2006/Nov/14

The Winchester Mystery House

วันนี้มาด้วยอารมณ์เขียนโบรชัวร์นำเที่ยวค่ะ ไม่มีโหดไม่มีเสียว คาดว่าน่าจะเป็นเอนทรี่ที่อ่านด้วยความโล่งใจได้ ไม่ต้องคอยกังวลข้างหลัง
คุณ Kagura & Haruka ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีเควส และอาจต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยข้าพเจ้าไม่สามารถเขียนให้เป็นแนวผีหลอนได้ค่ะ orz

ศตวรรษที่ 19ประเทศอเมริกา รัฐคอนเนติคัท วิลเลี่ยมและซาร่า วินเชสเตอร์อาศัยอยู่ที่นั่นและทำอาชีพผลิตปืน โอลิเวอร์ พ่อของวิลเลี่ยมได้คิดค้นปืนแบบใหม่ซึ่งสามารถบรรจุกระสุนได้ทีเดียว 13 นัดจากที่เดิมยิงได้เพียงทีละนัด นับเป็นปฏิวัติครั้งใหญ่สำหรับปืนไรเฟิ่ลทีเดียว จนถึงกับมีการเรียกปืนไรเฟิ่ลรุ่นปี 1873 ของวินเชสเตอร์ว่า"The Gun That Won The West"
วิลเลี่ยมขายปืนของพวกเขาให้กับรัฐบาลอเมริกา การทดสอบเป็นไปได้ด้วยดีและปืนก็ถูกนำไปใช้อย่างเป็นทางการโดยทหาร และในขณะเดียวกันมันก็แพร่หลายไปทั่ว ไม่เฉพาะเพียงในอเมริกาเท่านั้น ยังเป็นที่นิยมไปถึงประเทศอื่นๆจนเกือบทั่วโลกอีกด้วย ตระกูลวินเชสเตอร์จึงยิ่งร่ำรวยหนักกลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้าน



หลังจากประสบความสำเร็จทางธุรกิจไม่นานนัก ซาร่าก็ให้กำเนิดแอนซึ่งเป็นลูกสาวคนแรกหลังจากแต่งงานมาได้ 4 ปี แต่เพียง 1 เดือนหลังจากนั้น แอนก็เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุและทั้งสองก็ไม่มีเคยมีลูกอีกเลย
จากนั้นไม่นาน โอลิเวอร์ซึ่งเป็นผู้คิดค้นปืนวินเชสเตอร์ก็ตายอย่างกะทันหัน วิลเลี่ยมเข้าดูแลกิจการทั้งหมดแทน หากเพียง 1 ปีหลังจากนั้น เขาก็เสียชีวิตลงด้วยโรคปอด

ซาร่าซึ่งถูกเหลือไว้เพียงลำพังไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใครดี บังเอิญในเวลานั้น อเมริกากำลังฮิตเรื่องผีเข้าเจ้าทรงพอดี ซาร่าผู้เปล่าเปลี่ยว (แต่เงินเยอะ) จึงตั้งความหวังอยากจะพบกับครอบครัวของเธออีกครั้งแม้พวกเขาจะเป็นวิญญาณก็ตาม
ซาร่าจัดงานเรียกวิญญาณขึ้นและถามคนทรงของเธอถึงสามีและลูกสาว แต่วิญญาณที่มาลงกลับไม่ใช่ทั้งสอง

วิญญาณบอกว่าตัวเองเป็นคนที่ตายด้วยไรเฟิ่ลที่ตระกูลวินเชสเตอร์ทำขึ้น และยังมีวิญญาณอีกมากมายที่แค้นวินเชสเตอร์ด้วยสาเหตุเดียวกัน พวกเขาจึงสาปตระกูลวินเชสเตอร์ให้ต้องประสบกับเคราะห์กรรมต่างๆนานา คนทรงบอกกับซาร่าว่า เธอจะต้องไปยังฝั่งตะวันตก และสร้างบ้านที่นั่นไปเรื่อยๆ ซึ่งถ้าเธอหยุดสร้างเมื่อใด เธอก็จะต้องตายด้วยคำสาป

