2007/Feb/10

ก่อนอื่น
วันก่อนหลังจากอัพเอนทรี่ของทสึจิโนะโกะแล้ว พบว่ามีผู้เข้าชมบล็อกนี้ถึง 10,000 ครั้งแล้วค่ะ



(เล็งเลขสวยๆมาหลายทีแล้ว แต่เก็บไม่เคยทันสักที คราวนี้ก็พลาดไปเลขนึง เอาน่า เลขสวยไปอีกแบบ)
ทั้งนี้ก็ด้วยความอุปถัมภ์ของทุกท่านที่อุตส่าห์แวะเวียนเข้ามาชมบล็อกจับฉ่ายนี้ค่ะ ที่ al fineมาถึงตรงนี้ได้ (ตอนแรกเป็นบล๊อกเขียนเรื่องฆาตกรรมอย่างเดียว)ต่างก็มาจากคำแนะนำ ข้อติชมและความคิดเห็นของทุกท่านในที่นี้ค่ะ ขอขอบคุณ exteenblog ที่สรรค์สร้างสถานที่แสดงความคิดเห็นแห่งนี้ขึ้นมา และขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านมากๆเลยค่ะ

วันนี้ลองถามท่านน้าถึงเรื่อง"บอนนี่แอนด์ไคลด์" ท่านคอมเมนท์ว่า"หนังดีๆอย่างนี้ไม่ควรพลาด" (ฉบับที่วาร์เร็น บีทตี้เล่น) ขออภัยค่ะ ข้าพเจ้ายังไม่เคยดูเลย เสียวๆอยู่เหมือนกันว่าเขียนไปแล้วจะทำให้แฟนๆเสียอิมเมจรึเปล่า
คุณ So Gallagher ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีเควส

ซ้าย Clyde "Champion" ChestnutBarrow (1909 - 1934)
ขวา Bonnie ElizabethParker (1910 - 1934)

ในช่วงปี 1930 ที่หนุ่มสาว 2 คนนี้อาละวาดอยู่ในภาคใต้นั้น อเมริกากำลังอยู่ในยุคเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่และกฏหมายห้ามค้าสุรา ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีคนจำนวนมากเห็นว่าอาชญากรรมที่ทั้งสองก่อเป็นเหมือนการประท้วงต่อสังคม และยกย่องทั้งสองราวกับเป็นวีรบุรุษเลยทีเดียว (Anti-hero)

บอนนี่ ปาร์คเกอร์ เกิดเมื่อ 1 ตุลาคม 1910 ที่โรเวน่าในรัฐเท็กซัส เป็นบุตรคนที่สองจากลูกสามคนของช่างอิฐ เมื่อพ่อของเธอเสียชีวิตตอนที่บอนนี่อายุ 3 ขวบ แม่ได้พาลูกๆย้ายไปยังบ้านตายายในเวสต์ดัลลัส ที่นี่ไม่อาจจัดว่าเป็นเมืองที่มีความปลอดภัยและเหมาะกับการเลี้ยงดูเด็กนัก แต่ครอบครัวของบอนนี่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นเนื่องจากความยากจน
บอนนี่เป็นเด็กเรียนเก่ง หากก็เป็นที่รู้จักเช่นกันว่าเป็นคนหัวรั้นที่จัดการได้ยากเวลาที่เธอโกรธขึ้นมา เมื่ออายุ 16 ปี บอนนี่แต่งงานกับรอย ธอร์นตัน พออายุ 18 เธอก็เริ่มทำงานเป็นสาวเสิร์พในคาเฟ่ และในปีถัดมา บอนนี่ก็แยกทางกับรอยเนื่องจากเขาถูกจำคุก 5 ปีจากคดีปล้นธนาคาร ทั้งสองเคยคิดจะหย่าขาดจากกัน หากสุดท้ายก็ไม่มีการทำเอกสารอย่างเป็นทางการ บอนนี่จึงนับเป็นภรรยาโดยกฏหมายของรอย ธอร์นตันไปจนตลอดชีวิต เธอใส่แหวนแต่งงานของรอยแม้แต่ในขณะที่เธอถูกยิงเสียชีวิตในอีก 5 ปีให้หลัง

