Spontaneous human combustion (SHC)
หรือ"ปรากฏการณ์เผาไหม้ร่างมนุษย์" นี้หมายถึงการที่ร่างกายมนุษย์เกิดการลุกไหม้ขึ้นโดยไม่มีเชื้อไฟ เป็นมิสเทรี่อย่างหนึ่งที่มีชื่อเสียงมาก คนที่ชอบเรื่องลึกลับน่าจะเคยได้ยินมาบ้าง จริงอยู่ที่สมมติฐานทางวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถอธิบายถึงปราฏกการณ์นี้ได้ทั้งหมด แต่หากจะมองโดยแต่ละคดีแล้วก็จะพบว่าต่างก็มีสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ที่พอจะอธิบายได้ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไปเช่นกัน เป็นเคสที่น่าสนใจอีกอย่างว่า ปรากฏการณ์เดียวกัน ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นจากปัจจัยเดียวกันเสมอไป
คุณ MEIJI ขอบคุณค่ะสำหรับรีเควส
ก่อนจะเข้าเรื่อง เราลองมาพูดถึงหนึ่งในปรากฏการณ์ที่เป็นคำอธิบายหนึ่งของ SHC กันก่อนดีกว่าค่ะ
Wick Effect เป็นปรากฏการณ์ที่ไขมันจากร่างกายมนุษย์ซึมออกมายังเสื้อผ้าที่เหยื่อใส่อยู่ ทำให้เหยื่อมีสภาพเหมือนกับเทียนไข"inside-out"(ไขมันในร่างกายคนเป็นตัวเทียนซึ่งอยู่ข้างใน และเสื้อผ้าเป็นไส้เทียนซึ่งมาอยู่ข้างนอกแทน) ซึ่งจะง่ายต่อการติดไฟและลุกไหม้ด้วยอุณหภูมิต่ำ ด้วยเหตุนี้เองปรากฏการณ์นี้จึงจะเกิดการลุกไหม้เฉพาะที่และไม่ลามไปเป็นบริเวณกว้าง
ในเอนทรี่นี้จะขอแนะนำเฉพาะบางคดีที่มีชื่อเสียงและข้อมูลเพียงพอค่ะ
คดีของดอกเตอร์จอห์น เออร์วิ่ง เบนทเลย์
วันที่ 5 ธันวาคม 1966 รัฐเพนซิลวาเนีย เมืองเคาวเดอร์สปอร์ท นายกอสเนลไปที่บ้านของอดีตหมอ จอห์น เออร์วิ่ง เบนทเลย์ (92) เพื่อดูมีเตอร์แก๊สแทนเจ้าของบ้านซึ่งเดินไม่สะดวก เขาพบว่าบันไดลงไปห้องใต้ดินมีควันดำสีออกน้ำเงินลอยคลุ้งและมีกลิ่นเหม็นฉุนอบอวลไปหมด ด้วยความสงสัย เขาจึงเข้าไปยังห้องน้ำซึ่งเป็นที่มาของควัน ซึ่งที่นั่นเองที่เขาได้พบกับภาพที่เขาไม่สามารถลืมได้ชั่วชีวิต
บนพื้นห้องน้ำมีรูขนาดกว้าง 75 เซนติเมตร ยาว 120 เซนติเมตร และที่ข้างรูนี้เองเขาก็พบขาของเบนทเลย์ซึ่งกลายเป็นสีคล้ำราวกับขาหุ่นตกอยู่ ส่วนอื่นๆของร่างกายนั้นกลายเป็นเถ้าถ่านตกอยู่ในห้องใต้ดินเบื้องล่าง
* คำค้าน
กล่าวกันว่าคดีของเบนทเลย์เป็นปริศนาเพราะเกิดการลุกไหม้ทั้งๆที่ไม่มีเชื้อไฟ แต่ความจริงแล้ว เป็นที่รู้กันดีว่าเบนทเลย์ในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นชอบสูบไปป์ และมักทำขี้เถ้าตกใส่เสื้อบ่อยๆ ในวันเกิดเหตุนี้ก็มีการพบขี้เถ้าตกอยู่บนพรมห้องนอนของเบนทเลย์ด้วย จึงเป็นการยืนยันว่าในวันดังกล่าว เบนทเลย์ก็กำลังสูบไปป์อยู่เช่นกัน
นอกจากนี้ ในบันทึกส่วนมากมักจะเขียนว่า เบนทเลย์ถูกเผาจนเหลือแต่ขาขวาข้างเดียว แต่ในความจริงแล้ว หัวกระโหลกของเขายังเหลืออยู่จากการเผาไหม้นี้ด้วย หากจะสันนิษฐานตามสภาพที่เกิดเหตุก็ได้ความดังนี้
1. เบนทเลย์ทำขี้เถ้าตกใส่เสื้อคลุมอาบน้ำ
2. หลายนาทีให้หลัง เสื้อติดไฟ
3. เบนทเลย์รีบมุ่งไปยังห้องน้ำ เมื่อไปถึงเสื้อคลุมก็ติดไฟจนลุกท่วมไปหมดแล้ว เขาจึงถอดเสื้อคลุมโยนใส่อ่างอาบน้ำ (เสื้อคลุมที่ถูกพบในอ่างน้ำ มีไม้ขีดไฟใส่อยู่ในกระเป๋าด้วย)
4. แต่ไฟก็ลามมาติดที่ร่างกายแล้ว ร่างของเบนทเลย์จึงเกิดปรากฏการณ์ Wick Effect ลุกไหม้จนเขาเสียชีวิต
คดีของแมรี่ รีเซอร์หรือ The Cinder Lady
เป็นคดีที่โด่งดังที่สุดของปรากฏการณ์นี้ก็ว่าได้ค่ะ