ซาร่าทิ้งบ้านที่คอนติเนคัทและย้ายไปยังซานโจเซ่ในแคลิฟอร์เนีย เธอซื้อบ้านนาขนาด 8 ห้องที่นั่นและเริ่มต้นการต่อเติมในปี 1844 ซาร่าเริ่มพิธีเรียกวิญญาณด้วยตัวเอง และวิญญาณก็คอยบอกเธอว่าจะต้องต่อเติมบ้านต่อไปยังไง ในไม่ช้า บ้านที่เดิมเคยมี 8 ห้องก็กลายมาเป็นเขาวงกตขนาดย่อม
ห้องกว่า 100 ห้องถูกสร้างขึ้นโดยไม่มีเหตุผล แต่ละที่มีการสร้างกับดักไว้กันวิญญาณมากมาย ประตูที่เปิดเข้าไปแล้วเจอกำแพง บันไดที่นำไปเจอทางตัน ยังมีบันไดซึ่งมีขั้นสูงเพียง 5 เซนติเมตร ประตูที่เปิดจากชั้นสองออกไปนอกบ้านโดยไม่มีระเบียง


บันไดซึ่งไปสุดอยู่ที่เพดาน

ซาร่าให้ความสำคัญกับเลข 13 เป็นพิเศษโดยเชื่อว่าเป็นเลขศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซู ห้องซึ่งถูกแบ่งด้วยแผ่นผนัง 13 แผ่น เพดานซึ่งถูกปูด้วยแผ่นไม้ 13 แผ่น เทียนไข 13 แท่งบนโคมระย้า ห้องแต่งตัวและห้องน้ำ 13 ห้อง ช่างไม้ซึ่งเป็นผู้ต่อเติมก็มี 13 คน
ภายในบ้านถูกตบแต่งด้วยสิ่งประดับชั้นเลิศซึ่งสั่งมาจากต่างประเทศ มีทั้งชักโครก น้ำร้อนและเครื่องปั่นไฟซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยที่สุดในยุคนั้น

ปี 1907 แคลิฟอร์เนียประสบกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ บ้านวินเชสเตอร์ซึ่งเดิมมี 7 ชั้นก็ได้รับความเสียหายจนเหลือเพียง 4 ชั้น ห้องนอนของซาร่าซึ่งอยู่ชั้น 4 ถูกผนังทลายลงมาปิดทับและเธอก็หลงทางอยู่ในบ้านของตัวเอง ซาร่าสิ้นหวังจนคิดว่าเธอคงต้องมาตายที่นี่แล้ว หากไม่กี่ชั่วโมงถัดมาเธอก็ได้รับการช่วยเหลือออกมาโดยปลอดภัย และนั่นก็ยิ่งทำให้ซาร่าทุ่มทุนกับการต่อเติมบ้านหนักขึ้นไปอีก



ปี 1922 ซาร่าจากโลกนี้ไปด้วยอายุ 84 ปีและคฤหาสน์ก็หยุดการเติบโต เธอใช้เงินจำนวนมาก(ได้จากสิทธิบัตรของไรเฟิ่ล)สร้างบ้านก็จริง แต่โดยชีวิตส่วนตัวแล้ว เธออยู่อย่างเรียบง่ายและประหยัด จะมีการใช้เงินก้อนใหญ่ก็ต่อเมื่อเป็นการบริจาคเพื่อสังคมเท่านั้นเอง โรงงานผลิตไรเฟิ่ลวินเชสเตอร์ถูกขายทอดผ่านมือคนไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนปัจจุบันได้กลายเป็นโรงงานทำปืนสำหรับล่าสัตว์

คฤหาสน์วินเชสเตอร์ถูกสร้างเป็นเวลา 38 ปี ในปี 1974 ได้ถูกบันทึกเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ของประเทศ ปัจจุบันนี้เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม นอกจากในแง่การก่อสร้างอันพิศดารแล้วยังมีชื่อว่าเป็นบ้านผีสิงอีกด้วย และนอกเหนือไปจากทัวร์ปกติในตอนกลางวัน (ต้องมีไกด์นำทางกันหลง) ยังมีทัวร์กลางคืนสำหรับผู้สนใจด้วยค่ะ

คฤหาสน์หลังนี้มีมูลค่า 5,500,000 ดอลล่าร์สหรัฐ มีห้องทั้งหมด 160 ห้อง สูง 4 ชั้น (เดิม 7) ห้องใต้ดินสองชั้น ประตู 950 บาน หน้าต่างประมาณหมื่นบานเตาผิง 47 เตา บันได 40 ที่(376 ขั้น) และห้องจัดเลี้ยงอีก 2 ห้อง



