆจนเกือบทั่วโลกอีกด้วย ตระกูลวินเชสเตอร์จึงยิ่งร่ำรวยหนักกลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน



หลังจากประสบความสำเร็จทางธุรกิจไม่นานนัก ซาร่าก็ให้กำเนิดแอนซึ่งเป็นลูกสาวคนแรกหลังจากแต่งงานมาได้ 4 ปี แต่เพียง 1 เดือนหลังจากนั้น แอนก็เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุและทั้งสองก็ไม่มีเคยมีลูกอีกเลย
จากนั้นไม่นาน โอลิเวอร์ซึ่งเป็นผู้คิดค้นปืนวินเชสเตอร์ก็ตายอย่างกะทันหัน วิลเลี่ยมเข้าดูแลกิจการทั้งหมดแทน หากเพียง 1 ปีหลังจากนั้น เขาก็เสียชีวิตลงด้วยโรคปอด

ซาร่าซึ่งถูกเหลือไว้เพียงลำพังไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครดี บังเอิญในเวลานั้น อเมริกากำลังฮิตเรื่องผีเข้าเจ้าทรงพอดี ซาร่าผู้เปล่าเปลี่ยว (แต่เงินเยอะ) จึงตั้งความหวังอยากจะพบกับครอบครัวของเธออีกครั้งแม้พวกเขาจะเป็นวิญญาณก็ตาม
ซาร่าจัดงานเรียกวิญญาณขึ้นและถามคนทรงของเธอถึงสามีและลูกสาว แต่วิญญาณที่มาลงกลับไม่ใช่ทั้งสอง

วิญญาณบอกว่าตัวเองเป็นคนที่ตายด้วยไรเฟิ่ลที่ตระกูลวินเชสเตอร์ทำขึ้น และยังมีวิญญาณอีกมากมายที่แค้นวินเชสเตอร์ด้วยสาเหตุเดียวกัน พวกเขาจึงสาปตระกูลวินเชสเตอร์ให้ต้องประสบกับเคราะห์กรรมต่างๆนานา คนทรงบอกกับซาร่าว่า เธอจะต้องไปยังฝั่งตะวันตก และสร้างบ้านที่นั่นไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าเธอหยุดสร้างเมื่อใด เธอก็จะต้องตายด้วยคำสาป

ซาร่าทิ้งบ้านที่คอนติเนคัทและย้ายไปยังซานโจเซ่ในแคลิฟอร์เนีย เธอซื้อบ้านนาขนาด 8 ห้องที่นั่นและเริ่มต้นการต่อเติมในปี 1844 ซาร่าเริ่มพิธีเรียกวิญญาณด้วยตัวเอง และวิญญาณก็คอยบอกเธอว่าจะต้องต่อเติมบ้านต่อไปยังไง ในไม่ช้า บ้านที่เดิมเคยมี 8 ห้องก็กลายมาเป็นเขาวงกตขนาดย่อม
ห้องกว่า 100 ห้องถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีเหตุผล แต่ละที่มีการสร้างกับดักไว้กันวิญญาณมากมาย ประตูที่เปิดเข้าไปแล้วเจอกำแพง บันไดที่นำไปเจอทางตัน ยังมีบันไดซึ่งมีขั้นสูงเพียง 5 เซนติเมตร ประตูที่เปิดจากชั้นสองออกไปนอกบ้านโดยไม่มีระเบียง


บันไดซึ่งไปสุดอยู่ที่เพดาน

ซาร่าให้ความสำคัญกับเลข 13 เป็นพิเศษโดยเชื่อว่าเป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู ห้องซึ่งถูกแบ่งด้วยแผ่นผนัง 13 แผ่น เพดานซึ่งถูกปูด้วยแผ่นไม้ 13 แผ่น เทียนไข 13 แท่งบนโคมระย้า ห้องแต่งตัวและห้องน้ำ 13 ห้อง ช่างไม้ซึ่งเป็นผู้ต่อเติมก็มี 13 คน
ภายในบ้านถูกตบแต่งด้วยสิ่งประดับชั้นเลิศซึ่งสั่งมาจากต่างประเทศ มีทั้งชักโครก น้ำร้อนและเครื่องปั่นไฟซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในยุคนั้น

ปี 1907 แคลิฟอร์เนียประสบกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ บ้านวินเชสเตอร์ซึ่งเดิมมี 7 ชั้นก็ได้รับความเสียหายจนเหลือเพียง 4 ชั้น ห้องนอนของซาร่าซึ่งอยู่ชั้น 4 ถูกผนังทลายลงมาปิดทับและเธอก็หลงทางอยู่ในบ้านของตัวเอง ซาร่าสิ้นหวังจนคิดว่าเธอคงต้องมาตายที่นี่แล้ว หากไม่กี่ชั่วโมงถัดมาเธอก็ได้รับการช่วยเหลือออกมาโดยปลอดภัย และนั่นก็ยิ่งทำให้ซาร่าทุ่มทุนกับการต่อเติมบ้านหนักขึ้นไปอีก