2 กรกฎาคม 1951 รัฐฟลอริด้า เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก คุณนายคาร์เพนเตอร์ เจ้าของห้องเข่ามาหาแมรี่ ฮาร์ดี้ รีเซอร์ (61) ที่ห้องของเธอ หากกดกริ่งเรียกแล้วก็ไม่มีเสียงตอบ และเมื่อจะเปิดประตูเข้าไปก็พบว่าลูกบิดประตูร้อนจัดจนลวกมือ
คุณนายรีบวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากคนงานซึ่งทำงานกันอยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อพวกเขาเข้าไปในห้องได้ก็พบกับแมรี่ รีเซอร์ซึ่งเหลือเพียงเถ้าถ่านกับกระโหลกที่หดตัวลงจนมีขนาดเพียงเท่ากำปั้น หากไม่มีส่วนใดในห้องที่ถูกไฟลุกไหม้ด้วย
* คำค้าน
เกี่ยวกับเชื้อไฟนั้น ที่จริงแล้วจากการตรวจที่เกิดเหตุทราบได้ว่าเกิดจากบุหรี่นี่เอง แมรี่มีนิสัยชอบสูบบุหรี่อยู่แต่เดิมแล้ว ประกอบกับก่อนที่เธอจะถูกพบเป็นเถ้าถ่านอยู่ในห้องพัก แมรี่เพิ่งจะโทรศัพท์คุยกับลูกชายว่าเธอได้ทานยานอนหลับไปแล้ว 2 เม็ด และจะทานอีก 2 เม็ดก่อนเข้านอน จึงเป็นไปได้ว่า แมรี่อาจจะเผลอหลับระหว่างที่เธอกำลังสูบบุหรี่อยู่และทำบุหรี่ตกใส่เสื้อ นอกจากนี้จากคำให้การของผู้ที่เห็นเธอเป็นครั้งสุดท้ายกล่าวว่า แมรี่ใส่ชุดนอนและเสื้อคลุมซึ่งล้วนทำจากวัสดุซึ่งติดไฟง่าย และเธอยังนั่งอยู่บนเก้าอี้นวนซึ่งยัดไส้ด้วยวัสดุที่ติดไฟง่ายเช่นกันอีกด้วย
อีกประการหนึ่ง มักจะกล่าวกันว่าภายในห้องไม่ถูกเพลิงไหม้เสียหาย แต่ในความจริงแล้ว ไฟได้ไหม้เก้าอี้ โต๊ะข้างเก้าอี้ และโคมไฟไปจนหมด ในตอนที่ค้นพบศพนั้น เพดานยังลุกไหม้อยู่ด้วยซ้ำ
และจริงอยู่ที่ร่างกายของแมรี่ถูกไหม้เป็นเถ้าถ่านจนแทบไม่เหลือกระดูก แต่ที่บอกว่ากระโหลกของเธอหดตัวจนมีขนาดเท่ากำปั้นนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่จะไม่จริง เนื่องจากในหนังสือพิมพ์ที่ลงข่าวนี้อยู่กล่าวเพียงว่า"วัตถุทรงกลมซึ่งน่าจะเป็นกระโหลกศีรษะ" (ไม่ได้เจาะจงว่าเป็นกระโหลกจริงๆ) นักวิจัยชี้ว่าเป็นไปได้ว่าวัตถุดังกล่าวน่าจะเป็นกระดูกส่วนฐานกระโหลกที่เชื่อมกับคอก็เป็นได้
มักจะมีการอ้างว่า การจะเผาร่างกายมนุษย์ให้เหลือแต่เถ้าถ่านนั้นต้องใช้อุณหภูมิ 1370 องศาเซลเซียสขึ้นไปเผาติดต่อกันเป็นเวลา 3 ชั่วโมงขึ้นไป แต่ที่จริงแล้วใช้อุณหภูมิ 870 - 980 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 1 ชั่วโมงก็สามารถเผาให้เป็นเถ้าถ่านได้แล้ว และถึงจะเป็นอุณหภูมิที่ต่ำกว่า หากใช้เวลาหลายชั่วโมงก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน อย่าว่าแต่แมรี่ถูกเผาอยู่ถึง 10 ชั่วโมงด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ ไฟซึ่งลุกไหม้ในสถานที่ปิดนั้น จะไม่โหมลุกใหญ่โตเนื่องจากมีออกซิเจนน้อย แต่จะลุกไหม้อยู่ที่ต้นเพลิงทีละน้อยเท่านั้น ในกรณีของแมรี่นี้ ห้องของเธอเป็นพื้นคอนกรีตจึงมีสภาพปิดตายและทำให้ไฟไม่ลามไปยังที่อื่นมากนัก
คดีของจีนนี่ แซฟฟิน
15 กันยายน 1982 จีนนี่ แซฟฟิน (61) ซึ่งพักรักษาตัวโรคทางสมองอยู่กับน้องสาว จู่ๆเกิดมีอาการทรมานและพ่นไฟออกจากปากมาลุกติดศรีษะ จีนนี่ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที เธอถูกนำตัวเข้ารักษาโดยแพทย์เฉพาะด้านของแผลไฟลวก หากการรักษาก็ไม่เป็นผล เธอเสียชีวิตในอีก 8 วันให้หลัง
โดนัลด์ คาร์โรลซึ่งเป็นน้องเขยกล่าวว่า จีนนี่มีรอยไหม้เพียงที่ส่วนศีรษะ แขนและบางส่วนของเสื้อที่ใส่อยู่โดยที่ไฟไม่ได้ลามไปที่อื่น โดยเฉพาะใบหน้าและภายในปากนั้นเป็นแผลไฟไหม้อย่างหนัก และในที่เกิดเหตุไม่มีเชื้อไฟอยู่เลย
