2007/Jan/29

"ผมไม่ได้อยากจะฆ่า ผมเพียงแต่อยากจะกินเธอเท่านั้นเอง"

ข้างต้นนี่คือประโยคอันมีชื่อเสียงที่ซาคาว่า อิทเซย์ทิ้งไว้ในวงการอาชญากรรมญี่ปุ่นค่ะ ลักษณะพิเศษของคดีซาคาว่า อิทเซย์นี้ นอกจากในแง่ของคดีคานนิบาลิซึ่มแล้ว ยังอยู่ที่ว่าเป็นคดีของชาวต่างชาติที่รอดพ้นจากการตัดสินมาได้เนื่องจากถูกตัดสินว่าสภาพจิตใจไม่สมบูรณ์ขณะก่อคดีอีกด้วย
คุณ super k ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีเควส

วันนี้รูปในเอนทรี่จะเป็นรูปเล็กค่ะ (หารูปใหญ่ๆไม่ค่อยมี ที่มีมันก็ชัดมากจนข้าพเจ้าสยองไปหมด) หากจะดูลำบากไป ก็ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ



Issei Sakawa (1949 - )
佐川一政
パリ人肉事件
หรือ คดีกินเนื้อคนที่ปารีส

ซาคาว่า อิทเซย์เกิดเมื่อ 11 กรกฎาคม 1949 บิดาของเขาเป็นทหารที่เคยถูกกักตัวอยู่ที่รัสเซีย กล่าวว่าตอนที่ซาคาว่าเกิดมานั้น แม่ของเขาคลอดก่อนกำหนดจนเกือบจะแท้งและซาคาว่าก็ตัวเล็กมากจนมีขนาดเพียงฝ่ามือข้างเดียวของพ่อ ในสมัยเด็ก เขานิยมงานเขียนเรื่อง Wuthering Heights (Emily Jane Brontë), War and Peace (Voyna i mir) และ"สี่ดรุณี" (Louisa May Alcott) ในไม่ช้าด้วยความชอบใน TEMPEST ของเชคเปียร์ส ซาคาว่าเลือกหัวข้อนี้มาเป็นวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาโท ซึ่งฉบับภาษาฝรั่งเศสได้รับเสียงวิจารณ์อันดีจากอาจารย์หลายคน และมีกำหนดจะตีพิมพ์หากเขาไม่ถูกจับในคดีอันอื้อฉาวนี้เสียก่อน

ซาคาว่าให้การหลังจากถูกจับว่า เขามีความปรารถนาจะกินเนื้อคนมาตั้งแต่สมัยประถมแล้ว ตอนอายุ 3 ขวบ เขาก็เคยเล่มเกม"ปีศาจกินคน"กับปู่บ่อยๆ เมื่อซาคาว่าอายุได้ 16 ปี เขาเคยโทรศัพท์ไปปรึกษากับจิตแพทย์เกี่ยวกับอุปนิสัยอันผิดปกตินี้ หากแพทย์ดังกล่าวก็ไม่ได้ใส่ใจ กลับคิดว่าเป็นการเล่นตลกของเด็กมากกว่า
ซาคาว่าเคยลอบบุกเข้าห้องพักของอาจารย์หญิงชาวเยอรมันขณะเขาเป็นนักศึกษาปี 3 ของมหาวิทยาลัยวาโคแต่เนื่องจากเธอตื่นขึ้นมาร้องด้วยเสียงอันดัง ซาคาว่าที่ตกใจจึงหนีไปโดยไม่ทำอะไรเหยื่อ และเนื่องจากบิดาของซาคาว่ายินยอมจ่ายค่ายอมความให้กับหญิงผู้เสียหาย ซาคาว่าจึงไม่ถูกตัดสินโทษในคดีนี้

ตำนานมนุษย์กินคนของซาคาว่าเปิดฉากขึ้นขณะเขาไปเรียนต่อในมหาวิทยาลัยปารีส ก่อนจะเกิดคดี เขาเคยพาหญิงโสเภณีมายังห้องพักหลายหนเพื่อที่จะกินพวกเธอ แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือเสียทีเพราะความลังเล


