2007/Feb/13

ก่อนอื่น คงต้องขออภัยคนที่หลงเข้ามาเพราะหวังจะอ่านเรื่องรักๆโรแมนติกสำหรับวันวาเลนไทน์ค่ะ เอนทรี่วันนี้ นอกจากจะขาดแคลนความรักแล้ว ยังมีเลือดกระเด็นอีกต่างหาก
คุณ Lynn ขอบคุณมากจ้ะสำหรับรีเควส
คุณ naranjina ขอบคุณเช่นกันค่ะสำหรับรีเควส
ไม่นึกเลยว่าขณะกำลังเขียนอยู่จะเจอรีเควสซ้อน (^ ^ ; .................ขออย่างเดียว อย่าได้มีรีเควสของอัล คาโปนเลยค่ะ มันยาวไป เขียนไม่หมด orz

St. Valentine's Day Massacre

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ของอเมริกาซึ่งกำลังอยู่ระหว่างยุคของกฏหมายห้ามสุรานั้น ชิคาโกเป็นที่รู้จักกันดีโดยมาเฟียที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลกคนหนึง...อัล คาโปน
คดีนี้เกิดขึ้นในระหว่างที่ชีวิตในแกงค์ของอัล คาโปนกำลังรุ่งเรื่องจนถึงขีดสุด เขาถล่มแกงค์อื่นๆในชิคาโก้ไฮท์และกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้ครอบครองด้านมืดของเมืองชิคาโก้อย่างรวดเร็ว

ก่อนอื่นเราคงต้องมาทำความเข้าใจเล็กน้อยเกี่ยวกับกฏหมายห้ามสุรา (the Eighteenth Amendment) กันเสียก่อน กฏหมายนี้เป็นกฏหมายที่เกิดมาจากอิทธิพลของ Puritanซึ่งในครั้งแรกยังเป็นการบังคับใช้เฉพาะในเฉพาะ 18 รัฐเท่านั้นหากในเวลาต่อมา กฏหมายนี้ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มสตรีทั่วประเทศ และประกอบกับว่าสงครามโลกครั้งที่ 1 พึ่งจะเริ่มขึ้น ก่อให้เกิดการขาดแคลนปัจจัยในด้านต่างๆ กฏหมายดังกล่าวจึงได้รับการรณรงค์เพื่อให้ประกาศใช้อย่างเป็นทางการไปทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา และในขณะเดียวกัน ก็มีการกล่าวว่า เป็นกฏหมายที่เกิดจากความรู้สึกต่อต้านชาวเยอรมันซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล้ารายใหญ่อีกด้วย
จะอย่างไรก็ดี ในปี 1919 ซึ่งกฏหมายนี้ได้ผ่านมติสภาออกมาเป็นกฏหมายโดยสมบูรณ์แล้วนั้น สงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการร่างกฏหมายก็จบลงพอดี หากด้วยการสนับสนุนจากหลายฝ่าย กฏหมายนี้ก็ถูกประกาศใช้ทั่วอเมริกาในปี 1920

หากกฏหมายดังกล่าวก็ยังมีช่องว่างอยู่อีกมาก
- กฏหมายมีใจความห้ามการผลิต จำหน่ายและขนส่งสุราก็จริง แต่ไม่ได้ห้ามการดื่มสุราโดยตรง ชนชั้นมีอันจะกินส่วนใหญ่จึงกว้านซื้อสุราเก็บไว้จำนวนมากก่อนที่กฏหมายจะประกาศใช้
- ไม่มีการห้ามการนำเข้าสุราจากประเทศแคนาดา ผู้คนจึงพากันไปซื้อสุราที่แคนาดาเป็นจำนวนมาก ผลทำให้เศรษฐกิจของแคนาดาเติบโตอย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ เนื่องจากข้าราชการที่รับผิดชอบในขั้นตอนดำเนินงานไม่ได้รับความใส่ใจเท่าที่ควร ทำให้บรรดาแกงค์ต่างๆซึ่งรวมทั้งแกงค์ของอัล คาโปนสามารถใช้สินบนซื้อตัวข้าราชการมาไว้ในมือได้ ประกอบกับการยกเลิกร้านเหล้าต่างๆเป็นไปอย่างครึ่งๆกลางๆ ทำให้เกิดมีร้านเหล้าที่ไม่ถูกต้องตามกฏหมายเกิดขึ้นมากมาย และสถานการณ์เศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลกก็ทำให้การลักลอบผลิตและค้าสุราเถื่อนที่ไม่ต้องเสียภาษีกลายมาเป็นที่จับตามองในฐานะแหล่งเงินใหม่ซึ่งจุดเหล่านี้เองที่นำไปสู่การต่อสู้กันระหว่างแกงค์ต่างๆเพื่อแย่งชิงการลักลอบค้าสุรา และทำให้กลุ่มมาเฟียกลายมาเป็นผู้ครองเมืองในที่สุด