ไคลด์ บาร์โรว์ เกิดเมื่อ 24 มีนาคม 1909 ที่เอลลิสคันทรี่ในรัฐเท็กซัส (บางเอกสารจะกล่าวว่าเขาเกิดปี 1910) ในครอบครัวชาวนายากจนซึ่งมีบุตร 7 คน (บางเอกสารก็กล่าวว่า 8 คน) ในสมัยเด็กๆ เขาเป็นคนดูแลน้องที่เล็กกว่าแทนพ่อแม่ซึ่งวุ่นอยู่กับงาน และเคยถูกพาไปฝากไว้กับญาติบ่อยๆ
ไคลด์มีนิสัยชอบทารุณสัตว์มาตั้งแต่เด็ก เมื่ออายุ 17 เขาก็เข้าร่วมแกงค์ที่พี่ชายเป็นสมาชิกอยู่ (อ้างว่าคดีแรกในชีวิตของไคลด์คือการขโมยไก่งวงก่อนเทศกาลคริสต์มาส) ปี 1926 ไคลด์ถูกจับเป็นครั้งแรกในคดีขโมยรถยนต์ ครอบครัวของไคลด์ไม่เคยกล่าวโทษเขาที่ก่อคดีจนถูกจับแม้แต่ครั้งเดียว ตรงกันข้าม ทางครอบครัวยังออกจะมีทีท่าปกป้องมากกว่าเสียด้วย ระหว่าง 1927 จนถึงปี 1929 นี้ ไคลด์ก่อคดีลักขโมยหลายคดีตั้งแต่เจาะตู้เซฟ ปล้นธนาคารไปจนถึงปล้นร้านขายของขนาดเล็ก

ปี 1930 บอนนี่และไคลด์โคจรมาพบกันที่ดัลลัส มีหลายทฤษฎีกล่าวถึงการพบกันนี้และไม่แน่ชัดว่าอันไหนเป็นเรื่องจริงกันแน่ บ้างก็ว่าทั้งสองพบกันโดยการแนะนำผ่านเพื่อนของไคลด์ บ้างก็ว่าเพื่อนหญิงของบอนนี่เป็นคนพาไคลด์ให้มารู้จักกับบอนนี่.... แต่มีอย่างเดียวที่ทุกเรื่องพูดเหมือนกันหมด นั่นก็คือทั้งสองตกหลุมรักกันและกันทันทีที่ได้พบ

เดือนกุมภาพันธ์ 1930 ไคลด์มาพบกับบอนนี่บ่อยครั้งจนกระทั่งตำรวจบุกเข้ามารวบตัวเขาที่บ้านของบอนนี่นั่นเอง เขาถูกลงโทษจำคุก 7 ปี ซึ่งระหว่างที่ถูกคุมขังอยู่ ไคลด์พยายามแหกคุกและยื่นเรื่องขอลดโทษหลายครั้ง ท้ายที่สุดเขาถูกปล่อยตัวในอีก 2 ปีให้หลัง แต่ไคลด์ก็ไม่มีความคิดจะกลับตัวแม้แต่น้อย เขาได้เรย์มอนด์ ฮามิลตันและอีกหลายคนมาเป็นพรรคพวก พวกเขาก่อคดีหลายอย่างเช่นการบุกเข้าปล้นร้านขายของชำและสังหารจอห์น บุชเชอร์ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน หลังจากนั้นไคลด์ก็นำพรรคพวกกลับไปยังดัลลัสเพื่อพบกับบอนนี่ (ซึ่งในขณะนั้นถูกจับในคดีลักขโมยอีกคดี หากถูกปล่อยตัวเนื่องจากมีหลักฐานไม่เพียงพอ)