ปี 1922 ซาร่าจากโลกนี้ไปด้วยอายุ 84 ปีและคฤหาสน์ก็หยุดการเติบโต เธอใช้เงินจำนวนมาก(ได้จากสิทธิบัตรของไรเฟิ่ล)สร้างบ้านก็จริง แต่โดยชีวิตส่วนตัวแล้ว เธออยู่อย่างเรียบง่ายและประหยัด จะมีการใช้เงินก้อนใหญ่ก็ต่อเมื่อเป็นการบริจาคเพื่อสังคมเท่านั้นเอง โรงงานผลิตไรเฟิ่ลวินเชสเตอร์ถูกขายทอดผ่านมือคนไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนปัจจุบันได้กลายเป็นโรงงานทำปืนสำหรับล่าสัตว์

คฤหาสน์วินเชสเตอร์ถูกสร้างเป็นเวลา 38 ปี ในปี 1974 ได้ถูกบันทึกเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ปัจจุบันนี้เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม นอกจากในแง่การก่อสร้างอันพิศดารแล้วยังมีชื่อว่าเป็นบ้านผีสิงอีกด้วย และนอกเหนือไปจากทัวร์ปกติในตอนกลางวัน (ต้องมีไกด์นำทางกันหลง) ยังมีทัวร์กลางคืนสำหรับผู้สนใจด้วยค่ะ

คฤหาสน์หลังนี้มีมูลค่า 5,500,000 ดอลล่าร์สหรัฐ มีห้องทั้งหมด 160 ห้อง สูง 4 ชั้น (เดิม 7) ห้องใต้ดินสองชั้น ประตู 950 บาน หน้าต่างประมาณหมื่นบานเตาผิง 47 เตา บันได 40 ที่(376 ขั้น) และห้องจัดเลี้ยงอีก 2 ห้อง



คนที่ไปแคลิฟอร์เนีย อย่าลืมแวะไปเที่ยวมั่งล่ะ ใครไปทัวร์กลางคืนแล้วเอามาเล่าสู่กันฟังที

แก้คำผิด
edit @ 2006/11/16 10:18:44

Comment

Comment:

Tweet


open-mounthed smile open-mounthed smile
#49 by (110.164.244.161|192.168.10.152, 110.164.244.161) At 2015-07-31 09:51,
เคยดูในสารคดีโรงเเรมผีๆในอังกฤษอะค่ะ
-บันไดที่ไม่พาไปใหน
-ประตูที่เปิดไปเจอทางตัน
บลาๆๆๆ น่ากลัวนะคะ เขาบอกว่าคนทรงเข้ามาที่บ้านบอกว่าคนก่อสร้างที่ตายไปเเล้วก้ยังทำงานอยู่ที่นั้นมาตลอดเลย
บรื้อ ขนลุก
#48 by จำเขามะได้หรือตะเอง (125.24.216.29) At 2010-07-25 20:05,
ผมรู้ครั้งแรกก๊เรื่องEXE-cutionalนึกว่ามั่วขึ้นมาconfused smile
#47 by (125.25.216.165) At 2010-03-20 08:31,
เดดัคีดีด
น่รนั
open-mounthed smile
#46 by บลยนะรตจร (125.27.207.170) At 2010-02-08 14:58,
ถ้าฉันมีเงินสักวันฉันจะสร้างบ้านแบบนี้คอยดูconfused smile surprised smile
#45 by Karen (125.26.45.228) At 2009-10-02 17:01,
หน้าไปเที่ยวจังคับbig smile
#44 by คุโจคุง (125.25.134.130) At 2009-05-18 22:12,
ดีครับบ้านวินเซสเตอร์นี้น่าทึ่งนะครับทำไปได้
#43 by (124.120.234.217) At 2008-12-21 13:14,
ก๊ากกกเม้นผิดเวป เหอๆๆ

จาเม้นRose Red

เหอๆๆเพล้งน่าแตก-*-
#42 by Fang (124.121.162.179) At 2008-09-27 14:25,
เคยดูในยูบีซีอะเขาบอกว่าเศรษฐีคนหนึ่งสร้างให้ภรรยา
แต่เราดูนานแล้วจำไม่ค่อยได้ แต่จำได้ว่าใครเนี่ยและหลงอยู่ในบ้านแล้วเขียนบรรทึกไว้ด้วยบอกว่าบ้านมันเหมือนมีชีวิตมันจะเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ ซึ่งบางทีที่อยู่บ้านเดินแล้วจำได้ว่าทางนี้แต่กลับหลงทาง