ห้องพักของซาคาว่าในปารีส

วันที่ 11 กรกฎาคม 1981 (วันเกิดครบ 32 ปี)ซาคาว่าเชิญเรเน่ ฮาร์เทเวลท์ นักศึกษาชาวดัชต์มาที่ห้องพักของเขาโดยอ้างว่าต้องการจ้างเธอมาอ่านบทกวีภาษาเยอรมันให้ฟัง และเมื่อเธอมาถึง เขาก็ใช้ปืนยิงที่ศรีษะของเรเน่จนเสียชีวิต
ซาคาว่ากล่าวว่าที่เขาเลือกเรเน่เป็นเพราะเธอสวยและสุขภาพแข็งแรง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติที่เขาไม่มี และเมื่อเขากินเธอเข้าไป เขาก็จะได้ซึมซับสิ่งดีงามเหล่านั้นมาด้วย



หลังจากที่ซาคาว่ายิงเรเน่ เขาหมดสติด้วยความช็อคไปครู่หนึ่งก่อนจะตื่นขึ้นมาวางแผนว่าจะกินเธอยังไงต่อ เขาเริ่มที่ส่วนสะโพกซึ่งเขาให้ความเห็นในภายหลังว่าชั้นไขมันที่สะโพกนั้นมีสีเหมือนกับข้าวโพด และเมื่อทานก็พบว่ามันนุ่มเหมือนกับมาคุโร่ (ทูน่า) เขาใช้เวลา 2 วันหลังจากนั้นค่อยๆลิ้มลองเนื้อในส่วนต่างๆ มีการปรุงรสด้วยเกลือ พริกป่นและพริกไทย ก่อนจะตัดสินใจว่าถึงเวลานำชิ้นส่วนที่เหลือไปทิ้งแล้ว (ศพที่ถูกพบของเรเน่มีร่องรอยถูกข่มขืนหลังจากที่เธอเสียชีวิตแล้ว แต่ตอบได้ยากว่าเขาข่มขืนก่อนหรือหลังจากที่เขากินเธอ)

ซาคาว่าตัดร่างของเรเน่เป็นชิ้นๆในห้องน้ำก่อนจะยัดใส่กระเป๋าเดินทาง 2 ใบ เขานำกระเป๋าออกจากบ้านโดยหมายจะไปทิ้งที่บึงในสวนสาธารณะใกล้ๆ แต่ก่อนจะทิ้งนั่นเองก็มีผู้พบเห็นเสียก่อน ซาคาว่าจึงโยนกระเป๋าเข้าไปในพุ่มไม้และหนีไป (ไม่อยากนึกเลยว่าคนเปิดกระเป๋าจะตกใจแค่ไหน ข้าพเจ้าเห็นเป็นภาพขาวดำยังสะอิดสะเอียนเลยค่ะ ไม่กล้าเปิดภาพไว้เกิน 5 วินาที ต้องขออภัยด้วยค่ะที่ไม่สามารถลงให้ดูได้) เนื่องจากซาคาว่าขนกระเป๋ามาด้วยรถแท็กซี่ หลังจากนั้นเพียง 4 วัน ตำรวจก็สืบไปถึงตัวเขาได้ในที่สุด

หลังจากที่ซาคาว่าถูกจับ เจ้าหน้าที่ศาลฝรั่งเศสได้เดินทางมายังโตเกียวเพื่อพบกับครอบครัวซาคาว่าและจิตแพทย์ซึ่งรับผิดชอบคดีบุกรุกที่พักอาจารย์หญิงชาวเยอรมัน ฝ่ายพ่อของซาคาว่าก็ได้ทำการว่าจ้างทนายที่มีชื่อเสียงมาว่าความให้กับซาคาว่า
ในปี 1983ซาคาว่าถูกตัดสินว่ามีความบกพร่องทางจิตจนไม่สามารถรับผิดชอบคดีได้ เขาถูกตัดสินให้ต้องเข้ารับการบำบัดทางจิตจนตลอดชีวิต จะอย่างไรก็ดี ซาคาว่าเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลอังรีโครันเป็นเวลา 14 เดือนก่อนจะถูกส่งตัวกลับญี่ปุ่น ที่โตเกียวนั้น ครอบครัวตัดสินใจให้เขาอยู่ที่บ้านโดยปกติและไปรับการตรวจที่โรงพยาบาลตามนัดหมายแทน