คนที่ไปแคลิฟอร์เนีย อย่าลืมแวะไปเที่ยวมั่งล่ะ ใครไปทัวร์กลางคืนแล้วเอามาเล่าสู่กันฟังที

แก้คำผิด
edit @ 2006/11/16 10:18:44

Comment

Comment:

Tweet


open-mounthed smile open-mounthed smile
#49 by (110.164.244.161|192.168.10.152, 110.164.244.161) At 2015-07-31 09:51,
เคยดูในสารคดีโรงเเรมผีๆในอังกฤษอะค่ะ
-บันไดที่ไม่พาไปใหน
-ประตูที่เปิดไปเจอทางตัน
บลาๆๆๆ น่ากลัวนะคะ เขาบอกว่าคนทรงเข้ามาที่บ้านบอกว่าคนก่อสร้างที่ตายไปเเล้วก้ยังทำงานอยู่ที่นั้นมาตลอดเลย
บรื้อ ขนลุก
#48 by จำเขามะได้หรือตะเอง (125.24.216.29) At 2010-07-25 20:05,
ผมรู้ครั้งแรกก๊เรื่องEXE-cutionalนึกว่ามั่วขึ้นมาconfused smile
#47 by (125.25.216.165) At 2010-03-20 08:31,
เดดัคีดีด
น่รนั
open-mounthed smile
#46 by บลยนะรตจร (125.27.207.170) At 2010-02-08 14:58,
ถ้าฉันมีเงินสักวันฉันจะสร้างบ้านแบบนี้คอยดูconfused smile surprised smile
#45 by Karen (125.26.45.228) At 2009-10-02 17:01,
หน้าไปเที่ยวจังคับbig smile
#44 by คุโจคุง (125.25.134.130) At 2009-05-18 22:12,
ดีครับบ้านวินเซสเตอร์นี้น่าทึ่งนะครับทำไปได้
#43 by (124.120.234.217) At 2008-12-21 13:14,
ก๊ากกกเม้นผิดเวป เหอๆๆ

จาเม้นRose Red

เหอๆๆเพล้งน่าแตก-*-
#42 by Fang (124.121.162.179) At 2008-09-27 14:25,
เคยดูในยูบีซีอะเขาบอกว่าเศรษฐีคนหนึ่งสร้างให้ภรรยา
แต่เราดูนานแล้วจำไม่ค่อยได้ แต่จำได้ว่าใครเนี่ยและหลงอยู่ในบ้านแล้วเขียนบรรทึกไว้ด้วยบอกว่าบ้านมันเหมือนมีชีวิตมันจะเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ ซึ่งบางทีที่อยู่บ้านเดินแล้วจำได้ว่าทางนี้แต่กลับหลงทาง

จำได้แค่เนี้ยสมองปลาทองจัด
น่าไปเที่ยวอะแต่จ้างให้ก้อไม่ไปตอนกลางคืนหลอก
เหอๆๆ

Fang
sad smile
#41 by (124.121.162.179) At 2008-09-27 14:19,
ถ้ามีเจ้าหนี้ละก็สงสัย
ซาร่าหนีเจ้าหนี้สบายแหงเลยsad smile
#40 by นิรนาม (203.113.112.36) At 2008-05-15 20:51,
พี่คะ อย่าว่านู๋เรยน้า ถ้าจาถามว่า การ์ตูนเรื่อง MMR มานมีชื่อเต็มป่ะ หรือว่ามานชื่อนี้เรย คือว่า อยากอ่านง่าส์ ช่วยตอบหน่อยน้าsad smile confused smile open-mounthed smile double wink cry
#39 by นู๋ปู (118.174.46.254) At 2008-04-14 18:05,
ใหญ่มาก+++++++++++++cry
#38 by (118.172.243.17) At 2008-04-09 08:29,
สนุกดีคับangry smile
#37 by (118.172.243.29) At 2008-04-08 09:21,
โอ้ ใหญ่โตมาก ถ้าไม่เดินหลงก็แปลกล่ะ
#36 by Kami-Seku!! At 2007-12-22 16:06,
เคยได้ยินเหมือนกัน แต่ตอนนั้นยังไม่รู้รายละเอียด เขาบอกแค่ว่าซาร่ากลัวผี
#35 by noname (58.8.143.184) At 2007-10-07 17:16,
>>คุณ nat
ขอบคุณมากค่ะ มีคนบอกมาเหมือนกันค่ะ แต่ยังไม่ได้อ่านเล่มที่ว่าเลย (เห็นว่ามีเรื่องของแมรี่ มัลลอน กับนิโคลา เทสล่าด้วย)