และคดีวาเลนไทน์เลือดก็มีฉากหลังมาจากการต่อสู้ของเหล่ามาเฟียนี่เอง ในขณะนั้น อัล คาโปนกำลังอยู่ระหว่างการแย่งชิงอำนาจกับบักส์ โมรัน (George Clarence "Bugs" Moran) ซึ่งเป็นมาเฟียอีกกลุ่มหนึ่งในชิคาโกนี่เอง


อัล คาโปน VS บักส์ โมรัน

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 1929 โมรันและลูกน้องได้นำสุราที่ปล้นมาจากผู้ผลิตสุราเถื่อนในดีทรอยด์มาเพื่อจะไปเก็บในโกดังของบริษัทขนส่ง SMC ในเขตเหนือของชิคาโก้ ลูกน้องของโมรันเพิ่งจะเข้าไปในโกดังและกำลังคุยอยู่กับไรน์ไฮต์ ชูไวเมอร์ ช่างทำแว่นตาซึ่งผ่านมาพอดี ในขณะนั้นเอง มีตำรวจผ่านมา ซึ่งตำรวจเหล่านี้ที่จริงแล้วก็คือลูกสมุนของอัล คาโปนที่ปลอมตัวมานั่นเอง

กลุ่มตำรวจปลอมดังกล่าวนำทีมโดย Jack"Machine Gun"McGurn ซึ่งเป็นผู้วางแผนFred "Killer"Burke ซึ่งเป็นมือสังหารของอัล คาโปนและลูกสมุนอื่นๆอีก 4 คน พวกเขาเรียกให้ลูกสมุนของโมรันและไรน์ไฮต์ยืนเรียงกันหันหน้าเข้ากำแพง จากนั้นก็ใช้ปืนกลระดมยิงจนทั้งหมดเสียชีวิต (ภาพออกจะโหดไปหน่อย ขออนุญาติเปิดไปเป็นหน้าใหม่ค่ะ กรุณาพิจารณาให้ดีก่อนคลิ๊กด้วยค่ะที่นี่) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วกินเวลาไม่ถึง 8 นาที ส่วนตัวโมรันซึ่งเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของแผนสังหารนี้ มาถึงโกดังช้ากว่าลูกน้องเล็กน้อย และพบว่ามีรถตำรวจ(ปลอม)อยู่หน้าโกดัง จึงได้หนีไปก่อนพร้อมกับสมุนอีกสองคน ซึ่งทำให้เขารอดจากการสังหารนี้ไปได้อย่างหวุดหวิด


แจ็ค "แมชชีนกัน" แมคเกิร์น

ในขณะที่เกิดคดี อัล คาโปนกำลังอยู่ระหว่างการสอบปากคำที่ฟลอริด้า แมคเกิร์นถูกตั้งข้อหาในคดีนี้ก็จริง แต่เนื่องจากมีพยานสถานที่ยืนยัน เขาจึงรอดจากการถูกฟ้องคดีไปได้ สุดท้ายแล้ว ไม่มีผู้สังหารในคดีนี้แม้แต่คนเดียวที่ถูกจับในฐานะผู้กระทำผิด แต่ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์นี้ก็ทำให้บักส์ โมรันไม่อยู่ในสายตาของอัล คาโปนอีกต่อไป แกงค์ของโมรันกลายไปเป็นแกงค์เล็กๆที่ไม่ถูกจับตามอง จนกระทั่งปี 1956 เขาถูกจับในคดีปล้นธนาคารที่ก่อไว้เมื่อหลายปีก่อน และในปี 1957 โมรันก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปอดที่คุกของรัฐแคนซัส

จะอย่างไรก็ดี คดีนี้ถูกสื่อมวลชนยกขึ้นมาวิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ทำให้ภาพพจน์ขงอัล คาโปนซึ่งเคยเป็นที่นิยมมาก่อนกลับกลายเป็นผู้ร้ายไป และคดียังเป็นตัวจุดชนวนให้ตำรวจออกมาต่อสู้กับแกงค์ของอัล คาโปนในที่สุด

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
เอ...เรื่องอัล คาโปนนี่ที่ถูกเอาไปเป็นโครงเรื่องของหนังเรื่อง the godfather รึเปล่าค่ะ เหมือนเคยได้ยินคุณพ่อพูดถึงอยู่เหมือนกัน แต่ว่าไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่อ่ะค่ะ