ซาคาว่าถูกส่งตัวกลับญี่ปุ่น

ทางตำรวจฝรั่งเศสไม่เห็นด้วยกับการกลับคำตัดสินในญี่ปุ่นและได้ยื่นเรื่องขอพิจารณาคดีต่อศาลอีกครั้ง หากคำร้องนี้ก็ตกไป ปัจจุบัน ซาคาว่า อิทเซย์ ใช้ชีวิตอยู่อย่างเป็นอิสระเท่าที่ชาวญี่ปุ่นคนหนึ่งจะสามารถมีได้ เขาออกหนังสือหลายเล่มและเคยได้รับเชิญไปออกรายการโทรทัศน์ในฐานะแขกกิตติมศักดิ์หลายครั้ง

จะอย่างไรก็ดี แม้ว่าข้อหาฆาตกรรมของซาคาว่าจะถูกปฏิเสธว่าเป็นเพราะสภาพจิตไม่ปกติ แต่การที่เขานำศพไปทิ้งด้วยรถแท็กซี่ก็ยังนับเป็นความผิดในอีกข้อหาหนึ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้ด้วยสภาพจิตใจอันไม่ปกติอยู่ดี คำตัดสินว่าซาคาว่าบริสุทธิ์ในศาลฝรั่งเศสและการยกฟ้องของศาลญี่ปุ่นก็ยังคงเป็นที่กังขามาจนทุกวันนี้


edit @ 2007/01/30 13:43:38
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เหมือนเคยอ่านกรณีคล้าย ๆ กันนี้เหมือนกันแฮะ (นศ.ญี่ปุ่นในต่างประเทศ กินเพื่อนผู้หญิงที่มาติวหนังสือที่ห้องพัก แต่คดีนั้นฆ่าเพราะสาวเจ้าปฏิเสธที่จะมีอะไรด้วย แล้วก็เลยจับแล่ แยกส่วน ทำซาชิมิมั่ง ต้มเค็มมั่ง...กินได้หลายวัน)

แต่ไอ้การที่คนทำยังอยู่อย่างปกติได้เนี่ย น่าเป็นห่วงจัง
(หรือไม่ไปก่อเรื่องเพิ่มก็ดีแล้วมั๊ง?)
#1  by  กระรอกโฉด At 2007-01-29 15:19, 
เรเน่ ดูจากรูป เธอสวยมากเลย น่าสงสารเธอจัง
ยังคงกังขาคาใจเหมือนกัน รอดได้ไงเนี่ย
#2  by  ปลาทองคะนองศึก At 2007-01-29 15:25, 
อืมม...อ่านๆดูแล้วจาว่าเป็นคนจิตไม่ปกติซะเลยทีเดียวคงไม่ใช่มั้ืงคะ เพราะว่าอย่างน้อยเค้ืาก้อสามารถเรียนมาได้ถึงขั้นปริญญาโท แถมยังเขียนวิทยานิพนธ์ที่มีคุณภาพได้ด้วย นอกจากนั้น จนกว่าจาถึงตอนที่เกิดคดี เค้าก้อสามารถอยู่ร่วมกับคนในสังคมได้อย่างปกติสุข...(รึเปล่า)