>>คุณพด
??
#34 by ohx3 At 2007-06-11 10:27,
rsthuyrujra
#33 by พด (125.27.207.237) At 2007-06-10 17:15,
นักเขียนการ์ตูน ญี่ปุ่น เรื่อง jojo ก็เอาไปวาดเป็นการตูนในภาคพิเศษ อยู่ตอนหนึ่ง ลองหาอ่านดูครับ รายละเอียดเหมือนเอ็นทรี่นี้เลย
#32 by nat (58.9.2.249) At 2007-04-23 14:30,
>>คุณ YokeK
เห็นหลายท่านที่เข้ามาคอมเมนท์พูดถึงคฤหาสน์โรสเร้ดของสตีเฟ่น คิงจนข้าพเจเก็ชักอยากอ่านแล้วค่ะ มีเล่มไทยไหมหนอ (ขี้เกียจอ่านภาษาอังกฤษ)
#31 by ohx3 At 2007-03-12 08:49,
นึกถึงหนังของสตีเฟน คิง เรื่องคฤหาสต์ โรส เรด ยังไงไม่รู้
/แค่เข้าไปก็สยองแล้วค่ะ สยองว่าถ้าเกิดแตกกลุ่มกับไกด์คงได้นอนในนั้นเป็นเดือน =_="
#30 by YokeK.N. At 2007-03-10 16:56,
>>คุณ smilecowboy
ที่ลัทธิแปลกๆมันขายดิบขายดีก็คงเพราะอย่างนี้ด้วยแหละค่ะ คนเราเวลาอ่อนแอ ไม่ว่าใครก็อยากได้ที่พึ่งทั้งนั้น
#29 by ohx3 At 2007-01-29 11:05,
สนุกมากเลยล่ะค่ะ เห็นด้วยกับความเห็นหนึ่งนะ ซาร่าเสียคนในครอบครัวไปในเวลาไล่เลี่ยกัน เลยอาจจะเบลอๆ ไปได้
น่าสงสารเค้าเหมือนกัน
อยากไปเที่ยวมั่งจัง
#28 by ◇†◇~smilecowboy ALONG MY ROAD~◇†◇ At 2007-01-27 11:12,
>>คุณ Hummos
ได้รับเมลพร้อมรูปภาพเรียบร้อยแล้วค่ะ เมื่อวานนี้ยุ่งอยู่กับงาน (+อัพบล็อก) ทั้งวันจนไม่ได้แวะไปดูเมลเลย ต้องขอขอบคุณมากค่ะ ทุกรูปสวยมากๆ โอย อยากไปเที่ยวมั่ง
#27 by ohx3 At 2006-12-22 13:17,
I already sent e-mail to you yesterday. Please check it up naka.
#26 by Hummos (75.33.248.156) At 2006-12-22 12:39,
>>คุณ Hummos
เย้----
ขอขอบคุณอีกทีค่ะ
#25 by ohx3 At 2006-12-20 12:43,
ไม่รบกวนเลยค่ะ ยินดีมาก
เพราะเราอธิบายแล้วงงๆ
อยากให้เห็นเองมากกว่าอ่ะค่ะ

#24 by Hummos (69.209.206.36) At 2006-12-19 11:24,
>>คุณ Hummos
ว้าว ขอบคุณมากค่ะ ของจริงนี่ถ้าจะเจ๋งจริงๆ
ถ้าจะกรุณาส่งรูปมาแบ่งกันดูได้ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูงค่ะ ต้องขอรบกวนด้วยค่ะ
yuu_sayo@yahoo.co.jp
ขอขอบคุณไว้ล่วงหน้าเลยค่ะ ถ้ารบกวนมากไปก็ต้องขออภัยจริงๆ
#23 by ohx3 At 2006-12-18 10:09,
มาเล่าให้ฟังแล้วค่ะ
ก่อนอื่นแอบบ่นก่อน ค่าเข้าแพงค่ะ $21.95