* คำค้าน
ความพิสดารของคดีนี้อยู่ตรงที่จีนนี่พ่นไฟออกจากปากและในปากของเธอมีแผลไฟไหม้ด้วย แต่ตามบันทึกที่หลงเหลืออยู่จริง แพทย์ชันสูตรได้กล่าวว่า"มีขี้เถ้ามีที่จมูกก็จริง แต่ในปากไม่มีแผลใดๆ" นอกจากนี้ ยังไม่มีรอยแผลไฟไหม้ภายในร่างกายอีกด้วย
ถ้าเช่นนั้นเรื่องจินนี่พ่นไฟมาจากที่ไหน? ที่จริงแล้วรายละเอียดดังกล่าวถูกเพิ่มเติมขึ้นในการสัมภาษณ์โดนัลด์ คาร์โรลในอีก 12 ปีให้หลังจากคดี มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นเรื่องที่แต่งเติมขึ้นโดยนักข่าวคอลัมภ์อีกที
ส่วนเชื้อไฟนั้น ตอนที่เกิดเหตุ จีนนี่นั่งอยู่ในครัวกับแจ๊ค แซฟฟินซึ่งเป็นพ่อ ก่อนเกิดเหตุ แจ๊คกำลังสูบไปป์และหน้าต่างก็เปิดอยู่ จึงพอจะสันนิษฐานได้ว่า ลมได้พัดเอาขี้เถ้าจากไปป์ไปติดยังเสื้อของจีนนี่ และจากคำให้การของตำรวจซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุว่า"เมื่อตอนที่ผมไปถึง เสื้อของเธอยังมีไฟลุกอยู่" หมายความว่าที่ไฟไหม้นั้น ไม่ใช่จากหน้าของเธอ แต่เป็นจากเสื้อของเธอมากกว่านั่นเอง
คดีของเฮเลน คอนเวย์
8 พฤศจิกายน 1964 รัฐเพนซิลวาเนีย เมื่อหลานสาวกลับมาถึงบ้านก็พบกับเฮเลน คอนเวย์ถูกไฟไหม้เหลือเพียงขาตั้งแต่เข่าลงไปสองข้างเท่านั้น หลานของเธอออกจากบ้านไปเพียงช่วงสั้นๆ ซึ่งหมายความว่าเป็นคดีที่เกิดในระยะเวลาเพียง 6 - 20 นาทีเท่านั้นเอง
คอนเวย์เป็นนักสูบบุหรี่จัดและไม่ค่อยระวังไฟ ในที่เกิดเหตุพบรอยไหม้ของบุหรี่ และหลานสาวได้ยืนยันว่าก่อนที่เธอจะออกไปซื้อของ ได้ส่งไม้ขีดไฟกล่องใหม่ให้กับเฮเลน จึงเป็นธรรมดาที่สาเหตุจะถูกเล็งไปยังไฟบุหรี่นั่นเอง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ลารี่ อาร์โนลด์ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนทฤษฎี SHC ได้กล่าวว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ว่าที่จริงแล้วร่างของเฮเลนได้เกิดการระเบิดขึ้นมา
*คำค้าน
ลารี่ อาร์โนลด์นี่ก็ไม่ใช่ใครอื่นค่ะ คนๆเดียวกันกับที่สัมภาษณ์โดนัลด์ คาร์โรลในคดีของจีนนี่ แซฟฟินนี่เอง ลารี่เสนอสมมติฐานการระเบิดก็จริง แต่ในที่เกิดเหตุ ไม่มีชิ้นส่วนของร่างกายกระจัดกระจายดังที่ควรจะเป็นเมื่อเกิดระเบิด
ในเรื่องของระยะเวลาการเผาไหม้ที่สั้นมากนั้น ถ้าลองเปรียบเทียบรูปทั้งสามรูปในเอนทรี่ก็จะเข้าใจได้ง่ายขึ้น คดีของเบนทเลย์และแมรี่นั้น ไฟได้เผาจนเกิดความเสียหายไปยังรอบๆด้วย (คดีของเบนทเลย์เกิดเป็นรูที่พื้น คดีของแมรี่เครื่องเรือนและเพดานถูกเผาจนเกือบหมด) แต่กรณีของเฮเลนนี้ ของรอบๆตัวเธอไม่มีความเสียหายมากถึงขนาดนั้น แม้แต่เก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่ก็ยังคงสภาพเดิมไว้ได้ส่วนใหญ่ จึงมีการสันนิษฐานว่าเฮเลนอาจจะหัวใจวายตายก่อนเกิดไฟไหม้ ทำให้เธอไม่ได้ดิ้นรนมากจนสะเก็ดไฟกระจายไปรอบๆ และบุหรี่ก็น่าจะตกลงบนตักของเธอเองทำให้ไฟลุกในแนวตั้งซึ่งจะมีลักษณะเป็นไฟแรงกว่าไฟที่ไหม้ในแนวนอน ซึ่งทำให้ท่อนบนของเฮเลนถูกไฟเผาไปในระยะเวลาอันสั้นได้
2007/Jan/09
อา.. เคยดูเรื่องนี้จากช่องเอกซไซส์ทางยูบีซีเหมือนกัน มันเป็นเรื่องที่ประหลาดมากเลยอ่ะ แบบว่าถ้าไฟไหม้ร่างจริงๆ ทำไมไหม้หายไปเป็นส่วนๆ แล้วเหลือชิ้นส่วนบางชิ้นของร่างกายอยู่ แถมพื้นที่แถวที่โดนไม้ก็ไม่ลุกลามมากเหมือนไฟไหม้ปกติด้วย น่ากลัวน๊า ถ้าอยู่ๆ มันเกิดขึ้นกับตัวเองละ ...............