แต่ถ้าคิดในอีกแง่หนึ่ง การที่เค้ามีความปรารถนาที่จากินเนื้อคนมาตั้งแต่เด็กก้อแสดงให้เห็นได้ชัดว่าจิตใจคงไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ (อย่างน้อยเรื่องกินเนื้อคนก้อเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ถือเป็นอาชญากรรมในสายตาของคนในสังคม) แต่เค้าก้อสามารถเก็บความต้องการไว้ได้จนโต (หรือว่าถูกจิตส่วนที่ปกติปิดบังไว้เอ่ย...) แต่ไม่ว่าจาด้วยเหตุไหนก้อตาม การที่เค้าฆ่าคนก้อมีความผิดอยู่ดี อย่างน้อยก้อน่าจาลงโทษบ้างนะคะ หรือถ้าบอกว่ากระทำการในขณะจิตไม่ปกติ ก้อน่าจาบังคับให้ไปรักษาเลย ไม่น่าให้ครอบครัวกลับไปดูแลกันเองแบบนี้ แล้วถ้าต่อไปเค้าไปก่อคดีแบบนี้อีก แล้วใครจารับผิดชอบหล่ะเนี่ย
#3  by  imai283 At 2007-01-29 15:32, 
นึกภาพตามแล้วสยองพิกล แม้ว่าจะดู CSI ประจำก็เถอะนะ
แต่ไอ้แล่เนื้อคนกินนี่น่ากลัว

ป.ล. แทงค์ ใช่ แท้ง หรือเปล่าคะในย่อหน้าแรก
อ่านจบแล้วคิดว่า...เค้าเองก็รู้ตัวว่าผิดปกติตั้งแต่แรก แถมยังโทรไปหาจิตแพทย์ด้วย จิตแพทย์เองก็น่าจะสนใจเค้าสักหน่อยนะ ดันคิดว่าเป็นการเล่นสนุกของเด็กๆไปซะได้...
#5  by  ┼ SY┼ At 2007-01-29 16:05, 
-_- ' เมนท์ไม่ถูกเลยแฮะ อึ้งจริงๆทีี่พี่แกหลุดคดีมาได้
#6  by  Kuro Noire At 2007-01-29 16:25, 
เอิ่ม ดูจากระดับการศึกษาตลอดจนถึงสิ่งแวดล้อมทางครอบครัวแล้ว ดูไม่นานเลยที่จะทำให้เกิดอาการผิดปกติทางจิตได้
เพราะสร้างสรรค์งานวิทยานิพนธ์ออกมาได้ดีขนาดที่ได้รับคำชื่อชม

ว่าแต่ว่า เนื้อมนุษย์นี่มันอร่อยจริงๆ เหรอเค่อะ ??? ==
#7  by  ◣ t a i r a t a r a b a n ◥ At 2007-01-29 16:51, 
Jay : สงสัยเหมือนอีกหลายๆคน ว่าทำไมถึงไม่ลงโทษอะไรเลย ..
รูปโหดๆทำลิงค์ไว้ก็ได้ค่ะ บางทีอยากดู.. แต่ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นไรค่ะ
#8  by  Jay At 2007-01-29 17:01, 
"เกมส์ปีศาจกินคน" นี่เป็นการละเล่นของคนญี่ปุ่นเหรอครับ วิธีเล่นเป็นยังไงเอ่ย
เหมือนมอญซ่อนผ้า ซ่อนแอบ วิ่งไล่จับของบ้านเรามั้ยครับ
#9  by  mastermune At 2007-01-29 17:21, 
โอ้ เป้นคานนิบาลิซึ่มที่เรียกว่าโดนจับเนร็วที่สุดแต่ดันถูกปล่อยออกมาจนได้นี่สิ น่ากลัวจริงๆค่ะ

กำลังสงสัยว่าโรคจิตแบบไหนที่ตัดสินกันว่าคนที่ทำไม่มีความผิดเพราะผิดปกติทางจิตบ้าง...เท่าที่ฟังดูคดีประหลาดๆหลายๆคดีก็เหมือนคนก่อคดีจะเป็นโรคจิตไปหมดเลย แต่บางคนก็ถูกจับตัดสินความผิดได้

แต่ว่านะ...หวังว่าซาคาว่านี่จะมีคนจับตามองอย่างใกล้ชิดนะคะเนี่ย น่าหวั่นใจจริงๆ เพราะท่าทางเขาอาจจะลงมืออีกก็ได้ถ้ายังงมีความอยากกินเนื้อคนอยู่อีกเนี่ย
#10  by  reafre At 2007-01-29 18:53, 
........
ปล่อยไปเหรอ.. ใช้ชีวิตอยู่เหรอ...
ฆ่าคนแล้วกินเนื้อคน ถูกหาว่าเป็นผิดปกติ แต่สามารถคิดว่าเอาศพไปที่ไหน วิ่งหนีกลัวความผิด แถมเชิญไปออกรายการในฐานะแขกกิตติมาศักดิ์

เค้าคือ ฮานิบอลเหรอ..

