2006/Nov/16

KKK (Ku Klux Klan)



ปกติแล้วจะไม่ค่อยอยากแสดงความเห็นส่วนตัวจริงๆตั้งแต่หัวเอนทรี่แบบนี้หรอกค่ะ แต่ขอทีเถอะ คนพวกนี้น่ะ...บ้ารึเปล่า? (ความเห็นอย่างซอฟท์)
ที่จริงวันนี้จะลงอีกเรื่องค่ะ แต่มันต้องมีการกล่าวถึงองค์กรนี้ด้วยเลยต้องแทรกลงมาก่อน ข้าพเจ้าเขียนไปก็แสลงท้องไปค่ะ วันนี้ไม่อาจรับประกันได้ว่าอ่านแล้วจะเกิดอารมณ์ในทางที่ดีได้ค่ะ

ปี 1865 หลังจากสงครามเหนือใต้ในอเมริกาซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของฝ่ายเหนือ ทำให้ทาสคนผิวดำได้รับการปลดปล่อยและเกิดการยอมรับในสิทธิ์ประชาชนของคนผิวดำว่าเท่าเทียมกับคนผิวขาว ส่วนหนึ่งของอดีตกองทหารฝ่ายใต้ซึ่งไม่พอใจต่อเหตุการณดังกล่าวได้รวมตัวกันขึ้นเพื่อสร้างสังคมซึ่งให้สิทธิ์พิเศษแก่คนผิวขาวขึ้นมาอีกครั้งในวันที่ 24 ธันวาคมซึ่งนี่ก็คือจุดเริ่มต้นขององค์การคนผิวขาว KKK หรือ คูคลั๊กซ์คลัน นี่เอง

ไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่าที่มาของชื่อดังกล่าวคืออะไร บางเอกสารบอกว่ามาจากเสียงที่เกิดเมื่อบรรจุกระสุนลงในไรเฟิ่ลรุ่นเก่า หากที่มีชื่อเสียงที่สุดนั้นกล่าวว่ามาจาก κυκλος (kuklos) ในภาษากรีกซึ่งหมายถึง"วงกลม"หรือ"พวกพ้อง"และ clan ในภาษาเกลซึ่งหมายถึง"ชนเผ่า"

ปี 1867 หลังงานชุมนุมซึ่งจัดในฤดูร้อนที่แนชวิล จำนวนสมาชิกของ KKK ก็เพิ่มขึ้นอย่างมากมาย ซึ่งที่นี่เองที่ KKK ถูกสร้างเป็นองค์กรอย่างเป็นทางการโดยมีเนลสัน เบดฟอร์ด ฟอร์เรสต์เป็นแกรนด์วิซาร์ด
KKK ในช่วงแรกยังไม่มีการก่อความรุนแรงอะไรมากมาย เป้าหมายของพวกเขาเป็นเพียงการแสดงอำนาจให้คนผิวดำเห็นว่าตัวเองเป็นฝ่ายเหนือกว่าเสียมากกว่า คนผิวดำซึ่งเพิ่งได้รับอิสรภาพมาหมาดๆในยุคนั้นยังด้อยความรู้และมีความงมงายอยู่มาก การข่มขู่ให้พวกเขาหวาดกลัวจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร เพียงแต่สมาชิกของ KKK ใส่ชุดขาวมีหมวกคลุมศีรษะซึ่งเปิดให้เห็นแต่ตากับปากแล้วถือคบเพลิงเดินขบวนไปตามถนนในตอนกลางคืน เท่านี้เหล่าคนผิวดำก็พากันผวานึกว่าเป็นผี และไม่กล้าออกจากบ้านไปในยามค่ำคืนแล้ว