สังเกต ทุกคน สูบบุหรี่หรือไปป์ทั้งนั้น
ในปัจจุบันน่าจะมีปรากฏการณ์นี้เยอะๆ แบบ 50-50 คนจะได้เลิกสูบซะที เหม็นนนน
ในปัจจุบันน่าจะมีปรากฏการณ์นี้เยอะๆ แบบ 50-50 คนจะได้เลิกสูบซะที เหม็นนนน
อืม น่าแปลกจริงๆค่ะ ทุกคดีที่พูดมามีต้นเหตุจากบุหรี่ทั้งนั้นเลย . . . แต่ไอ้ที่พ่นไฟออกจากปากนี่ก็เว่อร์ดีจริงๆ
ชวนให้นึกถึงมังกรพ่นไฟเลย
ขอบคุณมากค่ะที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนแรกอ่านๆแล้วไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงสักเท่าไร
ชวนให้นึกถึงมังกรพ่นไฟเลย
ขอบคุณมากค่ะที่เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนแรกอ่านๆแล้วไม่ค่อยแน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงสักเท่าไร
wick effect อ่านแล้วนึกถึงคนหน้ามันแฮะ
เมืองไทยไม่มี เป็นเพราะแถวโน้นอากาศแห้งด้วยรึเปล่านะ ไฟถึงได้ติดดีนัก
เมืองไทยไม่มี เป็นเพราะแถวโน้นอากาศแห้งด้วยรึเปล่านะ ไฟถึงได้ติดดีนัก
อ่านแล้วก็ยังสงสัยอยู่ดีว่า ไหม้ยังไงทำให้เหลือซากเป็นชิ้นส่วนแบบนั้นได้
อ่านคดีนี้แล้ว นึกไปถึงคดีที่ร่างกายขยับได้เอง และพยายามจะทำร้ายตัวเอง จำได้ว่าอ่านสองเรื่องนี้ติดๆกันเลย
อ่านคดีนี้แล้ว นึกไปถึงคดีที่ร่างกายขยับได้เอง และพยายามจะทำร้ายตัวเอง จำได้ว่าอ่านสองเรื่องนี้ติดๆกันเลย
เรื่องนี้น่ากลัวมากเลยอ่ะ โดยเฉพาะคดีแรก
ที่โดนเผาทั้งเป็น ทั้งๆที่รู้สึกตัวอยู่ คงทรมานสุดๆ
คดีอื่นๆเหมือนกับว่าคนเหล่านั้น ตายไปก่อนแล้ว หรือหลับไป
ส่วนผู้หญิงที่พ่นไฟก็เหมือนเป็นอุบัติเหตุมากกว่า
ที่โดนเผาทั้งเป็น ทั้งๆที่รู้สึกตัวอยู่ คงทรมานสุดๆ
คดีอื่นๆเหมือนกับว่าคนเหล่านั้น ตายไปก่อนแล้ว หรือหลับไป
ส่วนผู้หญิงที่พ่นไฟก็เหมือนเป็นอุบัติเหตุมากกว่า
ตกลงตั้งแต่อ่านมานี่ไม่มีใครที่เป็นจริงๆ เลยใช่มะ แต่เคยดูอยู่อันนึงน่ะ UBC นี่แหละมั้ง แบบว่าผัวเมียเดินอยู่ที่ชายหาดไหนไม่รู้ซักที่ แล้วอยู่ๆ เมียก็ไฟลุกพรึ่บเลย แป๊บเดียวเอง ต่อหน้าคนทั้งหาด เหอะๆ จำไม่ได้ว่าตายเปล่า
อืมม...เรื่องนี้แปลกมากค่ะ เคยดูรายการทางยูบีซีที่เกียวกับเรื่องนี้เหมือนกัน แต่ในรายการนั้นเอาคนที่รอดจากการถูกเผาไหม้ภายในมาให้สัมภาษณ์ด้วย เค้าบอกว่าตอนที่ขับรถอยู่ อยู่ดีๆก้อมีควันขึ้นมาจากแขนของเค้าที่จับพวงมาลัยอยู่ แล้วเค้าก้อพยายามหาว่าเกิดไฟไหม้ขึ้นที่ไหน แต่เค้าก้อพบว่ามันมาจากแขนของเค้าเอง แล้วเค้าก้อเริ่มรู้สึกร้อน เค้าก้อเลยจาไปโรงพยาบาล แต่ขณะที่กำลังจาขับรถไปควันพวกนั้น (ที่ตอนนี้ลอยคลุ้งไปทั่วรถแล้ว) ก้อค่อยๆจางลง แล้วมันก้อหายไปเอง (เค้าว่าแบบนี้อ่ะค่ะ
)
p.s. เรื่อง blog tag ในที่สุดเราก้อโดน tag จนได้ คิดว่ากำลังจาไปเขียนค่ะ ไว้ว่างๆจาเข้าไปอ่านก้อได้นะคะ
)
p.s. เรื่อง blog tag ในที่สุดเราก้อโดน tag จนได้ คิดว่ากำลังจาไปเขียนค่ะ ไว้ว่างๆจาเข้าไปอ่านก้อได้นะคะ
คนเขียนคอลัมน์นี่ก็เหลือเกิน แต่งเข้าไปได้ว่าพ่นไฟออกมาจากปาก... สงสัยไม่เคยดูกลมนุษย์พ่นไฟแหงๆ...
เคยดูคดีนึงของCSI รู้สึกว่าจะมาจากคดีของ แมรี่ รีเซอร์นี่แหละค่ะ
สรุปว่าทุกคดีที่ท่านยกมานี่ บุหรี่กับยาสูบเป็นตัวการทั้งนั้นเลยสินี่ เห็นด้วยกับคุณmeekunว่าควรเอาไปโฆษณารณรงค์เลิกสูบบุหรี่ซะให้นักสูบทั้งหลายเข็ดไปเลย เอารูปที่เหลือแต่ขาพวกนั้นไปลงด้วย สยองชะมัด ดีนะที่กินข้าวเสร็จแล้ว... ไม่งั้นมีหวัง...
เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนึง นางเอกเกิดSHCบ่อยๆ แต่ไหม้แค่เสื้อผ้า ไม่ไหม้ตัว หาสาเหตุอยู่นานกว่าจะเจอว่าเป็นเพราะไปปิ๊งผู้ชายคนนึงเข้า ทุกครั้งที่เห็นผู้ชายคนนั้นก็จะเกิดอาการรุ่มร้อน แล้วร่างกายก็พรึ่บ...ติดไฟ...
เอามาเล่าไว้ขำๆ...ลดความเครียด...เพราะภาพคราวนี้มันสยองจริงๆนะท่าน...
เคยดูคดีนึงของCSI รู้สึกว่าจะมาจากคดีของ แมรี่ รีเซอร์นี่แหละค่ะ
สรุปว่าทุกคดีที่ท่านยกมานี่ บุหรี่กับยาสูบเป็นตัวการทั้งนั้นเลยสินี่ เห็นด้วยกับคุณmeekunว่าควรเอาไปโฆษณารณรงค์เลิกสูบบุหรี่ซะให้นักสูบทั้งหลายเข็ดไปเลย เอารูปที่เหลือแต่ขาพวกนั้นไปลงด้วย สยองชะมัด ดีนะที่กินข้าวเสร็จแล้ว... ไม่งั้นมีหวัง...
