* เนื้อหาในวันนี้มีใจความที่มีความรุนแรงอยู่ด้วย กรุณาพิจารณาให้ดีก่อนอ่านด้วยค่ะ
ในบล็อกนี้ก็ได้พูดถึงเจ้าลัทธิฆาตกรกันไปบ้างแล้ว ทั้งจิม โจนส์, ชาร์ลส แมนสัน แล้วก็อาซาฮาระ โชโค พอได้รับรีเควสอีก เลยนึกถึงอดอลโฟ คอนสแตนโซขึ้นมาได้ค่ะ ที่จริงแล้ว ถ้าพูดถึงในแง่ความมีชื่อเสียงล่ะก็ เดวิด คอเรช น่าจะเป็นที่รู้จักกันดีมากกว่า ที่ข้าพเจ้านึกถึงท่านผู้นี้ก่อน คงจะเป็นเพราะอิมแพคปลีกย่อยมากกว่ารูปคดีโดยรวม ก็เป็นได้?
คุณHellHound ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีเควส บอกตามตรงค่ะว่าเนื้อหามีอิมแพคก็จริงแต่ใจความมันสั้นมาก ขออภัย....
Adolfo de JesusConstanzo (1962 - 1989)
The Godfather of Matamoros
มาทาโมรอสเป็นเมืองหนึ่งในแมกซิโกซึ่งอยู่เลียบแม่น้ำริโอแกรนด์ฝั่งตรงข้ามกับรัฐเท็กซัส นักศึกษาจากเท็กซัสมักจะใช้เวลาในวันหยุดข้ามสะพานมายังมาทาโมรอสเพื่อท่องเที่ยว แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่าในเวลาเพียง 10 อาทิตย์ก่อนเดือนมีนาคมปี 1989 นั้น มาทาโมรอสมีบันทึกว่ามีผู้หายสาบสูญมากถึง 60 รายซึ่งพวกเขาเหล่านี้ต่างก็หายตัวไปโดยไม่มีการสืบค้นหาอย่างจริงจังเท่าที่ควรนัก
คดีนี้กลายมาเป็นที่จับตามองครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 1989 มาร์ค คิลรอย (21) นักศึกษาชาวอเมริกา หายสาบสูญไประหว่างเดินทางมาชมชมงานเทศกาลพร้อมกับเพื่อนร่วมชั้นอีก 3 คน ครอบครัวคิลรอยเป็นผู้มีอำนาจในระดับหนึ่ง และลุงของเขาก็ทำงานในกงศุลของสหรัฐฯ จึงมีการสืบค้นหาตัวคิลรอยกันอย่างแข็งขัน ครอบครัวกิลรอยยังประกาศจะมอบเงินรางวัล 15,000 ดอลล่าร์สำหรับข้อมูลใดๆที่จะนำตัวมาร์คคิลรอยกลับมาโดยปลอดภัย หรือจับกุมผู้ที่ลักพาตัวเขาไปได้ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเบาะแสใดๆมาถึงมือตำรวจเสียที
เวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนในวันที่ 9 เมษายน ตำรวจปราบปรามยาเสพติดของแมกซิโกสะกดรอยตามรถบรรทุกน่าสงสัยคันหนึ่งไปถึงฟาร์มกลางทุ่งเปลี่ยว และในโรงนาเก่าโทรมนั้นเอง พวกเขาก็ตรวจพบกัญชากับโคเคนจำนวนมาก ระหว่างที่ทำการจับกุมกลุ่มคนร้าย ตำรวจยังพบหม้อซึ่งส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงวางอยู่หน้าแท่นบูชาที่เต็มไปด้วยรูปปั้นประหลาดมากมาย ซึ่งเมื่อชะโงกดูก็พบว่าในหม้อดังกล่าวนั้นมีสมองคนกำลังต้มอยู่
คนร้ายหลายคนซึ่งอยู่ในโรงนาไม่แสดงท่าทีขัดขืนการจับกุม ซ้ำยังหัวเราะด้วยความมั่นใจว่าตำรวจไม่มีทางทำอะไรพวกเขาได้ และอ้างว่าพวกตนมีเกราะเวทย์มนต์ที่จะสะท้อนกระสุนและการคุกคามใดๆที่ผู้อื่นจะพึงกระทำต่อพวกเขา (......นึกถึงพวกนักเลงไทยที่แขวนสารพัดหลวงพ่อขึ้นมาทันที)