หากในไม่ช้า การเคลื่อนไหวของ KKK ก็ค่อยๆเพิ่มความรุนแรงขึ้น มีการรุมทำร้าย เผาบ้านและปล้นคนผิวสี พวกเขาใส่ชุดขาวเดินสำรวจไปทั่วเมือง เมื่อพบคนผิวดำออกมาเดินนอกบ้านนอกเวลาที่พวกเขากำหนด ก็จะลากมาเฆี่ยน ทั้งยังทำร้ายคนผิวดำที่ใช้สิทธิ์ของตัวเองหรือแม้แต่คนผิวขาวด้วยกันที่แสดงการสนับสนุนคนผิวดำ ซึ่งในบางครั้งการทำร้ายนี้รุนแรงไปจนกลายเป็นการแขวนคอก็มี

หลายปีหลังจากสงครามเหนือใต้ รัฐบาลพยายามประนีประนอมกับผู้นำกลุ่มฝั่งใต้ด้วยการแก้กฏหมาย อีกครั้งที่สิทธิ์ในการปกครองถูกแย่งไปจากมือคนผิวดำ แต่ก็ทำให้ความจำเป็นของ KKK หมดไป
ปี 1871 รัฐบาลประกาศให้ KKK เป็นกลุ่มผู้ก่อการร้ายนอกกฏหมายซึ่งมีอันตรายต่อระบอบการปกครอง และทำการกวาดล้างให้ KKK ต้องแยกตัวไป หากนั่นก็เป็นเพียงชั่วคราว......

ปี 1901 บาทหลวงของศาสนาคริสต์ลัทธิเมโซดิสต์ วิล ซิมอนส์ (20) อ้างว่าได้ยินเสียงพระเจ้าในความฝันให้ฟื้นฟู KKK ขึ้นอีกครั้ง ซิมอนส์ซึ่งเดิมมีแนวคิดนิยมคนผิวขาวอยู่แล้วจึงรวบรวมคน 34 คนและประกาศการก่อตั้ง KKK ขึ้นใหม่
KKK ซึ่งถูกก่อตั้งขึ้นใหม่นี้ ในความจริงแล้วมีแนวทางที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากเดิมที่เคยหยุดอยู่แค่"การสั่งสอน" พวกซิมอนส์ยึดหลักแบ่งชนชาติอย่างรุนแรงและมีเจตนารมณ์จะขจัดคนเชื้อชาติอื่นออกไปจากอเมริกาให้หมด ในขณะนั้น สงครามโลกครั้งที่ 1 เพิ่งจะจบไป สังคมกำลังอยู่ในสภาวะไม่แน่นอน คนที่ไม่มีที่พึ่งมากมายเข้ามาเอา KKK เป็นที่ยึดเหนี่ยวทำให้จำนวนสมาชิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปี 1922 เฉพาะที่เท็กซัสก็มีคดีทำร้ายร่างกายกว่า 100 คดีที่เกี่ยวข้องกับ KKK
ปี 1923 เกิดคดีรุมทำร้ายที่โอกราโฮม่ากว่า 2300 คดี
KKK จะส่งจดหมายขู่และ"ไล่ที่"ไปยังบ้านของคนผิวดำและคนผิวขาวซึ่งสนับสนุนคนผิวดำ เมื่อไม่ได้รับการปฏิบัติตามก็จะทำการเข้ารุมทำร้าย ในบรรดาวิธีการรุมทำร้าย (Lynch) เหล่านี้ ที่มีชื่อเสียงได้แก่"Tar & Feather" ซึ่งเป็นการเอาผู้เคราะห์ร้ายมาราดน้ำมันดินจนท่วมแล้วจับคลุกขนนกให้ติดทั่วตัว ก่อนจะแห่ไปตามถนน มีการเผาบ้านกันเป็นกิจวัตร บางครั้งรุนแรงถึงกับใช้น้ำกรดเพื่อประทับสัญลักษณ์ของพวกตนลงบนร่างของผู้เคราะห์ร้าย บ้างก็ตัดแขนขา บ้างก็เอายางรถยนต์ห้อยคอผู้เคราะห์ร้ายแล้วจุดไฟ บ้างก็จับมัดไปวางให้รถไฟทับ บ้างก็จับแขวนคอ