เคยอ่านการ์ตูนเรื่องนึง นางเอกเกิดSHCบ่อยๆ แต่ไหม้แค่เสื้อผ้า ไม่ไหม้ตัว หาสาเหตุอยู่นานกว่าจะเจอว่าเป็นเพราะไปปิ๊งผู้ชายคนนึงเข้า ทุกครั้งที่เห็นผู้ชายคนนั้นก็จะเกิดอาการรุ่มร้อน แล้วร่างกายก็พรึ่บ...ติดไฟ...
เอามาเล่าไว้ขำๆ...ลดความเครียด...เพราะภาพคราวนี้มันสยองจริงๆนะท่าน...
เคยดูในUBC เมื่อก่อนเหมือนกัน เคยเห็นมีอีกคดีนึงที่เค้าว่าโดนฆาตกรรมแล้วเผาศพทำลายหลักฐาน แต่ตอนหลังคนร้ายก็โดนจับแล้วสารภาพวิธีฆ่าด้วยนิ
ตอนแรกที่เคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตอนนั้นเชื่อมากๆเลยนะค่ะ ออกแนวกลัวด้วยล่ะ เพราะตัวเองเป็นคนขี้ร้อนมากๆๆๆๆ กลัวตัวเองจะไฟลูกซะงั้น
แต่หลังจากที่ได้อ่านแล้ว คิดว่าน่าจะมาจากบุหรีและค.ประมาทมากกว่านะค่ะ
แต่หลังจากที่ได้อ่านแล้ว คิดว่าน่าจะมาจากบุหรีและค.ประมาทมากกว่านะค่ะ
เอ่อ มันเป็นเรื่องที่แปลกจริง ๆ เน่ะ
เผาไหม่อย่างไม่รู้สาเหตุ
ว่าแต่ไอ่กรณีพ่นไฟออกจากปาก
หรือว่ามีรอยเผาไหม้ด้านในร่างกายออกจะเกินจริงไปหน่อย ???
อยากรู้จังค่ะว่าทำได้ด้วยเหรอ ถ้าด้านในของร่างกายมีรอยเผาไหม้อ่า
น่ากลัวเน่ะ
เผาไหม่อย่างไม่รู้สาเหตุ
ว่าแต่ไอ่กรณีพ่นไฟออกจากปาก
หรือว่ามีรอยเผาไหม้ด้านในร่างกายออกจะเกินจริงไปหน่อย ???
อยากรู้จังค่ะว่าทำได้ด้วยเหรอ ถ้าด้านในของร่างกายมีรอยเผาไหม้อ่า
น่ากลัวเน่ะ
รู้สึกเหมือนเคยได้ยิน แต่ที่แน่ๆ สยอง
ทักกันหลายคน เมืองไทยไม่มีหรอกค่ะเหตุการณ์ประเภทนี้ เหงื่อออกกันจนดับไฟได้(ฮา)
ภูมิอากาศไม่ให้น่ะ ร้อนชื้น แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้หรอกนะ
ทักกันหลายคน เมืองไทยไม่มีหรอกค่ะเหตุการณ์ประเภทนี้ เหงื่อออกกันจนดับไฟได้(ฮา)
ภูมิอากาศไม่ให้น่ะ ร้อนชื้น แต่ไม่ได้แปลว่าเป็นไปไม่ได้หรอกนะ
>>คุณ blUeFaKe
โดยปกติแล้ว ถ้าวัสดุเป็นผ้ายังพอจะติดไฟง่ายค่ะ แต่ไม้นี่ไม่ใช่ว่าเอาไฟจ่อปุ๊บมันจะติดได้ทันที ยิ่งถ้าไฟเป็นไฟเล็กๆ ลามทีละนิดก็จะยิ่งติดยากค่ะ ในคดีของเฮเลน ที่ยังเหลือขาอยู่ เพราะไฟมันลามขึ้นข้างบน ไม่ได้ลงมาเผาขาด้วย แต่เพราะอย่างนั้น ไฟมันเลยลุกแรงกว่าปกติ.....ก็เป็นได้
>>คุณ meekun
นอกจากชอบสูบไปป์สูบบุหรี่แล้ว ยังไม่รู้จักระวังไฟด้วยค่ะ
นึกถึงพวกคนที่ชอบสูบบุหรี่ยังไม่พอ ชอบทิ้งเถ้าบุหรี่ ก้นบุหรี่เรี่ยราดด้วย
>>คุณลูกเหมียวน้อย
เวลามีการเล่าเรื่องทำนองนี้ มักจะมีการปิดบังข้อมูลบางส่วนเพื่อทำให้เรื่องดูลึกลับน่าเชื่อถือค่ะ ที่จริงแล้วเรื่องอาจจะไม่ถึงกับโกหกทั้งหมด แต่พอมารู้ความจริงทีหลังแบบนี้ มันทำให้ส่วนที่ควรจะจริงของเรื่องดูไม่น่าเชื่อถือไปด้วยค่ะ
ความจริงแล้ว แค่มีไฟเผาคนเป็นเถ้าได้ มันก็เป็นคดีที่พิสดารพออยู่แล้วล่ะ
>>คุณ MEIJI
ไม่เป็นไรมิได้ค่ะ