แน่นอนว่าเกราะเวทย์มนต์ดังกล่าวย่อมไม่มีอยู่จริง ตำรวจทำการรวบตัวคนร้ายทั้งหมดในที่นั้นเอาไว้ได้ และเมื่อทำการเก็บหลักฐาน พวกเขาก็พบขุดศพ 15 ศพจากพะเนินดินหลังโรงนา และในจำนวนนั้น พวกเขาก็เจอศพของมาร์ค คิลรอยที่หายตัวไปในที่สุด ศพของคิลรอยถูกผ่ากระโหลกและไม่พบสมองอยู่ภายในจากการให้การในภายหลังทราบว่าศพเหล่านั้นเป็นเครื่องสังเวยพิธีมนต์ดำของแอสเทคซึ่งจะประกอบขึ้นทุกครั้งก่อนที่จะมีการซื้อขายยาเสพติดครั้งใหญ่ โดยจะควักหัวใจและสมองของเหยื่อออกมาต้ม ซึ่งคนร้ายเชื่อเมื่อทำเช่นนี้แล้ว พวกเขาก็จะมีเกราะกายสิทธิ์มาป้องกันตนเองจากกระสุนปืนและอันตรายทุกอย่าง ซึ่งเจ้าลัทธิมืดนี้ก็คืออดอลโฟ คอนสแตนโซนั่นเอง
อดอลโฟเกิดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 1962 ที่ไมอามี่ รัฐฟลอริด้า มารดาของเขาเป็นผู้ลี้ภัยจากคิวบา เธอคลอดเขาเมื่ออายุ 15 ปีและหลังจากนั้นก็ประกอบอาชีพเป็นหมอผีลัทธิวูดู เธอเคยถูกจับกว่า 30 ครั้งในคดีปลอมเช็ค ย่องเบา ปล้นและไม่รับผิดชอบการเลี้ยงดูบุตร ปี 1972 เธอแต่งงานใหม่ ซึ่งชายที่กลายมาเป็นพ่อเลี้ยงของอดอลโฟผู้นี้ก็ประกอบอาชีพค้ายาและนักไสยศาสตร์
เห็นได้ชัดว่าอดอลโฟได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมมาอย่างแรง ตัวเขาเองก็มีความประพฤติไม่ใคร่ดีนักมาตั้งแต่เด็ก อดอลโฟมักไปมั่วสุมอยู่ในบาร์เกย์และก่อคดีเล็กๆน้อยๆอยู่เสมอในปี 1980 เขาย้ายไปยังแมกซิโกซิตี้และใช้วิชามนต์ดำที่เรียนรู้จากแม่ในการผูกมิตรกับองค์การค้ายาต่างๆของแมกซิโก ปี 1987 อดอลโฟอาศัยจังหวะที่องค์การต่างๆกำลังต่อสู้กันเอง แยกตัวออกมาเริ่มธุรกิจของตัวเองที่ฟาร์มเฮเลน่าในมาทาโมรอส อดลอโฟและลูกน้องเป็นที่ยำเกรงจากกลุ่มผู้ยาอื่นๆด้วยมีคนจำนวนมากที่เชื่อว่าอดอลโฟเป็นมีอำนาจมนต์ดำจริง และลูกน้องของเขาต่างก็บ้าบิ่นไม่กลัวตายด้วยเชื่อว่าตนมีร่างกายเป็นอมตะ ถึงกับมีการคาดการณ์ว่าอดอลโฟจะกลายมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของวงการยาเสพติดในแมกซิโกในเวลาไม่ช้า
จะอย่างไรก็ดี 15 ศพที่ฟาร์มเฮเลน่าก็ทำให้ตำรวจต้องหันมาเอาจริงกับการปราบปรามแกงค์ของอดอลโฟ และในวันที่ 6 พฤษภาคม 1989 ตำรวจพบเบาะแสว่าอดอลโฟกำลังซุ่มตัวอยู่ที่อพาร์ทเมนท์ในแมกซิโกซิตี้ จึงนำกำลังเข้าล้อมที่กบดานของเขาเอาไว้ มีการยิงปืนโต้ตอบกันอยู่พักใหญ่ก่อนที่ซาร่า มาเรีย อัลเดรเต้ผู้เป็นคนรักของอดอลโฟและรองหัวหน้าแกงค์จะตะโกนพร้อมกับวิ่งออกมา
"เขาตายแล้ว! เขาตายแล้ว!!"