แน่นอนว่าสังคมก็ไม่ได้อยู่เฉย มีการประท้วงความรุนแรงซึ่ง KKK ก่อโดยสื่อมวลชนและองค์กรต่างๆ ประกอบกับการแก่งแย่งกันเองภายใน KKK ทำให้ซิมอนส์ถูกขับออกจากตำแหน่งผู้นำในปี 1923และโดยคดียักยอกเงินกว่าหนึ่งล้านดอลล่าร์สหรัฐ KKK ก็สูญเสียการสนับสนุนจากประชาชนในที่สุด

การก่อตั้ง FBI ทำให้ KKK อ่อนแอลงเรื่อยๆ หากองค์กรนี้ก็ไม่หมดลมหายใจไปง่ายๆ ในรัฐอลาบาม่า จอร์เจีย มิสซิสซิปปี้ และอีกหลายรัฐ ยังมีคดีทำร้ายคนผิวดำเกิดขึ้นเป็นระยะ เป็นต้นว่า

ปี 1964 รัฐมิสซิสซิปปี้ เกิดคดีผู้ใช้แรงงาน 3 คนถูก KKK รุมทำร้าย คนผิวขาว 19 คนถูกจับในฐานะผู้ต้องสงสัย หากก็ถูกปล่อยตัวไปเนื่องจากมีหลักฐานไม่เพียงพอ
3 ปีให้หลัง 18 คนถูกนำตัวขึ้นศาลอีกครั้ง ในจำนวนนี้ 3 คนถูกรุมประชาทัณฑ์ก่อนจะถูกยิงและฝังในเขื่อน อีก 15 คนที่เหลือ 7 คนถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง หากก็ถูกปล่อยตัวหลังจากชำระเงินประกันตัว

จนบัดนี้ KKK ก็ยังซ่อนตัวอยู่ในสังคมคนผิวขาวและรอเวลาที่จะกลับมาอีกครั้ง

ไหนๆแล้วก็แนะนำคดีที่ KKK มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลยค่ะ

ลีโอ แฟรงค์เป็นชาวยิวซึ่งทำโรงงานผลิตดินสอในรัฐจอร์เจีย เขาถูกจับในข้อหาฆ่าและข่มขืน แมรี่ ฟาแกน (13) ซึ่งทำงานอยู่ในโรงงานและถูกตัดสินว่ามีความผิดจริง หากหลักฐานของคดีชี้ว่าคนร้ายตัวจริงคือยามชื่อจิม คอนลี่ ซึ่งคอนลี่ได้จ่ายสินบนให้กับเจ้าหน้าที่พนักงานเป็นเงิน 200 ดอลล่าร์เพื่อให้ยืนยันว่าคอนลี่มีส่วนร่วมแค่การจัดการซ่อนศพเท่านั้น และหลังจากนั้น หลักฐานใหม่ที่พบก็ทำให้แฟรงค์ถูกสงสัยว่าเป็นคนร้ายตัวจริงอีก
ในตอนแรก แฟรงค์ถูกตัดสินโทษประหาร หากได้รับการลดโทษเป็นจำคุกตลอดชีวิตแทน ซึ่งระหว่างที่อยู่ในคุกนี้ เขาถูก KKK ซึ่งอ้างตัวว่าเป็น The Knights of Mary Phagan ลักพาตัวไปจากคุก และถุกรุมทำร้ายก่อนจะถูกแขวนคอ
คนที่ทำใจดูรูปได้เชิญที่นี่ค่ะ

Comment

Comment:

Tweet


ส่วนคนที่เหยียดผิวในไทย  ส่วนมากก็เป็นพวกคนจีนเก่าๆ ซะส่วนใหญ่นะ แล้วก็ปลูกฝังลูกหลาน ทั้งที่เร่ร่อนซมซานข้ามน้ำข้ามเขา มาอาศัยแผ่นดินของเขาอยู่ บางคนไม่สำนึก  ได้ดีมีสุขแล้วคิดว่าตัวเองอยู่เหนือกว่าเขา  เราเองก็มีก๋งมาจากจีน มาอยู่นครปฐม  แต่ถูกสอนให้มองคนที่ความดี ความขยันและกตัญญูต่อแผ่นดินเกิด จึงรู้สึกรังเกียจไอ้พวกไร้สามัญสำนึก