ความจริงก็ยังมีคดีเล็กๆน้อยๆที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากบุหรี่บ้างเหมือนกัน แต่ทางโน้นมันเป็นการแต่งเรื่องขึ้นเองเสียครึ่งนึง ไม่ก็ไม่ได้เกี่ยวกันเลย เลยไม่ได้เอามาลงไว้ค่ะ
>>คุณ ratatosk
เรื่องอากาศแห้งคงเป็นไปได้ค่ะ เพราะเท่าที่ดู ไม่มีคดีไหนเกิดในอังกฤษเลย (อังกฤษอากาศชื้นมาก)
>>คุณ tapum
อาจจะขึ้นอยู่กับลักษณะการลุกลามของไฟค่ะ ซึ่งอันนี้คงต้องเรียกท่านผู้เชี่ยวชาญมาอธิบายดีกว่า ข้าพเจ้าจนปัญญาจริงๆ
>>คุณ Demigod
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่เฉพาะคนที่สูบบุหรี่เท่านั้น ทุกคนควรระวังเวลาใช้ไฟด้วยค่ะ เผลอนิดเดียวอาจมีอันตรายถึงชีวิต
แต่ข้าพเจ้าก้เพิ่งรู้เหมือนกันว่า ไปป์นี่มันขี้เถ้าเยอะขนาดนั้น
>>คุณ uregus
อืม อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่มีอยู่คดีนึงที่มีผู้หญิงไม่ทราบชื่อถูกเผาตายกลางถนนในชิคาโก้ มีผู้ให้การว่าจู่เธอก็ล้มลงไปและมีไฟลุกขึ้นมา แต่จากการชันสูตรพบว่าที่จริงแล้วเธอตายตั้งแต่ก่อนไฟจะลุกอยู่แล้ว มันเลยเป็นคดีฆาตกรรมเสียมากกว่าคดี SHC ค่ะ
>>คุณ aerith-chan
ไม่เชิงค่ะ เพราะจีนนี่ แซฟฟิน ไม่ได้สูบบุหรี่เอง แต่พ่อเป็นคนสูบ....ที่เขาว่าบุหรี่ทำร้ายคนใกล้ตัวมันอาจจะจริงอย่างชัดเจนในความหมายนี้ด้วยก็ได้
>>คุณนายจดหมายรัก
ตำนานอาชูร่าที่ว่านี่มันคือยังไงเหรอคะ สะดุดใจสุดๆ
>>คุณ imai283
คดีที่ว่าน่าจะเป็นคดีของออลก้า เวิร์สเมื่อปี 1964 กับคดีที่เกิดที่ออสเตรเลียเมื่อปี 1998 ค่ะ ที่ไม่ลงเพราะมีข้อมูลอยู่ไม่มากค่ะ โดยเฉพาะอันแรกนี่ลงในหนังสือ Charles Berlitz's World of the Incredible but True นี่ยิ่งมีความเป็นไปได้ว่าเป็นเรื่องโม้สูงมาก ส่วนอีกคดีไม่มีเอกสารยืนยันพอ
ปล. ขอบคุณมากค่ะที่อุตส่าห์เก็บไป แล้วจะตามไปอ่านค่ะ
>>คุณ naranjina
อุอุ.... ขออภัยค่ะที่ภาพมันสยองไปหน่อย ตอนแรกก็คิดว่าจะให้เปิดเป็นลิงค์ต่างหากดีรึเปล่า แต่อยากให้ดูเทียบกันกับคดีของเฮเลน คอนเวย์ เลยแปะลงมาในหน้าเดียวกันนี่แหละค่ะ ....พยายามย่อให้ภาพมันดูไม่ชัดแล้วนา....
เห็นด้วยกับที่ว่าน่าจะเอาไปทำเป็นภาพรณรงค์งดสูบบุหรี่ค่ะ (ไม่ก็รณรงค์เรื่องมารยาทในการสูบบุหรี่) ไม่แน่ว่าอาจได้ผลดีกว่ารูปที่เป็นห่อซองบุหรี่ทุกวันนี้ก็ได้
การ์ตูนเรื่องที่ว่าเหมือนจะเคยอ่านค่ะ แต่สงสัยจะอ่านไม่จบ....
>>คุณ Laudamus
น่าจะเป็นคดีของเคาวเตสเกลริซค่ะ มีการพบศพของเคาวเตสในสภาพถูกเผาจนเกรียม โดยเฉพาะที่ศีรษะนั้นไหม้จนแทบไม่เหลือสภาพเดิม แต่เมื่อมีการสืบก็พบว่าคนใช้ชายในบ้านมีเครื่องเพชรของเคาวเตสเก็บอยู่ ภายหลังคนร้ายรับสารภาพว่าเข้าไปขโมยเครื่องเพชรแล้วเคาวเตสมาเจอพอดี ก็เลยฆ่าบีบคอและเผาศพเพื่อทำลายหลักฐาน
>>คุณนายฉิม
คงเพราะเมืองไทยมีความชื้นในอากาศสูงกว่าทางโน้นน่ะค่ะ แล้วดก็สงสัยว่าไปป์มันจะมีขี้เถ้ามากกว่าบุหรี่ด้วยรึเปล่า?