ไม่เข้าใจ ยังไงก็ไม่เข้าใจ -*-
เพิ่งกินข้าวเสร็จก็มาเปิด เหอะๆๆๆๆๆๆๆๆ เสียดายของ

ปล. ค่าย CLAMP เจ้าค่ะ
#11  by  【零-blUeFaKe-】 At 2007-01-29 19:56, 
อ๊ะ ศพเดียวเองหรอ .. นึกว่าจะหลายคดีซะอีก

แต่ก็.. เพราะความผิดปกติทางจิตจริงๆนะแหล่ะ
#12  by  aerith-chan At 2007-01-29 20:32, 
เนื้อมนุษย์อร่อยยังไง แนะนำให้อ่าน
http://antique.exteen.com/20061020/entry

หาคดีโหดๆมาลงเยอะๆดิ ชอบบบบบ
#13  by  Demigod At 2007-01-29 20:44, 
http://antique.exteen.com/20061020/entry
ทำไมไม่เป็นลิ้งหว่า เอาใหม่ๆ
#14  by  Demigod At 2007-01-29 20:45, 
สรุปคือสาวเคราะห์ร้ายเรเน่ตายฟรี...
เป็นอันตรายขนาดนั้นปล่อยออกมาเดินเพ่นพ่านได้ยังไง... หรือว่ามีเงินซะอย่าง ทำอะไรก็ไม่ผิด...
เท่าที่อ่านดู เราว่าเขายังมีสติสัมปะชัญญะรู้ผิดรู้ชอบดีอยู่นะ แต่เราว่าเขาทนความอยากลองที่มันอยู่ลึกๆไม่ไหว สังเกตได้จากที่เขาลังเลอยู่หลายรอบจนในที่สุดความอยากลองกินเนื้อคนมันก็ชนะในวินาทีที่เขาตัดสินใจยิงเรเน่....ทีนี้พอขั้นที่ยากที่สุดมันสำเร็จไปแล้ว ที่เหลือมันก็ง่ายแล้วล่ะนะ เราว่า...
โชคดีแล้วที่เหยื่อมีแค่คนเดียว...
#15  by  naranjina At 2007-01-29 21:08, 
โห... มีการคิดว่าตัวเองจิตไม่ปกตั้งแต่เด็กติ และมีการลังเล แสดงว่าเขาอาจจะยังรู้ผิดชอบชั่วดี แต่สิ่งที่ทำไปมันคงเป็นกิเลสตัณหาชั่ววูบที่ถูกปลุกขึ้นมาจากจิตใต้สำนึกเวลาที่อ่อนแอสุดๆ ก็เป็นได้

อ่านแล้วน่าสงสารเขานะคะ ระหว่างที่อยู่ร่วมกับคนอื่นในสังคมอย่างปกติเขาคงกำลังต่อสู้กับปิศาจภายในจิตใจของเขาน่าดูเหมือนกันอ่ะ
#16  by  ++ r o s i f i x ++ At 2007-01-29 22:17, 
>>คุณ ratatosk
ฟังแล้วเหมือนเป็นคดีเดียวกันเลยค่ะ

เห็นว่าซาคาว่าเคยให้สัมภาษณ์ว่า จนตอนนี้เขาก็ยังอยากกินเนื้อคนอยู่บ้าง แต่ให้ทำอีกคงไม่เอาแล้ว
.....ควรจะตีความว่ายังไงดี



>>คุณปลาทองคะนองศึก
โดยมากแล้วเขาว่ากันว่าเพราะยัดเงินค่ะ
จริงแค่ไหนก็ไม่รู้เหมือนกัน