#77 by แต้ว (58.9.106.58) At 2016-05-28 12:01,

เศร้าใจเน๊อะ..คนเกิดมาไม่ต่างกันตรงไหนเลย  ก็แค่กินขี้ปี้นอน รอวันตาย    ถ้าจะต่างก็แค่ความเลว ความชั่วในจิตใจเท่านั้นเอง

#76 by แต้ว (58.9.106.58) At 2016-05-28 11:51,
#75 by (37.239.46.18|37.239.46.18) At 2014-05-20 12:04,
#74 by i have a dream (27.130.113.156) At 2012-03-24 23:25,
เมืองไทยก็มีนะ การเหยียดสีผิวเนี่ย
ถึงแม้จะไม่ได้ออกมาทำร้ายใครเหมือน KKK
แต่ก็มีพฤติกรรมรังเกียจ และไม่ยอมรับอยู่


ผมเคยได้คุยกับคนประเภทนี้กับตัว
โชคดีผมเป็นลูกคนจีนผิวขาว เลยพอคุยเนียนๆไปได้
ถึงได้รู้ว่าคนประเภทเหยียดสีผิว ยังหลบซ่อนอยู่ในสังคมไทยอีกเยอะ


#73 by asdf asdf At 2011-12-11 20:49,
มาาาาาาากangry smile
#72 by j (14.207.119.158) At 2011-04-25 15:13,
ukkkkkkkkkkkkkkkyi
#71 by (180.180.77.202) At 2010-10-06 13:04,
น่าสงสารจังเลยค่ะ
#70 by น้องป้ม (203.172.162.197) At 2010-09-26 16:00,
ok
#69 by op[ (203.172.162.197) At 2010-09-10 14:59,
#68 by (180.183.142.234) At 2010-08-24 22:14,
#67 by (110.164.224.100) At 2010-04-26 20:43,
#66 by vvvvvvkkk (110.164.224.100) At 2010-04-26 20:03,
dddddddddddddddddddddddd
#65 by dddddddddddddddd (58.147.8.81) At 2010-03-16 11:20,
น่ากลัวจัง
#64 by Daddy-yankee At 2009-12-28 20:32,
sad smile confused smile
#63 by (58.136.27.67) At 2009-11-25 16:24,
sad smile confused smile
#62 by (58.136.27.67) At 2009-11-25 16:24,
embarrassed embarrassed embarrassed
#61 by เฉลย (125.24.141.145) At 2009-11-12 15:16,
embarrassed
#60 by ติ (125.24.141.145) At 2009-11-12 15:15,
Very nice site!
#59 by ottourwy (208.124.169.35) At 2009-09-30 04:00,
#58 by nam (112.142.235.159) At 2009-09-09 10:54,
fuck kkk.!
#57 by (58.147.89.82) At 2009-09-08 12:33,
confused smile
#56 by up (125.26.108.105) At 2009-08-13 09:53,
confused smile
#55 by up (125.26.108.105) At 2009-08-13 09:53,
วิธีการบ้าบอมั่กมากๆๆๆๆๆembarrassed embarrassed cry
#54 by เอกภพ (58.137.99.234) At 2009-07-31 13:06,
question embarrassed
#53 by (125.26.165.108) At 2009-06-16 11:08,
#52 by เด (202.143.157.179) At 2009-06-15 10:49,
#51 by ชบา (202.143.157.179) At 2009-06-15 10:49,
embarrassed surprised smile big smile sad smile angry smile angry smile tongue love
#50 by neay (125.24.128.229) At 2009-06-11 13:54,
double wink angry smile tongue cry embarrassed embarrassed double wink angry smile embarrassed wink double wink cry
#49 by tin (125.25.88.100) At 2009-05-29 15:30,
big smile open-mounthed smile confused smile confused smile confused smile confused smile confused smile sad smile sad smile sad smile sad smile angry smile angry smile angry smile angry smile angry smile tongue question embarrassed embarrassed surprised smile wink double wink cry
#48 by (61.19.109.14) At 2009-04-29 10:35,
wink embarrassed tongue sad smile open-mounthed smile sad smile tongue embarrassed surprised smile cry big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile big smile embarrassed embarrassed embarrassed
#47 by (61.19.109.14) At 2009-04-29 10:35,
big smile open-mounthed smile confused smile double wink
#46 by (114.128.224.32) At 2009-02-21 16:59,
กลุ่ม kkk ดังกล่าวเป็นกลุ่มเหยีดสีผิวที่มีความรุนแรงอย่างมาก โดยเป็นกลุ่มที่มีอุดมการณ์อย่างโหดร้าย เพื่อทำทุกวิธีทางในการฆ่าคนผิวดำ หรือชาวยิว โดยการสร้างอุดมการณ์ของกลุ่มเพิ่มความรุนแรงเป็นอย่างมาก และโหดร้ายทารุน
#45 by moommalang (202.28.51.71) At 2009-01-03 00:02,
...
#44 by (58.147.57.38) At 2008-09-14 10:40,
big smile ขอบคุงคับครูให้ผมหาเนื้อหาเรื่องรี่พอดี
#43 by คนเล่งAudition2/6น๊ะ (124.120.32.135) At 2008-09-07 18:46,
[i][/OJOJOJIJi]
#42 by IOJO (125.26.151.77) At 2008-08-25 15:19,
วิธถา
#41 by เดรี (118.173.232.190) At 2008-08-19 11:25,
#40 by 1313 (125.24.81.162) At 2008-05-29 14:16,
ตลกจังพวกผิวขาว บ้าอำนาจทั้งที่จริงแล้วตัวเองถ้อยกว่าคนดำอีก อิอิ นี้มันยุคสมัยไหนแล้วพวกผิวขาวkkkยังไม่พลุดขึ้นมาดูโลกอีกจมอยู่แต่อดีต
#39 by (71.219.5.61) At 2008-05-06 09:56,
อ่า...กำลังเรียนสังคมเรื่องนี้พอดี