แต่ยังไง ช่วงนี้คงอดผวาคนสูบบุหรี่ไปไม่ได้สักพัก
>>คุณฟ้าใส
คนเราคงไม่ติดไฟกันง่ายๆหรอกค่ะ แต่จากนี้ไป เจอก้นบุหรี่ติดไฟตกอยู่ที่ไหนก็ช่วยกันดับไฟหน่อยก็แล้วกัน เป็นการช่วยสังคมด้วย
>>คุณ Pinn
ถ้ามันมีรอยไหม้ภายในร่างกายก็จะเท่ากับว่าไฟมันออกมาจากในตัวจริงๆ และจีนนี่พ่นไฟออกจากปากจริงๆค่ะ (แต่ไม่มี จึงแปลว่าไม่ใช่) ซึ่งถ้าจริงขึ้นมานั่นแหละค่ะ ถึงจะกลายเป็นคดีพิสดารของแท้ว่าร่างกายคนเราสามารถสร้างไฟขึ้นมาได้จริงๆ
>>คุณ shiny
ที่จริงแล้ว เมืองไทยก็เกิดไฟไหม้ง่ายในหน้าหนาวเสียมากกว่าค่ะ อากาศยิ่งแห้งก็ยิ่งเกิดไฟไหม้ได้ง่าย (ในกรณีที่ไม่เกี่ยวกับความประมาทของคน)
มุขเหงื่อนี่ชอบมากค่ะ ทานากะคุง---- เอาเบาะมาอีกใบที-----
โดยปกติแล้ว ถ้าวัสดุเป็นผ้ายังพอจะติดไฟง่ายค่ะ แต่ไม้นี่ไม่ใช่ว่าเอาไฟจ่อปุ๊บมันจะติดได้ทันที ยิ่งถ้าไฟเป็นไฟเล็กๆ ลามทีละนิดก็จะยิ่งติดยากค่ะ ในคดีของเฮเลน ที่ยังเหลือขาอยู่ เพราะไฟมันลามขึ้นข้างบน ไม่ได้ลงมาเผาขาด้วย แต่เพราะอย่างนั้น ไฟมันเลยลุกแรงกว่าปกติ.....ก็เป็นได้
>>คุณ meekun
นอกจากชอบสูบไปป์สูบบุหรี่แล้ว ยังไม่รู้จักระวังไฟด้วยค่ะ
นึกถึงพวกคนที่ชอบสูบบุหรี่ยังไม่พอ ชอบทิ้งเถ้าบุหรี่ ก้นบุหรี่เรี่ยราดด้วย
>>คุณลูกเหมียวน้อย
เวลามีการเล่าเรื่องทำนองนี้ มักจะมีการปิดบังข้อมูลบางส่วนเพื่อทำให้เรื่องดูลึกลับน่าเชื่อถือค่ะ ที่จริงแล้วเรื่องอาจจะไม่ถึงกับโกหกทั้งหมด แต่พอมารู้ความจริงทีหลังแบบนี้ มันทำให้ส่วนที่ควรจะจริงของเรื่องดูไม่น่าเชื่อถือไปด้วยค่ะ
ความจริงแล้ว แค่มีไฟเผาคนเป็นเถ้าได้ มันก็เป็นคดีที่พิสดารพออยู่แล้วล่ะ
>>คุณ MEIJI
ไม่เป็นไรมิได้ค่ะ
ความจริงก็ยังมีคดีเล็กๆน้อยๆที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากบุหรี่บ้างเหมือนกัน แต่ทางโน้นมันเป็นการแต่งเรื่องขึ้นเองเสียครึ่งนึง ไม่ก็ไม่ได้เกี่ยวกันเลย เลยไม่ได้เอามาลงไว้ค่ะ
>>คุณ ratatosk
เรื่องอากาศแห้งคงเป็นไปได้ค่ะ เพราะเท่าที่ดู ไม่มีคดีไหนเกิดในอังกฤษเลย (อังกฤษอากาศชื้นมาก)
>>คุณ tapum
อาจจะขึ้นอยู่กับลักษณะการลุกลามของไฟค่ะ ซึ่งอันนี้คงต้องเรียกท่านผู้เชี่ยวชาญมาอธิบายดีกว่า ข้าพเจ้าจนปัญญาจริงๆ
>>คุณ Demigod
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ไม่เฉพาะคนที่สูบบุหรี่เท่านั้น ทุกคนควรระวังเวลาใช้ไฟด้วยค่ะ เผลอนิดเดียวอาจมีอันตรายถึงชีวิต
แต่ข้าพเจ้าก้เพิ่งรู้เหมือนกันว่า ไปป์นี่มันขี้เถ้าเยอะขนาดนั้น
>>คุณ uregus
อืม อันนี้ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่มีอยู่คดีนึงที่มีผู้หญิงไม่ทราบชื่อถูกเผาตายกลางถนนในชิคาโก้ มีผู้ให้การว่าจู่เธอก็ล้มลงไปและมีไฟลุกขึ้นมา แต่จากการชันสูตรพบว่าที่จริงแล้วเธอตายตั้งแต่ก่อนไฟจะลุกอยู่แล้ว มันเลยเป็นคดีฆาตกรรมเสียมากกว่าคดี SHC ค่ะ
>>คุณ aerith-chan
ไม่เชิงค่ะ เพราะจีนนี่ แซฟฟิน ไม่ได้สูบบุหรี่เอง แต่พ่อเป็นคนสูบ....ที่เขาว่าบุหรี่ทำร้ายคนใกล้ตัวมันอาจจะจริงอย่างชัดเจนในความหมายนี้ด้วยก็ได้
>>คุณนายจดหมายรัก
ตำนานอาชูร่าที่ว่านี่มันคือยังไงเหรอคะ สะดุดใจสุดๆ
>>คุณ imai283
คดีที่ว่าน่าจะเป็นคดีของออลก้า เวิร์สเมื่อปี 1964 กับคดีที่เกิดที่ออสเตรเลียเมื่อปี 1998 ค่ะ ที่ไม่ลงเพราะมีข้อมูลอยู่ไม่มากค่ะ โดยเฉพาะอันแรกนี่ลงในหนังสือ Charles Berlitz's World of the Incredible but True นี่ยิ่งมีความเป็นไปได้ว่าเป็นเรื่องโม้สูงมาก ส่วนอีกคดีไม่มีเอกสารยืนยันพอ
ปล. ขอบคุณมากค่ะที่อุตส่าห์เก็บไป แล้วจะตามไปอ่านค่ะ
>>คุณ naranjina
อุอุ.... ขออภัยค่ะที่ภาพมันสยองไปหน่อย ตอนแรกก็คิดว่าจะให้เปิดเป็นลิงค์ต่างหากดีรึเปล่า แต่อยากให้ดูเทียบกันกับคดีของเฮเลน คอนเวย์ เลยแปะลงมาในหน้าเดียวกันนี่แหละค่ะ ....พยายามย่อให้ภาพมันดูไม่ชัดแล้วนา....
เห็นด้วยกับที่ว่าน่าจะเอาไปทำเป็นภาพรณรงค์งดสูบบุหรี่ค่ะ (ไม่ก็รณรงค์เรื่องมารยาทในการสูบบุหรี่) ไม่แน่ว่าอาจได้ผลดีกว่ารูปที่เป็นห่อซองบุหรี่ทุกวันนี้ก็ได้
การ์ตูนเรื่องที่ว่าเหมือนจะเคยอ่านค่ะ แต่สงสัยจะอ่านไม่จบ....