บ้านอยู่ริมถนนเลยค่ะ ถนนชื่อ Winchester อยู่เมือง ซานโฮเซ่

เวลาในการชมบ้านประมาณ ๑ ชั่วโมง
ห้องแรกที่เจอจะเป็นโรงรถม้า
มีประตูทางเข้าบ้าน ๓ บาน
อันนึงเป็นของ Mrs.Winchester แบบส่วนตัวเลย
บานเล็กมากค่ะ เพราะเค้าตัวเล็ก
สูงแค่ ๔ ฟุต ๑๐ นิ้ว ประมาณ ๑๔๕ ซม. มีรูปค่ะ แต่คงต้องส่งให้คุณ Oh อีกที

รูปบันไดด้านบนอ่ะค่ะ อยู่ถัดจากทางเข้าบ้านนิดเดียว ส่วนบันไดที่แต่ละขั้นมันเตี้ยๆ เพราะว่า Mrs.Winchester เค้าเป็นโรคอะไรสักอย่าง เดินได้ก้าวสั้นๆเท่านั้น

บ้านนี้เข้าแล้วกลับทางเดิมไม่ได้ค่ะ
(ไม่ได้ทั้งหมดนะคะ แต่โดยส่วนใหญ่)
ต้องเดินหน้าอย่างเดียว
ที่กลับไม่ได้ดพราะว่า ประตูที่เข้ามามีกลอนด้านเดียว

ในบ้านมีบันไดแบบขั้นเล็กๆแต่สร้างเป็นแบบคดเคี้ยว
ลองนึกถึงถนน Lombard ใน SanFran เหมือนกันเลยค่ะ (มีรูปค่ะ เผื่อไว้ http://www.sanfrancisco.terramail.pl/duze/seria5/lombard.jpg )เพียงแต่อันนี้ สำหรับคนเดินเท่านั้น แล้วแคบมากๆ คนตัวใหญ่ๆเดินไม่ค่อยได้

กระจกหน้าต่างทุกบาน สั่งทำพิเศษจาก
Tiffany เพราะว่า Mrs.Winchester เป็นลูกค้าชั้นเยี่ยม ทาง Tiffany ออกแบบให้สำหรับคุณนายเท่านั้น
ราคาบานละ เป็น $1000-10000 สมัยโน่นค่ะ ไม่อยากคิดว่าตอนนี้เท่าไหร่

Mrs.Winchester ชอบดอกเดซี่มาก
กระจกส่วนใหญ่จะเป็นลายดอกเดซี่
รวมทั้งอ่างน้ำล้างมือ ตรงที่กรองน้ำก่อนลงท่อ พอนึกออกมั้ยคะ
ก็ยังเป็นรูปดอกเดซี่ และมีช่องทางผ่านน้ำที่เป็นดอกเดซี่นั้น มี ๑๓ รู

คุณไกด์บอกว่า ถ้าหลงอาจต้องใช้เวลา ๑ สัปดาห์ เพื่อที่จะออกมาได้ด้วยตัวเอง

ไม่ทราบว่าเขียนได้รู้เรื่องหรือเปล่า
มีอะไรถามได้ค่ะ

รูปมีเยอะมากค่ะ ส่งให้ได้ค่ะ
#22 by Hummos (69.209.228.94) At 2006-12-15 13:23,
>>คุณ Hummos
แล้วมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ อยากรู้ประสบการณ์คนที่ไปดูของจริงมา
#21 by ohx3 At 2006-12-12 11:00,
กำลังจะำำไปพรุ่งนีั้เลยอ่ะค่ะ
แล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าเป็นยังงัยบ้าง

ขอบคุณค่ะที่ให้ความรู้ก่อนไปชมของจริง
#20 by Hummos (171.64.47.38) At 2006-12-09 14:37,
>>คุณ sheik
งั้นอาจจะต้องใช้วิธีดาวน์โหลดจากเพจเอาค่ะ แต่มาทางนี้ ข้าพเจ้าก้ไม่ทราบเหมือนกันว่าเขาเอามาจากไหนกันค่ะ
#19 by ohx3 At 2006-11-17 08:45,
งั้นหนูก็อดดูแหละค่ะTT^TT หออยู่ต่างจังหวัดอะ
#18 by sheik At 2006-11-17 03:10,
>>คุณ uregus
ข้าพเจ้าชอบเพราะชอบเขาวงกตน่ะค่ะ ตอนไปเที่ยวเซาท์แฮมป์ตันคอร์ท ไม่มีอะไรเลยแท้ๆก็ยังอุตส่าห์เข้าไปเดินในสวนวงกต (เปิดแค่ส่วนเดียว) เอาบรรยากาศน่ะ