>>คุณ imai283
เรียกได้ว่าเป็นโรคจิตอย่างคนมีสติมั้งคะ เจ้าตัวรู้ว่าตัวเองเป็นคานนิบาลิซึ่ม รู้ว่าการกินเนื้อคนเป็นสิ่งที่ผิด มีความลังเลที่จะลงมือมาตลอด และเมื่อทำลงไปแล้วก็ยังเกรงกลัวความผิดพอที่จะทำลายหลักฐานด้วย มองในแง่นี้ ซาคาว่าเป็นคนปกติทีเดียวค่ะ ผิดปกติอย่างเดียวตรงที่เขาชอบกินคนนี่แหละ



>>คุณ shakri
ตอนแรกหาข้อมูลจากในวีกิก่อนค่ะ มันไม่ค่อยมีรูปอะไร หารูปจาก goo ก็ไม่ค่อยมีฮิทด้วย ตอนกำลังชล่าใจนี่แหละค่ะที่เปิดอีกเว็บเข้าไปเจอรูปจะๆ มืองี้กดบราวเซอร์แทบไม่ทัน สยองจริงๆ

ปล.อ๋าววว ผิดอีกแล้ว........ขอบคุณมากค่ะที่กรุณาแจ้งให้ทราบ ให้สอบวิชาภาษาไทยตอนนี้มีหวังคะแนนงามหน้าแหงๆ



>>คุณ SY
บางทีปัญหาของคนที่มีอาการทางจิตนี่อาจจะอยู่ที่ว่า ไม่มีใครให้ปรึกษาก็เป็นได้ค่ะ เห็นหลังๆ เขามีการรณรงค์ให้มีศูนย์รับปรึกษาทางโทรศัพท์มากขึ้น (สำหรับเด็กค่ะ อย่างปัญหาในครอบครัว หรือปัญหาการถูกรังแกในโรงเรียน) เพราะคนเอเชียยังไม่เหมือนฝรั่ง หลายๆเรื่องยังชอบปรึกษาโดยไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองเป็นใครมากกว่า



>>คุณ Kuro Noire
ครอบครัวเรเน่คงยิ่งอึ้งมากๆค่ะ ส่งลูกสาวมาเรียนต่างประเทศแล้วยังมาเจอเรื่องแบบนี้ แถมไม่ได้รับความเป็นธรรมอีก



>>คุณ Pinn 092
ความจริง ตอนที่ถูกจับในคดีบุกรุกที่ญี่ปุ่น ซาคาว่าก็ส่อแววคานนิบาลิซึ่มหน่อยๆแล้วค่ะ ถ้าได้รับการบำบัดตั้งแต่ตอนนั้น คดีที่ปารีสก็คงจะไม่เกิดแท้ๆ

เนื้อคนอร่อยรึเปล่า อันนี้เนื่องจากไม่เคยกินเลยไม่ทราบค่ะ (ไม่คิดอยากกินด้วย) เคยมีนิยายเขียนว่ารสชาติคล้ายเนื้อม้าแต่นุ่มกว่า? ว่าแต่เนื้อม้ามันรสชาติยังไงล่ะ??



>>คุณ Jay
ลิงค์รูปนี่อย่าเลยค่ะ เพราะข้าพเจ้ารับไม่ได้จริงๆ
ถ้าจะให้อธิบายล่ะก็ ศพมันมาเป็นท่อนๆในสภาพเกือบสมบูรณ์ แต่แหว่งตรงโน้นตรงนี้ทีค่ะ สยอง......



>>คุณ mastermune
คงเหมือนเล่นไล่จับบ้านแหละค่ะ การเล่นของเด็กญี่ปุ่นนี่มันแปลกตรงที่ว่ามักจะมีคำว่าปีศาจ (โอนิ) เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เล่นไล่จับก็เรียกโอนิโก๊กโค (เกมเลียมแบบปีศาจ) เล่นซ่อนหาก็เรียกโอนิคักคุชิ (ปีศาจซ่อนหา) และในเกมเกือบทั้งหมด มักจะเรียกคนที่ต้องเป็นคนหาหรือคนไล่จับว่าโอนิทั้งนั้น (หรืออย่างในเกมปิดตาซ่อนหา คนที่เป็นโอนิจะผูกผ้าปิดตาไว้ แล้วคนอื่นจะล้อมอยู่รอบๆพลางร้องว่า"โอนิมาทางนี้ ทางที่มีเสียงปรบมือ")