หลังจากที่ทั้งสองได้พบกันอีก ไคลด์ก็ยังคงก่อคดีปล้นและฆ่าต่อไป จนภายหลังเขาได้ตั้งแกงค์บาร์โรว์ขึ้น สมาชิกในแกงค์มีบักค์ บาร์โรว์ซึ่งเป็นพี่ชายของไคลด์และภรรยาของบักค์ นอกจากนี้ก็มีอีกหลายคนที่เคยก่อคดีมาแล้วหลายหน คนในแกงค์มีการหมุนเวียนเปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ หากไม่ว่าเมื่อใด ข้างๆไคลด์ก็จะมีบอนนี่อยู่เสมอ และยิ่งนานวันเข้าก็ยิ่งมีผู้เสียชีวิตที่เป็นเจ้าของร้าน พนักงานรักษาความปลอดภัยและตำรวจเพิ่มมากขึ้นทุกที (จากคำให้การของสมาชิกแกงค์ในภายหลัง ทุกคนยืนยันว่าบอนนี่มีส่วนร่วมในการปล้นก็จริง แต่เธอไม่เคยยิงปืนเลยแม้แต่ครั้งเดียว)
วิธีการปล้นของพวกเขาจะเริ่มด้วยไคลด์ซึ่งเข้าไปปล้นเงินมาจากร้าน ระหว่างนั้นบอนนี่จะจอดรถรออยู่หน้าร้าน เมื่อได้เงินมาแล้วก็จะขับรถหนีไปตามทางที่ได้วางแผนไว้แล้วโดยมุ่งหน้าออกจากเขตแดนรัฐไป เนื่องจากตำรวจมีการแบ่งเขตการรับผิดชอบไปเป็นรัฐๆ หากหนีออกจากรัฐไปได้ ตำรวจก็จะไม่สามารถทำอะไรได้
รถที่ทั้งสองใช้ในการหลบหนีคือรถฟอร์ด V8 ของบริษัทฟอร์ดซึ่งเป็นรถที่มีความเร็วสูงสุดเท่าที่ผลิตออกจำหน่ายในสมัยนั้น การที่ตำรวจไล่ตามพวกเขาไม่ทันก็เหมือนจะเป็นการยืนยันคุณสมบัติข้อนี้นี่เอง ซึ่
งมีการกล่าวกันว่าพวกไคลด์ได้ส่งจดหมายไปยังบริษัทฟอร์ด แสดงความขอบคุณที่บริษัทผลิตรถที่วิ่งเร็วเช่นนี้ออกมาทำให้เขาสามารถทำงานได้สะดวก (แต่เรื่องตรงนี้ ไม่มีเอกสารยืนยันว่าเป็นความจริง)

ชื่อเสียงของบาร์โรว์แกงค์โด่งดังไปทั่วอเมริกาโดยเฉพาะในเขตเมืองใหญ่ ข่าวการปล้นของพวกเขาจะประดับอยู่บนหน้าหนึ่งเสมอ และมีผู้คนมากมายที่แสดงความชื่นชมในตัวพวกเขาราวกับเป็นดาราก็ไม่ปาน มีผู้ให้การสนับสนุนและช่วยให้ที่หลบซ่อนกับบาร์โรว์แกงค์เป็นจำนวนมาก (เฉพาะที่ถูกดำเนินคดีก็มีถึง 23 ราย) ทุกครั้งที่เกิดคดีใหญ่โตขึ้น ไคลด์และบอนนี่มักจะหนีกลับบ้านเกิดในดัลลัสและได้รับการต้อนรับจากครอบครัวเป็นอย่างดี



หากเช่นเดียวกับปรัชญาชีวิตทั้งหลาย คนเรามีขึ้นย่อมมีลง ในที่สุด การสิ้นสุดของบาร์โรว์แกงค์ก็มาถึง

เดือนกรกฎาคม 1933 หลังจากการยิงปะทะกับตำรวจหลายต่อหลายครั้ง บักค์ บอนนี่และไคลด์ได้รับบาดเจ็บ บลันจ์ ภรรยาของบักค์ถูกจับกุม ในไม่ช้า บักค์ก็เสียชีวิตจากบาดแผลระหว่างการหนี สมาชิกคนอื่นๆก็ถูกจับกุมไปทีละคนสองคน
23 พฤษภาคม 1934 ที่อาร์เคเดียในรัฐหลุยส์เซียน่า ตำรวจซึ่งสืบเบาะแสของไคลด์และบอนนี่พบ ได้นำกำลังมาดักซุ่มรอพวกเขา ทั้งสองถูกระดมยิงด้วยกระสุนกว่า 150 นัด และ84 นัดในจำนวนนี้ทะลุรถมาโดนไคลด์และบอนนี่จนทั้งสองเสียชีวิตในที่นั้นเอง

ในภายหลังมีการนำเรื่องของทั้งสองมาสร้างเป็นภาพยนตร์ซึ่งเน้นไปยังชีวิตอันโลดโผนและความรักระหว่างไคลด์กับบอนนี่ กล่าวกันว่าที่คนคู่นี้ได้รับความนิยมจากคนมากมาย อาจจะเป็นเพราะการที่ทั้งคู่เลือกเดินบนหนทางมีจุดจบเป็นแต่ความหายนะโดยที่รู้แก่ใจก็เป็นได้
แต่ก็อย่าได้ลืมไปว่า ไม่ว่าเช่นไร อาชญากรรมที่พวกเขากระทำ ก็ได้ที่แย่งชีวิตผู้บริสุทธิ์กว่า 13 รายไปอยู่ดี