>>คุณลูกเหมียวน้อย
อยากรู้เหมือนกันค่ะว่ามีทัวร์จากเมืองไทยพาไปลงมั่งรึเปล่า ไม่งั้นอาจต้องหาทางไปเอง ให้ไปอเมริกาคนเดียวนี่ก็ไม่กล้าด้วยสิ กลัวค่ะ



>>คุณ reafre
จำได้ว่ารายการญี่ปุ่นเทียบให้ว่า บ้านหลังนี้สร้างอยู่บนพื้นที่ขนาดพอๆกับโตเกียวโดมเลยค่ะ ....สงสัยเหมือนกันว่าที่เปิดให้เข้าชมนี่พาเดินหมดเลยหรือเฉพาะบางส่วน?
ถ้าอย่างนั้นจริง คนไปทัวร์ว่าอึดแล้ว คนเป็นไกด์คงยิ่งอึดกว่า



>>คุณ sheik
ขอบคุณค่ะ
วันไหน(เผลอ)ดูหนังผี ข้าพเจ้าก้จะรีบเข้านอนค่ะ เอานอนแบบรวดเดียวเช้าเลย อย่าได้ตื่นขึ้นมาตอนดึกเด็ดขาด
อนิเมนี่ เช่าแผ่นที่เขาอัดรายอาทิตย์มาจากร้านที่สุขุมวิท 33/1 ค่ะ เหมาะกับคนขี้เกียจรอโหลดจากคอมอย่างข้าพเจ้ามาก (แต่จะช้าจากที่เขาดูรีลไทม์ไป 1 อาทิตย์ค่ะ)
#17 by ohx3 At 2006-11-16 10:32,
คิดเหมือนคุณเอริทเลยะค่ะ นึกถึง the ghost hunt เลย ปกติเราเป็นคนกลัวผี(มาก) แต่ยังไงก็ไม่รู้ชอบอ่านเรื่องนี้หลาย... (แลกกับการนอนไม่หลับไป 3 วัน) แล้วพี่ไปหาอนิเมทที่ไหนเหรอค่ะ ^_^
ปล ขอaddนะค่ะ
#16 by sheik At 2006-11-16 06:37,
เว้อววว Amazing จริงๆค่ะ การสร้างบ้านต่อไปเรื่อยๆโดยไม่ต้องคิดเหตุผลนี่คนสร้างต้องมีจินตนาการอย่างสูงจริงๆนะคะว่าจะต่อไปตรงไหนยังไง

แต่ถึงขนาดหลงทางในบ้านได้นี่ก็เข้าใจแล้วค่ะว่าสร้างไปเรื่อยๆจริงๆ

น่าสนใจมากค่ะบ้านนี้ อยากไปเที่ยวสักครั้งจัง
#15 by reafre At 2006-11-15 19:04,
อุแม่เจ้า นี่มันต้นตำรับคฤหาสน์ Rose Red ของ Stephen King เลยนี่นา ต่อเติมบ้านไปเรื่อยๆ มีกลไกแปลกๆ...แถมคนสร้างก็เป็นผู้หญิงที่ออกอาการทางประสาทหน่อยๆ...สร้างจนถึงขนาดหลงทางในบ้านตัวเองนี่ก็ไม่ไหวนะคะ...
การสร้างบ้านของซาร่าอาจจะเป็นการไถ่บาปรูปแบบหนึ่งที่เธอคิดว่ามันจะช่วยลดทอนบรรเทาความรู้สึกผิดในใจของเธอก็ได้ คงเหมือนคนไทยที่สร้างวัดไถ่บาป เธอสร้างออกมาได้งดงามมาก แต่ถ้าให้ไปทัวร์กลางคืนเราไม่ไปเด็ดขาด เดี๋ยวบ้านมันเกิดเปลี่ยนห้อง ย้ายห้องได้ด้วยตัวเอง แบบใน Rose Red มีหวังได้ติดอยู่ในบ้านจนตายเป็นผีเฝ้าบ้านแหงแซะ อึ๋ยยย...
#14 by naranjina At 2006-11-15 12:11,
อยากลองไปทัวร์ที่นี้จัง
#13 by 【Lukmeaw】 At 2006-11-15 10:48,
อ่อ เคยอ่านเรื่องบ้านนี้มาก่อนเหมือนกันนา อิอิ ไม่อยากไปอ่ะ กว้างจัด ขี้เกียจเดิน แก่แล้ว
#12 by uregus At 2006-11-15 09:54,
>>คุณ imai283
ขอบคุณค่ะ ข้าพเจ้าก็ไม่ค่อยดูพวกรายการผีหลอนเท่าไหร่ค่ะ ตอนดูไม่กลัวหรอก กลัวตอนนึกขึ้นได้ขณะเข้าห้องน้ำกลางดึก ยิ่งเวลาล้างหน้าเนี่ย กลัวเงยหน้าขึ้นมาแล้วเจอใครก็ไม่รู้อยู่ในกระจกค่ะ