ตำรวจบุกเข้าไปในห้องและพบศพของอดอลโฟกับมาร์ติน ควินทาน่า (คนรักของอดอลโฟ ....ผู้ชายค่ะ) นอนจมกองเลือดอยู่ในตู้เสื้อผ้าเอล ดูบี้ซึ่งเป็นลูกน้องให้การว่าเมื่ออดอลโฟเห็นว่าตนไม่ทีทางหนีไปได้แล้ว จึงส่งปืนให้ดูบี้และสั่งให้ยิงเขาและควินทาน่า (มีรูปค่ะ แต่ค่อนข้างจะโหดหน่อย ผู้ที่ทำใจได้เชิญทางนี้) ดูบี้กล่าวอย่างมั่นใจแม้กระทั่งหลังจากถูกจับกุมว่า"The godfather will not be dead for long"
จะอย่างไรก็ดี ไม่ปรากฏว่าอดอลโฟ คอนสแตนโซจะคืนชีพกลับมาจากการตายในครั้งนี้
ลูกน้องของอดอลโฟหลังการจับกุม
คนที่สองจากขวาคือซาร่า อัลเดรเต้
2007/Sep/05
/me ดูรูป...
นุ่งสั้นด้วย.. ไม่สิ.... นั่นมันชั้นใน =_='
พิธีของแอสแทคนี่เค้าทำอย่างเดียว ไม่กินใช่ไหมครับ?
นุ่งสั้นด้วย.. ไม่สิ.... นั่นมันชั้นใน =_='
พิธีของแอสแทคนี่เค้าทำอย่างเดียว ไม่กินใช่ไหมครับ?
=_= '' อืมม์ ถ้าเอาเรื่องก็เป็นความเชื่อผิดๆกับยาเสพย์ติด
แต่สุดท้ายจุดที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ก็มาจากการเลี้ยงดูจนได้แฮะ
แต่สุดท้ายจุดที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ก็มาจากการเลี้ยงดูจนได้แฮะ
อืมม...ไอ้แหกอก ควักหัวใจนี่ อ่านแล้วทำไมทำให้คิดไปถึงแอบดูเป็นแอบดูตายได้่ก้อไม่รู้ค่ะ
ว่าแต่...เรื่องที่เค้าเอาพิธีมนต์ดำไปผูกกับการค้ายานี่...คิดได้ไงเนี่ย หรือว่ามันทำให้พวกผู้เสพย์เห็นภาพหลอนอยู่แล้ว ก้อเลยหลอกง่ายขึ้น
ว่าแต่...เรื่องที่เค้าเอาพิธีมนต์ดำไปผูกกับการค้ายานี่...คิดได้ไงเนี่ย หรือว่ามันทำให้พวกผู้เสพย์เห็นภาพหลอนอยู่แล้ว ก้อเลยหลอกง่ายขึ้น
คงจะกล่อมสาวกให้เชื่อโดยใช้ยาบวกกับความเชื่อในท้องถิ่นผสมกันไปด้วย
...อ่านไปแล้วดันคิดถึงกรณีน้ำส้วมวิเศษในไทยที่ชาวบ้านพากันไปตักกินแฮะ
...อ่านไปแล้วดันคิดถึงกรณีน้ำส้วมวิเศษในไทยที่ชาวบ้านพากันไปตักกินแฮะ
ง่าไสยศาสตร์ ค้ายา
เป็นเกย์...มาโยงกันได้แบบแปลกมาก
แต่ก็คงเป็นผลจากการเลี้ยงดูนี่แหละ ส่วน link คงขอผ่านไม่เปิดดูค่ะ กลัว
เพิ่งอ่านพิธีบูชายัน ของเผ่ามายันมา สยอง ตัดxxxละ
ควักหัวใจ โยนมาจากวิหารอันนั้นน่ากลัวมาก คาดว่าแบบแอสแทคคงไม่ต่างกัน
(สารภาพว่าแยก แอสแทค มายา วูดู ไม่ค่อยออกน่ะค่ะ ว่าต่างกันตรงไหน
)
เป็นเกย์...มาโยงกันได้แบบแปลกมาก
แต่ก็คงเป็นผลจากการเลี้ยงดูนี่แหละ ส่วน link คงขอผ่านไม่เปิดดูค่ะ กลัว
เพิ่งอ่านพิธีบูชายัน ของเผ่ามายันมา สยอง ตัดxxxละ
ควักหัวใจ โยนมาจากวิหารอันนั้นน่ากลัวมาก คาดว่าแบบแอสแทคคงไม่ต่างกัน
(สารภาพว่าแยก แอสแทค มายา วูดู ไม่ค่อยออกน่ะค่ะ ว่าต่างกันตรงไหน
)เอ่อจะว่าไปวันนี้ผมผ่าน shop Sony หันไปดูหน้าจอ Bravia มา เห็นเค้าเปิดเรื่อง Apocalypto อยู่ว์พอดี (เรื่องนี้พี่เมล กิ๊บส้น กำกับอีกแล้ว)เรื่องก็เกี่ยวกับพวกชนเผ่าเช่นกัน มีรายละเอียดเยอะมาก (แต่ผมยังไม่ได้ดูเต็มๆ เรื่องนะ) ผมก็แยกไม่ออกเหมือนกันว่า มายัน วูดู แอนทีค ต่างกันยังไง ถ้ามีเวลาคุณโอ๋อธิบายหน่อยก็ดีนะครับ
ส่วนเรื่องมิสสะเตอร์ อดอลโฟนี่....no comment จริงจริง ส่วนหนึ่งคงเพราะมีคุณแม่ที่ชอบเรื่องวูดูเลยซึมซับมาจากสภาพแวดล้อมแบบนั้น แล้วก็ขยายผลต่อไปโดยเอามาโยงกับเรื่องมาเฟีย และค้ายา...