แต่จาว่าไปแล้ว...สาเหตุที่เค้ืาลงมือในวันวาเลนไทน์นี่น่าจาเป็นเหตุบังเอิญมากกว่านะคะ คิดว่าเค้าไม่น่าจาเกิดจากความจงใจหรอกค่ะ แต่จาว่าไป ไอ้เรื่องความขัดแย้งกัีนของแก๊งค์มาเฟียนี่ มีมาตั้งแต่อดีต จนปัจจุบันก้อยังมีอยู่เลยนะคะ เมื่อไหร่จาเลิกๆไปซะทีก้อไม่รู้ บางทีมันก้อทำให้คนบริสุทธิ์เดือดร้อนด้วยเหมือนกัน ไม่ดีเลย...
#1  by  imai283 At 2007-02-14 10:49, 
โมรันนี่ดวงดีชะมัด ช่างทำแว่นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยต้องมาตายแทน

คนมันจะถึงฆาต แค่หยุดคุยหน่อยเดียวเองก็โดนสาดกระสุนซะ...

เมื่อวันก่อนก็ได้ข่าวแก๊งค์ยากูซ่าถล่มยิงกันที่ญี่ปุ่นอีกแล้ว หลังจากข่าวทำนองนี้เงียบไปกว่า 20ปี ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่มีคดีเกิดขึ้นหรือว่าปกปิดกันเก่งมากก็ไม่รู้

อำนาจเหมือนฝิ่น หอมหวานน่าลิ้มลอง ลองแล้วติด แล้วสุดท้ายก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง

ขอบคุณค่ะสำหรับเอนทรีที่เหมาะสมที่สุดในวันวาเลนไทน์ ฮิๆ
#2  by  naranjina At 2007-02-14 13:42, 
มุขปลอมเป็นตำรวจมีจุดเริ่มต้นมาจากตรงนี้รึเปล่าเนี่ย
#3  by  กระรอกโฉด At 2007-02-14 15:01, 
มาเฟียสมัยก่อนอยู่ในที่แจ้งดีนะคะ รู้ว่าใครเป็นมาเฟีย แต่สมัยนี้สิ แหม มีการปลอมตัวในเครื่องแบบหลากสี ไม่รู้ว่าวันใดเราจะเผลอไปเหยียบ teen เขาเข้า 5555

(แล้วเจ้าของคอมเมนต์ก็โดนอุ้มเข้าป่ากล้วยไป)
เราไม่รู้จักง่ะ .... เรื่องเกี่ยวกันแค่เกิดที่วันที่ 14 กุมภา เท่านั้นเองหรอ
#5  by  aerith-chan At 2007-02-14 18:00, 
อืม
#6  by  นายฉิม At 2007-02-14 21:26, 
วอนท์ มอร์ๆ
#7  by  *** At 2007-02-14 21:57, 
ถ้าใครอยากรู้จักหมอนี่มากขึ้น ลองดู History Channel ครับ Biography มีตอนของอัลคาโปนด้วย แสบสุดๆ
#8  by  ultimaweapon (58.64.106.234) At 2007-02-14 22:59, 
ทำให้อยากอ่านเรื่องของ อัล คาโปน ขึ้นมาเลยแฮะเอาเรื่องเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้มาดูแทนก่อนก็แล้วกันนะ
#9  by  Kindaichi (58.137.12.78) At 2007-02-15 08:51, 
>>คุณ imai283
Godfather นี่ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ Untouchable นี่แหละค่ะที่เป็นเรื่องของอัล คาโปนโดยตรงเลย

ที่คดีมันเกิดในวันวาเลนไทน์ก็คงเป็นเรื่องบังเอิญแหละค่ะ ข้าพเจ้าว่าพวกเขาคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนั้นเป็นวันอะไร .....ว่าแต่วันวาเลนไทน์นี่เป็นเทศกาลที่ป๊อบปูล่าร์ขนาดนั้นเชียว?