แก้คำผิด


edit @ 2007/02/12 12:25:06
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ผมดูเวอร์ชั่นนั้นเเหล่ะคับ น้ำตาไหลมากๆเลย ผมชอบประเด็นของหนังมากๆคับ มันสวยงามมากๆ อย่าลืมหามาดูให้ได้นะคับ สวยมากๆคับ โดยเฉพาะ ตอนที่ถูกจับตาย น้ำตาไหลเลยอ่ะ
#1  by  ~* นายจดหมายรัก ^^ At 2007-02-10 15:24, 
... เอ๋ไม่เคยดู
แต่ว่า ทำไมคนชื่นชมเค้าอย่างกะดาราเลยนะ
สงสัยต้องหาหนังดูบ้าง
#2  by  aerith-chan At 2007-02-10 16:26, 
ยังไม่เคยได้ดูหนังเกี่ยวกับBonny & Clydeเต็มๆสักที เคยแค่เปิดผ่านๆเวลาฉายเคเบิ้ลนานมาแล้ว แต่ก็เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับคู่รักทั้งสองคนนี้มานานแล้ว
ถึงใครหลายๆคนจะยกย่องว่าเป็นวีรบุรุษ แต่สำหรับเราการฆ่าปล้นผู้บริสุทธิ์เพื่อปากท้องของตัวเองก็ถือว่าเป็นอาชญกรรมที่ผู้ร้ายเขาทำกันอยู่ดี
#3  by  .-+^melody^+-. At 2007-02-10 17:38, 
แนะนำหนังอีกเรื่องที่ได้แรงบันดาลใจจากเรื่องของ Bonny & Clyde ครับ

Natural Born Killers (1994) ของผู้กำกับ โอลิเวอร์ สโตน เป็นหนังแนวเสียดสีสังคมที่ใช้ได้เลยทีเดียว
#4  by  blade At 2007-02-10 17:52, 
ยินดีด้วยสำรหับ 10000 ฮิท นะฮับ
...อืมมม เป็นเหมือนการดิ้นรนออกจากชีวิตอันแร้นแค้นและการกดขี่จากรัฐ ยังไงยังงั้นฮับ เพียงแต่... ดูเหมือนทางเดินที่เค้าเลือกจะน่าเศร้าไปนิดน่ะฮับ แถมยังทำให้คนอื่นๆเดือดร้อนอยู่เหมือนกันฮับ

ไว้คงต้องลองหาหนังมาดูบ้างแล้วแหล่ะฮับ เหอๆๆ
#5  by  DDP At 2007-02-10 20:47, 
ได้ยินชื่อเสียงมานานเพิ่งจะได้อ่านชีวิตของ2คนนี้จริงๆซะที และก็ยินดีกับ 10000 ฮิทด้วยนะครับ
#6  by  Kindaichi (58.137.12.78) At 2007-02-10 21:21, 
แป๊ปเดี่ยวหมื่นแล้ว ขอให้ได้แสนไวไวนะ
#7  by  Demigod At 2007-02-10 23:03, 
เย่ๆ10000ฮิท
รู้จักคู่นี้ผ่านหนัง ซีรี่ย์ กับเอมวี
แต่ว่าทำผู้บริสุทธิ์ตายมันยังไงๆอยู่นะ
#8  by  *** At 2007-02-10 23:55, 
ไม่ชอบวีรบุรุษจากการทำร้ายใครอะ

แต่ไอ้เราก็โรคจิต สงสารพวกฆาตกรโรคจิตมากกว่า -*-" ประมาณพวกนี้มักมีปัญหาหา มีอดีตที่น่าสงสารถ้าอยู่ในที่ๆดีๆเขาอาจไม่เป็นแบบนั้นก็ได้ บางเรื่องอ่านละจะร้องไห้