เรื่องโรคประสาทนี่เป็นไปได้ค่ะ แถมไม่มีใครคอยมาห้ามหรือดูแลแล้วด้วย......อาจจะดีกว่าไปหลงลัทธิแปลกๆอยู่ที่ไหนหน่อยนึงก็เป็นได้ค่ะ



>>คุณทอมมี่
มันคงขึ้นอยู่กับระดับความเชื่อส่วนบุคคลด้วยค่ะ เผอิญยุคนั้นมันเป็นอย่างนั้นพอดีด้วย



>>คุณ xora
ขอบคุณค่ะ
ข้าพเจ้าก็อยากลองไปซักครั้งเหมือนกันค่ะ ทัวร์กลางวันอ่ะนะ(กลัวผี ไม่รู้มีจริงรึเปล่าแต่กลัวไว้ก่อน)



>>คุณ Kagura & Haruka
ขอบคุณอีกทีสำหรับรีเควสค่ะ แล้วก็ต้องขอโทษด้วยค่ะเพราะย้อนไปดูคอมเมนท์เก่าๆแล้วเพิ่งรู้ตัวว่าเขียนชื่อผิดไปหลายคอมเมนท์ทีเดียว ข้าพเจ้าสมควรตาย-----

อยากรู้ว่านิยายเรื่องเป็นไง



>>คุณ aerith-chan
ตอนนี้ก็ค่อยๆตามดูโกสต์ฮันท์ภาคอนิเมอยู่ค่ะ ดีนะ? ดีกว่าตอนเป็นการ์ตูนเยอะเลยค่ะ



>>คุณ Lulluby-nocturne
ข้าพเจ้าได้เห็นครั้งแรกตอนดูรายการของญี่ปุ่นค่ะ (บิลลี่ มิลลิแกน กับ โรซาเลีย ลอมบาโด้ ก็รู้จักจากรายการนี้แหละ) เป็นบ้านที่สวยและแปลกดีค่ะ แต่ให้อยู่คงไม่ไหว ไม่ใช่เพราะวิญญาณอย่างเดียว ...ให้หลงทางในบ้านตัวเองนี่ก็เกินไปค่ะ



>>คุณ SY
สงสัยวิญญาณอาจจะจำหน้าคนที่ฆ่าเขาไม่ได้กระมัง
หรือคิดอีกแบบ ซาร่าโดนคนทรงอำ



>>คุณไซกิ
ถ้าไปเที่ยวอเมริกาต้องระวังตัวด้วยนะคะ อย่าไปโบกรถคเดียวเด็ดขาด ถึงเป็นผู้ชายก็อันตรายค่ะ
.......ไว้วันไหนลองลงเรื่องไฮเวย์คิลเล่อร์ดีกว่า



>>คุณนายจดหมายรัก
เผอิญไม่ค่อยดูหนังผีเลยไม่รู้เหมือนกันว่าเรื่องไหนมั่งค่ะ
ที่แน่ๆ นึกถึงเกมไบโอฮาซาร์ด



>>คุณโน้ต
ที่อเมริกามีคำกล่าวว่าอย่างนี้ค่ะ
"ปืนวินเชสเตอร์บุกเบิกภาคตะวันตก และคอลท์ก็ทำให้ทุกคนเท่าเทียมกัน"
สมกับเป็นสังคมปืนจริงๆ

เรื่องหลงทางนี่ สงสัยวิญญาณไม่ทันหลง ก็จะมีคนเป็นหลงทางกันเพียบแล้วล่ะค่ะ
#11 by ohx3 At 2006-11-15 09:42,
ได้ยินชื่อปืนนี้มานานไม่คิดว่าจะมีตำนานแบบนี้ตามมาด้วย แค่รู้ว่าในสมัยนั้นปืนนี้มันดังมากๆในด้านประสิทธิภาพ