>>คุณ naranjina
หลังๆนี่ เรื่องยากูซ่าถล่มกันไม่ค่อยได้เป็นข่าวใหญ่โตมานานแล้วค่ะ แต่กลุ่มยากูซ่า (ปัจจุบันจะเรียกว่าโบเรียกุดัน - "กลุ่มผู้ใช้กำลังรุนแรง" มากกว่า) ที่มีการบันทึกชื่ออย่างเป็นทางการในตอนนี้ก็มีถึง 21 กลุ่ม ที่ไม่มีการบันทึกชื่อก็มีอย่างน้อย 16 กลุ่ม และประมาณ 10% ของทั้งหมดเป็นชาวเกาหลีใต้ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นค่ะ



>>คุณ ratatosk
อาจใช่ค่ะ เพราะที่คดีนี้ถูกจับตามองก็เพราะการที่พวกอัล คาโปนปลอมตัวเป็นตำรวจนี่แหละค่ะ



>>คุณ shakri
อุหวา แย่แล้วแย่แล้ว \(@o@\ /@o@)/
...แล้วเราควรจะไปขอความช่วยเหลือจากแถวไหนดีเนี่ย..............



>>คุณ aerith-chan
พูดกันตรงๆแล้วมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับวันวาเลนไทน์หรอกค่ะ แค่มันเกิดเรื่องขึ้นในวันที่ 14 กุมภาพันธ์เท่านั้นเองแหละค่ะ



>>คุณนายฉิม
สุดท้ายก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการห้ามสุราแล้วมันทำให้สังคมดีขึ้นหรือว่าแย่ลงกันแน่....



>>คุณ meekun
เรื่องแกงค์นี่ข้าพเจ้าไม่ค่อยถนัดค่ะ ...เอาเป็นว่าเรื่อง mass murder ได้รึเปล่า?



>>คุณ ultimaweapon
เคยได้อ่านในหนังสือไปบ้างค่ะ แต่ชีวิตบั้นปลายหลังจากอัลคาทราซไปเนี่ยก็น่าเห็นใจเหมือนกัน.... เจ้าตัวทำท่าจะสติแตกอยู่รอมร่อ
#10  by  ohx3 At 2007-02-15 09:10, 
>>คุณ Kindaichi
เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ ข้าพเจ้าก็ชอบมากค่ะ (โจวเหวินฟะเท่ห์สุดๆ) แต่ไม่ค่อยอยากดูบ่อยๆค่ะ เพราะมันเศร้าเหลือเกิน
ดูเป็นซีนๆไปจะได้ไหมเนี่ย.....
#11  by  ohx3 At 2007-02-15 09:13, 
อ่า...... ครือว่าอยากจะรีเควส
เรื่องMURDERER Of BOSTON(รึปล่าวหว่า)
ที่เป็นฆาตกรต่อเนื่องชุดชั้นในอ่ะตัว

เพื่อนมันเอาเรื่องมาทำโปรเจ็ค แอบถามให้มันหน่อย(อย่ามองเค้าอย่างงั้นน้า)
#12  by  noirpoison At 2007-02-15 09:32, 
แวะเวียนมาเยี่ยมชมมานานแต่ไม่เคยเม้นท์เลย ก่อนอื่นต้องยินดีด้วยที่มีผู้ชมถึงหมื่นแล้ว ไม่นานต้องถึงสองหมื่นแน่ เราชอบบลอคคุณมากเพราะได้สาระ เกร็ดเล็กเกณ็ดน้อยอย่างที่ชอบมั่กๆ ขอให้พยายามต่อไปนะคะ สู้ๆ
#13  by  fox At 2007-02-15 12:55, 
สุขสันต์วาเลนไทน์ย้อนหลังไปวันนึงนะค่ะ
#14  by  ฟ้าใส (58.9.206.223) At 2007-02-15 21:08, 
>>คุณ noirpoison
นึกออกแต่ Boston Strangler ค่ะ ไม่แน่ใจว่าใช่หรือเปล่า.... แต่รับไว้เป็นรีเควสเลยแล้วกันค่ะ
ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีเควส



>>คุณ fox
ขอบคุณมากค่ะ
ข้าพเจ้าก็ยินดีมากค่ะที่เรื่องที่ค้นมาสามารถสนองความอยากรู้ของผู้อ่านได้ แบบว่าพักนี้เนื้อหามันจับฉ่ายจริงๆ บางครั้งก็กลัวคนอ่านปรับสวิทซ์ไม่ทันค่ะ
ข้าพเจ้าน่ะสนุกอยู่ทุกหัวข้ออยู่แล้วค่ะ