ขอบคุณสำหรับ entry ครับ
ส่วนเรื่องมิสสะเตอร์ อดอลโฟนี่....no comment จริงจริง ส่วนหนึ่งคงเพราะมีคุณแม่ที่ชอบเรื่องวูดูเลยซึมซับมาจากสภาพแวดล้อมแบบนั้น แล้วก็ขยายผลต่อไปโดยเอามาโยงกับเรื่องมาเฟีย และค้ายา...
ขอบคุณสำหรับ entry ครับ
เอ่อ... ช่างเป็นส่วนผสมที่ประหลาดอะไรเยี่ยงนี้ ยาเสพติด คุณไสย และไบเซ็กชวล...
สงสารนักศึกษาอเมริกันจริงๆ ไปตายเป็นเหยื่อบูชายัญสังเวยความวิปริตแบบนี้ สางสารหัวอกพ่อแม่ที่พอรู้ข่าวคงเป็นลมไปเลย
ถึงมนตร์ดำจะไม่ขลังจริงเพราะโดนตำรวจรวบตัวได้สบายๆ แต่ทำไมเขาถึงผงาดขึ้นมาในวงการได้โดยชูเรื่องนี้เป็นจุดเด่นนะ? คือหมายความว่า ในวงการนี้มันโหดจะตาย ถ้ามนตร์ดำไม่ขลังจริง พี่แกไม่หนังเหนียวอยู่ยงคงกระพันจริงดังคำอวดอ้างก็ไม่น่ารอดชีวิตมาจนมีธุรกิจเป็นล่ำเป็นสันขนาดนี้ น่าจะโดนเป่าดับไปนานแล้ว...
หรือว่าที่ผ่านมาพี่แกจะโชคดีมาตลอด?
แอบอึ้งเล็กน้อยตอนที่อ่านไปเจอว่านอนตายพร้อมคู่รักที่เป็นผู้ชาย หักมุมจบอย่างแรง
สงสารนักศึกษาอเมริกันจริงๆ ไปตายเป็นเหยื่อบูชายัญสังเวยความวิปริตแบบนี้ สางสารหัวอกพ่อแม่ที่พอรู้ข่าวคงเป็นลมไปเลย
ถึงมนตร์ดำจะไม่ขลังจริงเพราะโดนตำรวจรวบตัวได้สบายๆ แต่ทำไมเขาถึงผงาดขึ้นมาในวงการได้โดยชูเรื่องนี้เป็นจุดเด่นนะ? คือหมายความว่า ในวงการนี้มันโหดจะตาย ถ้ามนตร์ดำไม่ขลังจริง พี่แกไม่หนังเหนียวอยู่ยงคงกระพันจริงดังคำอวดอ้างก็ไม่น่ารอดชีวิตมาจนมีธุรกิจเป็นล่ำเป็นสันขนาดนี้ น่าจะโดนเป่าดับไปนานแล้ว...
หรือว่าที่ผ่านมาพี่แกจะโชคดีมาตลอด?
แอบอึ้งเล็กน้อยตอนที่อ่านไปเจอว่านอนตายพร้อมคู่รักที่เป็นผู้ชาย หักมุมจบอย่างแรง
อย่างน้อยก็อุ่นใจที่ไม่ใช่ไทยชาติเดียวที่เชื่อในเรื่องไสยศาสตร์(จนงมงาย??)