>>คุณ reafre
ข้าพเจ้าว่าที่รับกรรมในคดีนี้มากกว่าตัวซาคาว่าเองคือพ่อแม่ของเขาค่ะ พ่อก็ต้องลาออกจากงานในบริษัท แม่ก็ป่วยเป็นโรคประสาทไปเลย
ตัวซาคาว่าเอง พอกลับญี่ปุ่นก็ออกหนังสือซึ่งกลายมาเป็นเบสต์เซลเลอร์ด้วย ตอนคดีของซาคากิบาร่า เขาก็เขียนหนังสือเกี่ยวกับเด็กชาย A ออกมาด้วยค่ะ



>>คุณ blUeFaKe
ข้าพเจ้าก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่ค่ะที่ว่าซาคาว่าฆ่าและกินเรเน่เพราะอาการทางจิต (ก็ท่านออกจะมีสติขนาดนั้น) แต่ในเมื่อผลการตัดสินมันกลายเป็นอย่างนี้ไปแล้ว เราก็ได้แต่หวังว่าเขาจะสามารถควบคุมตัวเองได้.....

ปล.ที่อยากดูของ CLAMP ตอนนี้ ไม่ใช่งานของเขาโดยตรงแต่เป็นโค้ดเกียรส์ที่เขาเป็นคนดีไซน์คาแรคเตอร์ค่ะ
ดีวีดีจะมารึยังหนอ


>>คุณ aerith-chan
ขืนหลายศพ ข้าพเจ้าว่าต้องโดนตัดสินว่าผิดจริงแน่นอนค่ะ อย่างน้อยก็คงไม่ได้ออกมาจากโรงพยาบาลจนตลอดชีวิตแน่ๆ



>>คุณ Demigod
ไปดูมาแล้วค่ะ อ่านเพลินไปเลย ขอบคุณมากค่ะที่ช่วยแนะนำให้รู้จักบล๊อกดีๆเพิ่มขึ้นอีก



>>คุณ naranjina
เห็นด้วยค่ะ
มันก็คือเขาแพ้ใจตัวเองในท้ายที่สุดนั่นเอง มันคงเหมือนมีเชือกผูกกล่องอยู่ พอปลดเชือกออก กล่องที่เหลือก็เปิดได้อย่างง่ายดาย
เป็นไปได้ว่าถ้าซาคาว่ายังไม่กล้ายิงเรเน่ในวันนั้น เรเน่ก็คงจะรอดไปเหมือนกับผู้หญิงอีกหลายคนก็เป็นได้



>>คุณ rosifix
เท่าที่ดูประวัติของซาคาว่าแล้ว เขาต่างกับฆาตกรส่วนใหญ่ตรงที่ชีวิตในวัยเด็กเขาแทบไม่ต่างไปจากคนปกติ มันเหมือนกับว่าความผิดปกติของเขามันมีเองโดยธรรมชาติ
ไหนๆก็รอดมาแล้ว ก็อยากให้ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ในทางที่ถูกด้วยค่ะ
#17  by  ohx3 At 2007-01-30 10:36, 
อู้ สงสารพ่อแม่ด้วยค่ะแต่จะว่าไปพ่อแม่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งด้วยน้อ ^^"

มีเขียนวิเคราะห์เด็กชาย A ด้วยเหรอคะนี่ น่าสนใจจัง...ถ้าเขากลับตัวได้จริงๆเราคิดว่าคงจะดีนะ เผื่อจะช่วยอะไรสังคมได้บ้าง
#18  by  reafre At 2007-01-30 16:12, 
เอ จะว่าไปพฤติกรรมแบบนี้ก็คล้ายๆกับพวก Fetish ที่มีรสนิยมชมชอบหลงใหลในบางสิ่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยจะเป็นกันรึเปล่านะ