>>คุณฟ้าใส
สุขสันต์วันวาเลนไทน์เช่นกันค่ะ แหะแหะ...ต้องขออภัยจริงๆค่ะที่ดันฉลองวันวาเลนไทน์ด้วยหัวข้อแบบนี้
#15  by  ohx3 At 2007-02-16 10:07, 
มาลงชื่อให้กำลังใจค่ะ ดีกว่าแอบอ่านอยู่เฉย ๆ เริ่มอ่านตั้งแต่เรื่องของเอ็ดยีนค่ะ ถูกใจมาก ๆๆ
โดยส่วนตัวชอบอ่าน Murder Case ชอบอ่านบทวิเคราะห์ฆาตรกรค่ะ เกี่ยวกับสภาพจิตใจทำนองนี้
คุณเขียนดี น่าอ่านมาก ๆ ค่ะ จะติดตามผลงานต่อไปนะคะ
#16  by  Pom (125.25.198.235) At 2007-02-17 01:54, 
>>คุณ Pom
ขอบคุณมากค่ะ
ในหัวข้อคดีฆาตกรรมนี่ บรรดาดาวค้างฟ้าทั้งหลายยังออกมาไม่ครบเลยค่ะ ที่จริงแล้ว เอนทรี่ของ จอห์น เวน การ์ซี่ ที่เป็นเอนทรี่แรก ก็น่าเสียดายเหมือนกันที่ไม่ได้เขียนให้ละเอียดกว่านั้น วันดีคืนดีอาจจะหาเวลากลับไปแก้เนื้อหาใหม่ก็ได้
จากนี้ไปก็จะพยายามอีกให้มากๆค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
#17  by  ohx3 At 2007-02-17 08:51, 
นี้ผมอยากได้ประวัติบ้านAmityville ง่ะว่ากันว่าเป็นบ้านผีสิงที่นำไปสร้างภาพยนต์มากที่สุดเรื่องหนึ่งเลยน่ะ
#18  by  พำ (125.24.144.196) At 2007-02-20 00:42, 
>>คุณพ่า
แหะแหะ เนื่องจากข้าพเจ้าไม่สันทัดเรื่องผีเลยคงจะลงเรื่องผีไม่ได้ อยากลงเนื้อหาคดีมันก็สั้นมาก ขออนุญาติลงไว้ตรงนี้เลยนะคะ

13 พฤศจิกายน 1974 Ronald Joseph DeFeo Junior หรือรู้จักกันในชื่อ"บุช" วิ่งเข้าไปในบาร์และตะโกนขอความช่วยเหลือว่าพ่อแม่ตัวเองถูกยิง คนในบาร์หลายคนและเดเฟียได้พากันไปยังบ้านเลขที่ 112 โอเชี่ยนอเวนูซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบาร์นัก ที่นั่น พวกเขาพบศพนายและนางเดเฟียถูกยิงคนละสองนัด เสียชีวิตในลักษณะนอนคว่ำหน้า นอกจากนี้เด็กๆตระกูลเดเฟียอีก 4 คนก็ถูกยิงคนบละนักและเสียชีวิตในสภาพนอนคว่ำหน้าเช่นกัน
โรเบิร์ต เดเฟีย จูเนียร์เป็นลูกชายคนโต เขาอ้างว่านักเลงชื่อหลุยส์ ฟาลินี่เป็นคนฆ่า แต่คำให้การของเดเฟียมีจุดน่าสงสัยหลายประการ และในไม่ช้า เขาก็รับสารภาพว่าตนเป็นคนลงมือฆ่าเอง
ทนายของเดเฟียดำเนินคดีโดยกล่าวว่า เดเฟียทำลงไปเนื่องจากเขามีอาการทางจิตซึ่งได้รับการยืนยันจากจิตแพทย์ด้วย ศาลได้ตัดสินว่าเดเฟียไม่มีความผิด ปัจจุบันเขาอยู่ในสถานกักกันตัวกรีนฮาเว่น และการยื่นเรื่องขอออกจากคุกก่อนกำหนดทุกฉบับของเดเฟียก็ถูกปฏิเสธทั้งหมด
#19  by  ohx3 At 2007-02-20 12:01, 
History มะกัน ชอบๆ มันดี
#20  by  The Gray Fox (124.120.129.77) At 2007-03-29 02:33, 
>>คุณ The Gray Fos
น้องสาวข้าพเจ้าก็ชอบมากค่ะ พอได้รีเควสนี้ ข้าพเจ้าถึงได้เพิ่งรู้ว่าเธอชอบพวกแกงค์สเตอร์มาก
#21  by  ohx3 At 2007-06-07 14:16, 
จะว่าโชคดีก็โชคดีนะคะ..
เอ..ไม่แน่ใจ เหมือนเคยได้ยินชื่อ อัล คาโปนจากนิยายสืบสวนสอบสวนคะ..
คุ้นๆ..แฮะๆ
#22  by  ~กุหลาบหิมะ At 2007-10-05 23:17, 

<< Home


ohx3 (ohohoh)
View full profile