สงสัยที่ต่อบ้านอย่างไม่หยุดยั้งแล้วมีทางมากมายนี่ดูท่าทางเอาไว้ให้วิญญาณร้ายหลงทางในบ้านละโน้ตว่า

จาก comment ที่ 9 เห็นด้วยเลย
โน้ตอ่านแล้วนึกถึงหนังเรื่อง 13th ghost
#10 by โน้ต At 2006-11-14 23:54,
เหมือนว่าบ้านหลังนี้จะกลายเป็นพล๊อตของหนังผีปหลายๆเรื่องเลยนะนี่....
ที่เเท้มันก็มีที่มาจากที่นี่เองง
#9 by ~* นายจดหมายรัก ^^ At 2006-11-14 20:42,
น่าเที่ยวมากมายอ่ะ สวยดี
#8 by 『才鬼-サイキ-』 At 2006-11-14 20:34,
กรรมเลย ไหงวิญญาณดันแค้นคนผลิตปืนซะนี่... ถ้าซาร่าไม่คิดที่จะเรียกวิญญาณมา ก็อาจจะไม่มีบ้านหลังนี้ก็ได้ คิดไปคิดมาก็น่าสงสารเธอนะคะ เจออะไรแปลกๆเกือบทั้งชีวิตเลยมั้งเนี่ย
#7 by ┼ SY┼ At 2006-11-14 19:48,
น่าสนใจมากๆเลยบ้านหลังนี้
รู้จักครั้งแรกในคอมิก EXE -cutionalน่ะนะ
ถ้ามีโอกาสก็อยากไปทัวร์จริงๆ ทั้งกลางวันและกลางคืนเลย
คงจะสนุกพิลึก
#6 by Lullaby-Nocturne At 2006-11-14 18:22,
ดีใจวันนี้ไม่มีฆาตกร (ซะงั้น)


อ่านคำบรรยายตัวบ้าน นึกถึง Ghost hunt เลยคะ ตอนที่มีวิญญาณ อูราโด้ บ้านที่เปิดประตูเจอกันแพง บันไดประหลาด บลาๆๆ
#5 by aerith-chan At 2006-11-14 18:05,
ขอบคุณท่านohx3มากๆนะครับ ที่ให้ข้อมูลลรายละเอียด (ความเป็นจริงจะเก็บไว้สำหรับแต่งนิยาย)

-สำหรับผมเองผมก็ขอเผ่นหนีตายก่อนวิญญาณจามาเข้าบ้านด้วยล่ะ เหอๆๆ

อยากทัวร์บ้านวินเชสเตอร์ง่า...
เคยได้ดูราการเกี่ยวกับเรื่องนี้เหมือนกัน
เเต่อ่านในเเนวที่คุณ ohx3 เขียนเเล้วชอบกว่ามากๆค่ะ

น่าไปทัวร์มั่งจัง
#3 by [空 -清子] At 2006-11-14 14:40,
เป็นผม ผมยอมตายตั้งแต่วิญญาณเข้าผิดบ้านแล้วล่ะ
#2 by colonytommy At 2006-11-14 14:36,
เคยดูสารคดีเกี่ยวกับบ้านหลังนี้มาบ้างค่ะ แต่ว่ามันเป็นเรื่องเกี่ยวกับวิญญาณเลยไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ (เพราะว่ารายการเกี่ยวกับพวกคนทรงเจ้าของอเมริกาเยอะเหลือเกิน) แต่ว่าพอได้อ่านเอ็นทรี่นี้แล้วทำให้ได้ความรู้ในด้านอื่นๆเพิ่มเติมด้วย ขอบคุณมากเลยค่ะ

จิงๆแล้วซาร่าอาจจาเป็นโรคประสาทนิดๆก้อได้นะคะเนี่ย อาจจาเป็นเพราะว่าเสียคนในครอบครัวไปในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน ทำให้เหลือตัวคนเดียว เลยคิดฟุ้งซ่านก้อเป็นได้นะคะ ไหนจายังเชิญคนทรงมาแล้ววิญญาณที่มาดันเป็นคนที่แค้นครอบครัวนี้เพราะถูกปืนที่ครอบครัวผลิตฆ่าตายอีก เธอเลยอาจจากลายเป็นโรคประสาทอ่อนๆไปเลยก้อได้นะคะเนี่ย...
#1 by imai283 At 2006-11-14 13:32,