แต่พวกปล้นฆ่าเพื่อปากท้องตัวเองนี่ ไม่ชอบเลยค่ะ

ล่าสุดจะหักคอเด็กแถวบ้านจิ้มน้ำพริก พอดีบ้านเราเกิดเรื่อง เด็กมันชอบมาเล่นน้ำก๊อกหน้าบ้าน ตอนนี้มันพัฒนาเป็นเล่นไฟแช็ค จุดไฟเผาโรงงานบ้านตรู อันนี้ก็ประเภทพ่อแม่ปกป้องลูกแม้ลูกทำผิด เหมือนอ่านเรื่องข้างบนเลย ไอ้ลูกชายก็แมนมากผมทำคนเดียว แต่คนเห็นมันเล่นไฟกัน5คน เซ็งค่ะ
#9  by  kisara yui At 2007-02-11 11:39, 
ไม่เคยดูหนัง ไม่รู้จักด้วย อย่างกะตำนานเสือ(โจร)ในประเทศไทยแน่ะ

ไม่เข้าใจว่าโจรที่ฆ่าคนทำไมถึงได้รับความช่วยเหลือให้ที่ซ่อนจากคนอื่น ช่วยเพราะโดนบังคับให้ช่วยหรือเต็มใจจะช่วยกันแน่
#10  by  ultimaweapon (58.64.104.195) At 2007-02-11 19:56, 
โอ้...เคยได้ยินแต่ชื่อ พึ่งได้รู้เรื่องราวของคู่นี้ก้อคราวนี้แหละค่ะ

อืมม...จาว่าไปแล้ว การปล้นฆ่าของทั้งคู่ก้อเกิดขึ้นหลายครั้ง น่าจามีพยานรู้เห็นเต็มไปหมด แล้วตำรวจก้อน่าจาตามจับได้ไม่ยากเย็น แต่ทำไมคนอื่นๆถึงต้องช่วยกันพิทักษ์คนผิดด้วยนะ[e08]

p.s. ขอบคุณมากค่ะที่รับเรื่องกัปปะไว้เป็นรีเควส แล้วจารออ่านอย่างใจจดใจจ่อค่ะ
#11  by  imai283 At 2007-02-11 21:02, 
เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากครับ
#12  by  นายฉิม At 2007-02-11 22:48, 
คู่หูนักปล้นที่ชื่อกระฉ่อนที่สุดในอเมริกาเลยก็ว่าได้มั้ง หาคนรู้ใจนี่ก็ว่ายากแล้ว หาคนรู้ใจที่เป็นคู่หูร่วมปล้นนี่ยิ่งยากกว่าหลายเท่า... สองคนนี้เกิดมาเพื่อกันและกันเลยนะเนี่ย สมกันดีเหลือเกิน

มีกลอนที่บอนนี่เขียนเอาไว้ด้วยนี่คะ ไปอ่านเจอมาจากหนังสือ "เปิดกรุหญิงดังในอดีต" ของ ต่วยตูน ขออนุญาตนำบทสุดท้ายมาลงไว้ที่นี่นะคะ

"Someday they will go down together;
They'll bury them side by side;
To few it'll be grief
To the law a relief
But it's death for Bonnie and Clyde."

แม่เสือสาวบอนนี่ก็มีอารมณ์กวีกะเค้าเหมือนกันนะ
#13  by  naranjina At 2007-02-11 23:59, 
>>คุณนายจดหมายรัก
อยากดูขึ้นมาเหมือนกันค่ะ คงต้องลองถามเพื่อนดูว่ามีใครมีเก็บรึเปล่า ไม่งั้นก็ต้องลองไปหาตามร้านดู (ไม้ตายสุดท้ายคือสั่งจากอเมซอน)



>>คุณ aerith-chan
อาจจะเพราะยุคนั้น คนส่วนมากกำลังเครียดกับเศรษฐกิจและกฏหมายห้ามผลิตสุราค่ะ พอบาร์โรว์แกงค์มาปล้นธนาคารกับร้านเพชร ก็เลยให้ความรู้สึกเหมือนเป็นการต่อต้านสังคมในขณะนั้น