เพียงแต่ว่าสิ่งที่นายคนนี้หลงใหลคือเนื้อมนุษย์

แรงจูงใจที่ทำให้เขาหลงใหลเนื้อมนุษย์นี่อาจจะเป็นแรงขับทางเพศตามทฤษฎีของฟรอยด์รึเปล่า เพราะสังเกตดูว่าคนที่เขาคิดจะลงมือแต่ละครั้ง(แต่ก็ไม่ได้ทำจนรายสุดท้าย)ล้วนเป็นผู้หญิงทั้งนั้น

ถ้าเป็นอย่างนั้นก็น่าสนใจว่า ตอนเด็กเขาเติบโตมายังไง หรือมีเหตุการณ์อะไรไปกระทบใจเข้าถึงเกิดมีปมแบบนี้ขึ้นมาได้
#19  by  Blade At 2007-01-30 20:10, 
คนโรคจิตเขาไม่วางแผนอย่างนี้หรอก
#20  by  นายฉิม At 2007-01-30 20:56, 
นึกถึง ฮานนิบาล เลคเตอร์ เลยแฮะ
#21  by  Kindaichi (58.9.110.186) At 2007-01-30 22:13, 
>>คุณ reafre
ตอนนี้เจ้าตัวก็อายุ 66 ได้แล้ว โดยทั่วไปจะแบ่งเสียงวิจารณ์ที่มีต่อเจ้าตัวเป็นสองฝ่ายคือ"เห็นว่ากลับตัวกลับใจได้แล้ว" กับ"รวยได้เพราะฆ่าคน"
ในความหมายหนึ่งแล้ว ที่ซาคาว่าออกหนังสือจนมีชื่อเสียงอย่างนี้ ทำให้เขาคงต้องแบกรับความผิดที่ทำไปจนตลอดชีวิตเลยก็ได้



>>คุณ Blade
แล้วก็แปลกตรงที่ว่า ทุกรายเป็นผู้หญิงต่างชาติทั้งนั้นเลยค่ะ นอกจากจะเป็นเฟลติชเนื้อคนแล้ว อาจจะเป้นเฟลติชคนต่างชาติด้วยก็เป็นได้ค่ะ



>>คุณนายฉิม
ตอนยิงนี่อาจจะพออนุโลมว่าเบลอๆอยู่ได้ แต่ตอนกินนี่พูดลำบากเหมือนกัน
โอ้ ลืมเขียนไปว่า ตอนแรกซาคาว่ากัดศพโดยตรงค่ะ แต่กัดไม่ขาดเลยใช้มีดเฉือนแทน



>>คุณ Kindaichi
อยากดูหนังเร็วๆเหมือนกันค่ะ ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ได้ดูในโรง (กลัว) ถึงตอนนั้นคงได้ดูเป็นดีวีดีแทน
#22  by  ohx3 At 2007-01-31 09:42, 
เป็นเพื่อนกับตาลุงอัลเบริต ฟิส ได้เลยนะเนี่ย==" แต่ยังไง ลุงเขาก็กินขาด...
#23  by  sheik (158.108.101.119 /192.168.3.64) At 2007-01-31 12:22, 
>>คุณ sheik
ฟิชโน่นเขากินมาหลายคนจนชำนาญเป็นเทพไปแล้วล่ะค่ะ
.......ไม่แน่ว่าถ้าซาคาว่าไม่ถูกจับแล้วยังกินคนต่อไปก็อาจจะไปถึงขั้นฟิชด้วยก็ได้?? อึ๋ยยย
#24  by  ohx3 At 2007-02-01 11:32, 
อิทเซย์คงถือคติว่า ยู อาร์ วอท ยู อีท แล้วก็คล้ายๆ อัลเบิร์ต ฟิช แต่รายนั้นกินทั้งตัวนี่
#25  by  noname (58.8.143.184) At 2007-10-07 16:56, 
บอกได้คำว่าเดียว.........ไอ่เหรี้ย!!
#26  by  ชอกช่อน (58.9.84.53) At 2008-08-18 15:56, 

<< Home


ohx3 (ohohoh)
View full profile