จำได้แค่เนี้ยสมองปลาทองจัด
น่าไปเที่ยวอะแต่จ้างให้ก้อไม่ไปตอนกลางคืนหลอก
เหอๆๆ

Fang
sad smile
#41 by (124.121.162.179) At 2008-09-27 14:19,
ถ้ามีเจ้าหนี้ละก็สงสัย
ซาร่าหนีเจ้าหนี้สบายแหงเลยsad smile
#40 by นิรนาม (203.113.112.36) At 2008-05-15 20:51,
พี่คะ อย่าว่านู๋เรยน้า ถ้าจาถามว่า การ์ตูนเรื่อง MMR มานมีชื่อเต็มป่ะ หรือว่ามานชื่อนี้เรย คือว่า อยากอ่านง่าส์ ช่วยตอบหน่อยน้าsad smile confused smile open-mounthed smile double wink cry
#39 by นู๋ปู (118.174.46.254) At 2008-04-14 18:05,
ใหญ่มาก+++++++++++++cry
#38 by (118.172.243.17) At 2008-04-09 08:29,
สนุกดีคับangry smile
#37 by (118.172.243.29) At 2008-04-08 09:21,
โอ้ ใหญ่โตมาก ถ้าไม่เดินหลงก็แปลกล่ะ
#36 by Kami-Seku!! At 2007-12-22 16:06,
เคยได้ยินเหมือนกัน แต่ตอนนั้นยังไม่รู้รายละเอียด เขาบอกแค่ว่าซาร่ากลัวผี
#35 by noname (58.8.143.184) At 2007-10-07 17:16,
>>คุณ nat
ขอบคุณมากค่ะ มีคนบอกมาเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่ได้อ่านเล่มที่ว่าเลย (เห็นว่ามีเรื่องของแมรี่ มัลลอน กับนิโคลา เทสล่าด้วย)



>>คุณพด
??
#34 by ohx3 At 2007-06-11 10:27,
rsthuyrujra
#33 by พด (125.27.207.237) At 2007-06-10 17:15,
นักเขียนการ์ตูน ญี่ปุ่น เรื่อง jojo ก็เอาไปวาดเป็นการตูนในภาคพิเศษ อยู่ตอนหนึ่ง ลองหาอ่านดูครับ รายละเอียดเหมือนเอ็นทรี่นี้เลย
#32 by nat (58.9.2.249) At 2007-04-23 14:30,
>>คุณ YokeK
เห็นหลายท่านที่เข้ามาคอมเมนท์พูดถึงคฤหาสน์โรสเร้ดของสตีเฟ่น คิงจนข้าพเจเก็ชักอยากอ่านแล้วค่ะ มีเล่มไทยไหมหนอ (ขี้เกียจอ่านภาษาอังกฤษ)
#31 by ohx3 At 2007-03-12 08:49,
นึกถึงหนังของสตีเฟน คิง เรื่องคฤหาสต์ โรส เรด ยังไงไม่รู้
/แค่เข้าไปก็สยองแล้วค่ะ สยองว่าถ้าเกิดแตกกลุ่มกับไกด์คงได้นอนในนั้นเป็นเดือน =_="
#30 by YokeK.N. At 2007-03-10 16:56,
>>คุณ smilecowboy
ที่ลัทธิแปลกๆมันขายดิบขายดีก็คงเพราะอย่างนี้ด้วยแหละค่ะ คนเราเวลาอ่อนแอ ไม่ว่าใครก็อยากได้ที่พึ่งทั้งนั้น
#29 by ohx3 At 2007-01-29 11:05,
สนุกมากเลยล่ะค่ะ เห็นด้วยกับความเห็นหนึ่งนะ ซาร่าเสียคนในครอบครัวไปในเวลาไล่เลี่ยกัน เลยอาจจะเบลอๆ ไปได้
น่าสงสารเค้าเหมือนกัน
อยากไปเที่ยวมั่งจัง
#28 by ◇†◇~smilecowboy ALONG MY ROAD~◇†◇ At 2007-01-27 11:12,
>>คุณ Hummos
ได้รับเมลพร้อมรูปภาพเรียบร้อยแล้วค่ะ เมื่อวานนี้ยุ่งอยู่กับงาน (+อัพบล็อก) ทั้งวันจนไม่ได้แวะไปดูเมลเลย ต้องขอขอบคุณมากค่ะ ทุกรูปสวยมากๆ โอย อยากไปเที่ยวมั่ง
#27 by ohx3 At 2006-12-22 13:17,
I already sent e-mail to you yesterday. Please check it up naka.
#26 by Hummos (75.33.248.156)