>>คุณ melody
ไคลด์และบอนนี่เป็นผู้ร้ายไม่ผิดแน่ค่ะ ไม่ว่าจะมีข้ออ้างอะไร การปล้นและการฆ่าคนก็ถือเป็นความผิดอยู่ดี ในความหมายหนึ่งแล้วที่ทั้งคู่ถูกยิงตายก็เป็นการทำตัวเองนั่นแหละค่ะ
แต่คงเพราะวิธีการมีชีวิตแบบนี้และจุดจบแบบนี้เองแหละค่ะ ที่ทำให้มีแฟนๆที่ชื่นชมชีวิตของพวกเขาเป็นจำนวนมาก มองจากสายตาบุคคลที่สามในแง่องเฉพาะสองคนนี้แล้วข้าพเจ้าก็เห็นด้วยค่ะว่า การที่พวกเขาเลือกอีกฝ่ายแล้วให้ทั้งโลกมาเป็นศัตรูนี่ก็เป็นเรื่องที่โรแมนติกมากทีเดียว .....แต่ให้เป็นเองคงไม่เอา



>>คุณ Blade
เมเดียที่มีไคลด์และบอนนี่เป็นโมเดลนี่มีมากมายทีเดียวค่ะ นอกจากหนังสองเรื่องที่กล่าวมาแล้วก็ยังมี You Only Live Once ของผู้กำกับฟริทซ์ แลงก์, The Bonnie Parker Story, Bonnie & Clyde : The True Story
ในเพลงก็มีที่ได้โมทีฟจากสองคนนี้ไม่น้อยทีเดียว ที่ข้าพเจ้าแปลกใจมากก็มีเพลง First Love ของอุทาดะ ฮิคารุ ซึ่งจะมี Track ที่เรียกว่า B&C ที่กล่าวถึงสองคนนี้อยู่ด้วยค่ะ



>>คุณ DDP
ขอบคุณค่ะ
มีทั้งคนที่เรียกสองคนนี้ว่าเป็นโรบินฮู้ดของยุค 30 และคนที่เรียกพวกเขาว่า Romeo and Juliet on Highway ด้วยค่ะ
อืม..... โรบินฮู้ดนี่ยังพอเข้าใจ แต่โรมิโอกับจูเลียตนี่เพราะอะไรหว่า



>>คุณ Kindaichi
ขอบคุณมากค่ะ
ข้าพเจ้าเคยอ่านเป็นแบบคร่าวๆค่ะ เพิ่งได้เจอเรื่องทั้งหมดตอนมาสรุปข้อมูลนี่เหมือนกัน



>>คุณ Demigod
ขอบคุณค่ะ จะมีวันได้ถึงแสนรึเปล่าไม่รู้ แต่ก็จะพยายามหาเรื่องมาเขียนไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ



>>คุณ meekun
ขอบคุณค่ะ
ข้าพเจ้าว่า มันก็ไม่ผิดหรอกค่ะที่จะมีคนชื่นชมพวกเขา สิ่งที่พวกเขาทำมันน่าทึ่งมาก
แต่ก็อยากให้ช่วยจำไว้หน่อยนึงด้วยว่า มีคนตายจากการกระทำเหล่านั้น และมันคืออาชญากรรมที่ไม่ควรเลียนแบบ



>>คุณ kisarayui
โดยส่วนตัวแล้ว ถ้าจะแมนก็อย่าทำผิดแต่แรกเลยถึงจะถูกค่ะ
ถ้าสำนึกผิดแล้วไม่ทำอีกมันก็แล้วไป แต่ถ้ายังไม่เข็ดแล้วมีรอบสอง (หรือเลเวลอัพกว่าเดิม) ถึงตอนนั้นจะมาแมนรับผิดคนเดียวมันก้ไม่เท่ห์หรอกนะข้าพเจ้าว่า
ถ้ากล้ารับผิดก็ต้องกล้ารับโทษด้วยสิ



>>คุณ ultimaweapon
ที่ให้ที่ซ่อนคงเพราะความชื่นชมในบาร์โรว์แกงค์แหละค่ะ ประมาณว่าโรบินฮู้ด
จะว่าไปแล้ว ที่บาร์โรว์แกงค์เป็นที่นิยมขนาดนั้น อาจเป็นเพราะพวกเขาทำในสิ่งที่ทุกคนอยากจะทำแต่ไม่มีใครกล้าทำก็เป็นได้ค่ะ แบบนี้แหละค่ะที่เขาเรียกว่าวีรบุรุษในแง่ลบ (Anti-hero) เท็ด บันดี้ก็จัดอยู่ในพวกนี้เหมือนกัน



>>คุณ imai283
ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่พวกเขาหนีไปเรื่อยๆด้วยค่ะ พอปล้มเสร็จก็หนีไปก่อน แล้วทีหลังก็กลับมาใหม่