เผอิญหลับไปด้วย หุหุ
#38 by VanessaZz At 2008-01-29 20:58,
รักopen-mounthed smile sad smile angry smile
#37 by ด.ช.คมสันต์ มานาใหม่ (203.172.199.250) At 2008-01-29 12:06,
รัก
#36 by ด.ช.คมสันต์ มานาใหม่ (203.172.199.250) At 2008-01-29 12:04,
#35 by f.=. (203.172.199.250) At 2008-01-29 12:03,
#34 by (125.27.30.238) At 2007-12-29 08:10,
ควาย
#33 by ปริญญา (125.25.55.97) At 2007-12-12 13:10,
www.kkk.com
ลองดู
#32 by (58.9.20.241) At 2007-11-23 19:47,
นึกถึงเรื่อง skeletal key เลยครับ
เป็นการแก้แค้นของวิญญาณคนดำ
#31 by apple666 (Nopphasul) At 2007-10-18 19:01,


"จนบัดนี้ KKK ก็ยังซ่อนตัวอยู่ในสังคมคนผิวขาวและรอเวลาที่จะกลับมาอีกครั้ง"

น่ากลัว...
#30 by apple666 (Nopphasul) At 2007-10-18 19:00,
ไม่รู้ว่าเคยมีเหตุการณ์ที่ kkk โดนผิวสีเล่นงานรึเปล่า แต่อาจจะมีมั้ง
#29 by noname (58.8.139.101) At 2007-10-04 20:20,
>>คุณ alice
ในเวลาแบบนี้ แนะนำให้ลองหาสุนทรพจน์ I have a dream ของมาร์ติน ลูเธอร์ คิงก์ มาลองอ่านดูค่ะ อ่านแล้วจะรู้สึกว่าโลกนี้ยังพอจะมีสิ่งสวยงามอยู่อีกหลายอย่าง
#28 by ohx3 At 2007-09-07 09:42,