คิดถึงหน้าพวกโจรตอนรู้ตัวว่าเกราะเวทไม่มีอยู่จริง แล้วโดนจับยกแก๊ง....อนาถน่าดู
คิดถึงหน้าพวกโจรตอนรู้ตัวว่าเกราะเวทไม่มีอยู่จริง แล้วโดนจับยกแก๊ง....อนาถน่าดู
คิดได้ไงนะเอาหัวใจกับสมองมาสร้างเกราะ(แต่ทำให้นึกถึงนักเลงไทยจริงๆด้วย) คราวหน้าก็ขอ เดวิด เคอเรซ ด้วยเลยละกันครับ อารมณ์แบบว่าจะได้ต่อเนื่อง(แบบพวกฆ่าตกรต่อเนื่องอะไรแบบนั้นน่ะ
)
)>>คุณกระรอกโฉด
อืม ไม่เห็นว่ามีเอกสารไหนบอกว่ากิน ข้าพเจ้าก็คิดว่าไม่น่าจะกินหรอก รึเปล่านะ?
เอาเป็นว่าเพื่อสุขภาพจิตอันดีของหลายฝ่าย ถือเสียว่าไม่กินก็แล้วกันค่ะ
>>คุณ Kuro Noire
ที่จริง แม่ของอดอลโฟเคยถูกจับในข้อหาละเลยการเลี้ยงดูบุตรด้วยค่ะ ......บางทีก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าให้เด็กอยู่กับพ่อแม่แบบนี้ หรือส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์เลยจะดีกว่ากัน
>>คุณ HellHound
ข้าพเจ้าสงสัยมากกว่าว่า ทำอีท่าไหนท่านถึงได้กลายเป็นเกย์ไปได้...
>>คุณไซกิ
แต่ยาเสพติดก็ไม่หายไปไหนเสียที แถมยังเหมือนจะกลายเป็นเรื่องค่อนข้างปกติสำหรับสังคมอเมริกาด้วยค่ะ
ถึงจะเป็นประเทศเจริญแค่ไหน รัฐบาลจะเก่งแค่ไหน ถ้าตัวเองไม่รู้จักดูแลตัวเอง ยาเสพติดก็คงยังอยู่ต่อไป
>>คุณ imai283
อาจจะมีส่วนค่ะ เห็นว่าตอนที่อดอลไฟไปอยู่แมกซิโกใหม่ๆ ก็รับจ้างทำพิธีบวงสรวง เอาแพะ เอาวัว เอาสิงโตมาเป็นเครื่องบูชายัณ...... นี่เป็นศตวรรษที่ 20 จริงๆหรือเปล่าเนี่ย
>>คุณ Blade
ที่จริงแล้ว ข้าพเจ้าว่าแมกซิโกนี่มีค่านิยมและความเชื่อหลายๆอย่างที่ใกล้เคียงกับไทยค่ะ เคยดูละครทีวีของแมกซิโกหนนึง .....ถ้าไม่บอกข้าพเจ้าคงคิดว่าเป็นละครหลังข่าวของไทยเรานี่แหละ ทั้งวิธีการแต่งหน้าแต่งตัวจัดฉาก เนื้อเรื่องตัวละครบทพูด เหมือนกับของไทยเป๊ะๆ
>>คุณ aerith-chan
สังคมที่ตำรวจไม่มีความสามารถนี่มันน่ากลัวมากๆ....
บางครั้ง ข้าพเจ้าก็งงๆเหมือนกันว่าตกลงแมกซิโกนี่มันเจริญแล้วหรือยังกันแน่
>>คุณ No Mercy For The Weak
ย้อนดูอีกที ท่าทางท่านจะเป็นเสือไบมากกว่าค่ะ เพราะมีทั้งคนรักที่เป็นผู้หญิงและผู้ชายเลย
ว่าแต่คนรักที่เป็นผู้ชายเนี่ยเขาตกลงยอมตามด้วยแล้วเหรอ ถึงได้ให้ยิงไปด้วยกันแบบนั้น....
>>คุณ kisarayui
อาจจะเรียกได้ว่า อดอลโฟใช้ชีวิตอยุ่ในด้านมืดของสังคมมาตั้งแต่เกิดเลย ก็เป็นได้ค่ะ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยใจว่านี่มันศตวรรษที่ 20 แล้วนะ.....