มีบันทึกบางฉบับกล่าวว่า ที่จริงแล้วบาร์โรว์แกงค์ไม่ได้ปล้นเงินได้มากมายอะไรเลยค่ะ (เพราะยุคนั้นเศรษฐกิจไม่ดี) บ่อยครั้งที่ไปปล้นธนาคารแล้วได้เงินมาไม่กี่สิบดอลล่าร์ก็มี
คิดแล้วก็ไม่คุ้มเลย (ไม่คุ้มกับคนที่ตายไปด้วย)



>>คุณนายฉิม
แถมอีกนิด
บอนนี่ตั้งความหวังไว้ว่าเมื่อพวกฌธอตาย ศพของทั้งสองจะได้ฝังอยู่คู่กันในสุสานเดียวกัน แต่เนื่องจากการคัดค้านของแม่ของบอนนี่ ศพของทั้งคู่จึงถูกแยกฝังคนละสุสานค่ะ



>>คุณ naranjina
กลอนที่บอนนี่เขียนไว้มีอยู่สองบทค่ะ

The Story of Bonnie and Clyde
http://www.cinetropic.com/janeloisemorris/commentary/bonn%26clyde/parkerpoem.html

The Story of Suicide Sal
http://www.cinetropic.com/bonnieandclyde/sal.html
#14  by  ohx3 At 2007-02-12 09:55, 
ท่านOhx3คะ ไหนๆมันก็วาเลนไทน์แล้ว ขอรีเควสให้เข้ากับเทศกาลหน่อยนะคะ

ขอรีเควส Bloody Valentine ที่เจ้าพ่อ อัล คาโปนไปถล่มศัตรูซะตายเรียบเลยน่ะค่ะ

แดงเดือดรับเทศกาลดี...
แฮปปี้วาเลนไทน์นะคะ
#15  by  naranjina At 2007-02-14 00:57, 
>>คุณ naranjina
ขอบคุณมากค่ะสำหรัยรีเควส

ที่จริงก็นั่งเขียนเรื่องนี้อยู่ตั้งแต่เมื่อวานแล้วค่ะ (น้องสาวขอมา) กำลังกลุ่มอยู่ว่าจะเขียนยังไงดีให้มันยาวๆหน่อย
#16  by  ohx3 At 2007-02-14 10:32, 
ยินดีด้วยกับฮิตค่ะ ^^

คู่สร้างคู่สมจริงนะคู่นี้ แต่เป็นคู่โหดเชียว เคยได้ยินชื่อสองคนนี้นานมากแล้วค่ะแต่ไม่รู้จัก ^^"

ทำไมถึงว่าเป็นโรบินฮู้ดคะ? ปล้นคนรวยไปแจกคนจนเหรอ? ไม่เข้าใจแฮะ?
#17  by  reafre At 2007-02-17 16:19, 
>>คุณ reafre
คงไม่ได้ไปแจกใครหรอกค่ะ ที่เรียกว่าโรบินฮู้ดนี่คงเป็นเพราะพวกเขาทำตัวขวางสังคมเสียมากกว่า
อีกอย่างหนึ่งคงเพราะเวลาบาร์โรว์แกงค์ออกไปปล้นมักจะทำอย่างเอะอะสะดุดตาคนด้วยมั้ง?
#18  by  ohx3 At 2007-02-20 10:25, 
Hello! Good Site! Thanks you! cksugfpunt
#19  by  wfmdahrcct (148.223.98.37) At 2007-11-26 23:31, 
เรื่องราวช่างซับซ้อน ...

open-mounthed smile
#20  by  LeO At 2008-10-01 17:02, 
ผิดมั้ยคะ ที่จะบอกว่าเพิ่งเคยได้ยิน 2 ชื่อนี้

เพิ่งจะมาดูก็เพราะในเนื้อเพลงของแทยัง(บิ๊กแบง)ท่อนแรพ มีชื่อ 2 คนนี้อยู่

โห แต่น่าติดตามมากๆเลยนะเนี่ยconfused smile
#21  by  GdragonroS At 2008-10-13 17:27, 
[b][/bCX]VCCCC.DPODD/DD/DFKLFKFL,FF,FM,FFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFFVXC
#22  by  FDLFOLV.DP.C (124.121.105.162) At 2008-10-23 10:17, 

<< Home


ohx3 (ohohoh)
View full profile