>>คุณ Laudamus
น่าจะเป็นคดีของเคาวเตสเกลริซค่ะ มีการพบศพของเคาวเตสในสภาพถูกเผาจนเกรียม โดยเฉพาะที่ศีรษะนั้นไหม้จนแทบไม่เหลือสภาพเดิม แต่เมื่อมีการสืบก็พบว่าคนใช้ชายในบ้านมีเครื่องเพชรของเคาวเตสเก็บอยู่ ภายหลังคนร้ายรับสารภาพว่าเข้าไปขโมยเครื่องเพชรแล้วเคาวเตสมาเจอพอดี ก็เลยฆ่าบีบคอและเผาศพเพื่อทำลายหลักฐาน
>>คุณนายฉิม
คงเพราะเมืองไทยมีความชื้นในอากาศสูงกว่าทางโน้นน่ะค่ะ แล้วดก็สงสัยว่าไปป์มันจะมีขี้เถ้ามากกว่าบุหรี่ด้วยรึเปล่า?
แต่ยังไง ช่วงนี้คงอดผวาคนสูบบุหรี่ไปไม่ได้สักพัก
>>คุณฟ้าใส
คนเราคงไม่ติดไฟกันง่ายๆหรอกค่ะ แต่จากนี้ไป เจอก้นบุหรี่ติดไฟตกอยู่ที่ไหนก็ช่วยกันดับไฟหน่อยก็แล้วกัน เป็นการช่วยสังคมด้วย
>>คุณ Pinn
ถ้ามันมีรอยไหม้ภายในร่างกายก็จะเท่ากับว่าไฟมันออกมาจากในตัวจริงๆ และจีนนี่พ่นไฟออกจากปากจริงๆค่ะ (แต่ไม่มี จึงแปลว่าไม่ใช่) ซึ่งถ้าจริงขึ้นมานั่นแหละค่ะ ถึงจะกลายเป็นคดีพิสดารของแท้ว่าร่างกายคนเราสามารถสร้างไฟขึ้นมาได้จริงๆ
>>คุณ shiny
ที่จริงแล้ว เมืองไทยก็เกิดไฟไหม้ง่ายในหน้าหนาวเสียมากกว่าค่ะ อากาศยิ่งแห้งก็ยิ่งเกิดไฟไหม้ได้ง่าย (ในกรณีที่ไม่เกี่ยวกับความประมาทของคน)
มุขเหงื่อนี่ชอบมากค่ะ ทานากะคุง---- เอาเบาะมาอีกใบที-----
ทำไมถึงเหลือส่วนที่ไม่ถูกเผาได้ในสภาพสมบูรณ์นะ ถ้าโดนเผามันก็น่าจะลุกลามไปได้ทั้งตัว หรือมีแผลไฟลวกด้วย แต่นี่เหลือขาเป็นท่อนได้เลย แปลกจัง
บุหรี่เป็นภัยต่อชีวิตจริงๆนะงานนี้
เห็นภาพส่วนที่เหลือแล้วสยองจริงๆค่ะ >_< เคยดู CSI เหมือนกันที่มีคดีแบบนี้ เดี๋ยวคงไปดูอีกทีว่าผลการทดลองเป็นยังไง
เห็นภาพส่วนที่เหลือแล้วสยองจริงๆค่ะ >_< เคยดู CSI เหมือนกันที่มีคดีแบบนี้ เดี๋ยวคงไปดูอีกทีว่าผลการทดลองเป็นยังไง
>>คุณ zoo
เขาบอกว่ามันขึ้นอยู่กับลักษณะในการลุกลามของไฟน่ะค่ะ รายละเอียดนี่ก็...เกินความสามารถข้าพเจ้าไปโลดเลยค่ะ สรุปไม่ไหว
>>คุณ reafre
CSI ตอนที่ว่านี่ไม่เคยดูค่ะ (ปลายปีเปิดทีวีเพื่อเล่นเกมอย่างเดียว) อยากดูอยู่หรอก แต่พอเห็นฉากเสียวๆแล้วทนดูไม่ไหวอ้ะ
อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะเฉลยคดียังไง
เขาบอกว่ามันขึ้นอยู่กับลักษณะในการลุกลามของไฟน่ะค่ะ รายละเอียดนี่ก็...เกินความสามารถข้าพเจ้าไปโลดเลยค่ะ สรุปไม่ไหว
>>คุณ reafre
CSI ตอนที่ว่านี่ไม่เคยดูค่ะ (ปลายปีเปิดทีวีเพื่อเล่นเกมอย่างเดียว) อยากดูอยู่หรอก แต่พอเห็นฉากเสียวๆแล้วทนดูไม่ไหวอ้ะ
อยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะเฉลยคดียังไงเคยดูจากรายการ สืบจากศพ ช่อง 3 ตอนดีกๆ เมื่อหลายปีก่อน เขาเอาหมูมาลองเผาดู โดยพันผ้าไว้รอบๆ หนาๆ แล้วเผา มันก็ไหม้แบบเดียวกัน
>>คุณ Van
ถ้าจริง การเผาแบบนี้ก็อาจจะเป็นวิธีการจัดการศพที่ดีที่สุดก็ได้นะเนี่ย ...ถ้ามีสถานที่และเวลาอำนวยนะ
ถ้าจริง การเผาแบบนี้ก็อาจจะเป็นวิธีการจัดการศพที่ดีที่สุดก็ได้นะเนี่ย ...ถ้ามีสถานที่และเวลาอำนวยนะ
โห้... กว่าจะตามหาเจอ ใช้เวลานานมากกก (ประมาณ 20 นาที)
ตอนแรกสนใจเรื่องนี้ (อีกครั้งนึง) เพราะกระแสหนังคนไฟลุก เลยหาดูเจอใน pantip มาต่อ creatures.igetweb.com/index.php?mo=3&art=165176 ไปต่อ my.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=219485&chapter=101 แล้วก็มาหาต่อใน exteen กว่าจะเจอที่มา
ตอนแรกสนใจเรื่องนี้ (อีกครั้งนึง) เพราะกระแสหนังคนไฟลุก เลยหาดูเจอใน pantip มาต่อ creatures.igetweb.com/index.php?mo=3&art=165176 ไปต่อ my.dek-d.com/Writer/story/viewlongc.php?id=219485&chapter=101 แล้วก็มาหาต่อใน exteen กว่าจะเจอที่มา