>>คุณ Rising-Top
หนังเรื่องที่ว่านี่น้องสาวดูแล้วบอกว่าแหวะมากๆค่ะ ข้าพเจ้าคงไม่มีวันดูเด็ดขาด พูดให้ถูกคือคงไม่มีวันไปหาหนังที่เมล กิ๊บสันกำกับมาดูเด็ดขาดค่ะ กลัวเจ็บ
พูดตามตรงว่าข้าพเจ้าเองก็แยก มายา แอสเตค กับวูดู ไม่ออกเหมือนกันค่ะ วูดูยังพอว่า แต่มายากับแอสเตคนี่..... ขนาดนั่งฟังน้องสาว (เอกอักษร) อธิบาย ข้าพเจ้ายังมึนแหลกเลยค่ะ
>>คุณ naranjina
ที่จริงแล้วควรจะขอบคุณมาร์ค คิลรอยมากทีเดียวค่ะ เพราะการที่เขาเป็นนักศึกษาชาวอเมริกานี่แหละค่ะที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในการจับตัวอดอลโฟขึ้นเป็นรูปร่างขึ้นมา ไม่งั้นอดอลโฟก็อาจจะผงาดขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อวงการค้ายาจริงๆก็เป็นได้
เกี่ยวกับเรื่องมนต์ดำนี่ อดอลโฟก็คงต้องมีการทำให้ลูกน้องเกิดความเชื่อในระดับหนึ่งด้วยค่ะ เพราะจุดหลักที่แกงค์ของอดอลโฟเป้นที่ยำเกรงก็เพราะความกล้าบ้าบิ่นของคนในแกงค์นี่เอง ซึ่งตรงนี้คงจะมาจากชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมาตั้งแต่ก่อนแยกตัวมาตั้งแกงค์ด้วยค่ะ
>>คุณ MD
กินคนนี่ไม่แน่ใจว่ากินหรือเปล่าค่ะ อยากจะเชื่อว่าไม่ได้กิน สยอง.....
ตอนเจอรูปสุดท้าย ข้าพเจ้าก็อึ้งไปเหมือนกัน
>>คุณ ultimaweapon
ไม่ใช่ไทยประเทศเดียวที่งมงาย แต่อยากให้ไทยหลุดจากวงงมงายให้เร็วกว่าแมกซิโกก็ยังดีค่ะ
พูดให้ถูกคือ เอาศาสนามาใช้ในเรื่องแบบนี้ (ฆ่าคน ค้ายา พนัน ขโมย และมิจฉาชีพอื่นๆ) ข้าพเจ้าไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ค่ะ
อืม ไม่เห็นว่ามีเอกสารไหนบอกว่ากิน ข้าพเจ้าก็คิดว่าไม่น่าจะกินหรอก รึเปล่านะ?
เอาเป็นว่าเพื่อสุขภาพจิตอันดีของหลายฝ่าย ถือเสียว่าไม่กินก็แล้วกันค่ะ
>>คุณ Kuro Noire
ที่จริง แม่ของอดอลโฟเคยถูกจับในข้อหาละเลยการเลี้ยงดูบุตรด้วยค่ะ ......บางทีก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าให้เด็กอยู่กับพ่อแม่แบบนี้ หรือส่งไปอยู่สถานสงเคราะห์เลยจะดีกว่ากัน
>>คุณ HellHound
ข้าพเจ้าสงสัยมากกว่าว่า ทำอีท่าไหนท่านถึงได้กลายเป็นเกย์ไปได้...
>>คุณไซกิ
แต่ยาเสพติดก็ไม่หายไปไหนเสียที แถมยังเหมือนจะกลายเป็นเรื่องค่อนข้างปกติสำหรับสังคมอเมริกาด้วยค่ะ
ถึงจะเป็นประเทศเจริญแค่ไหน รัฐบาลจะเก่งแค่ไหน ถ้าตัวเองไม่รู้จักดูแลตัวเอง ยาเสพติดก็คงยังอยู่ต่อไป
>>คุณ imai283
อาจจะมีส่วนค่ะ เห็นว่าตอนที่อดอลไฟไปอยู่แมกซิโกใหม่ๆ ก็รับจ้างทำพิธีบวงสรวง เอาแพะ เอาวัว เอาสิงโตมาเป็นเครื่องบูชายัณ...... นี่เป็นศตวรรษที่ 20 จริงๆหรือเปล่าเนี่ย
>>คุณ Blade
ที่จริงแล้ว ข้าพเจ้าว่าแมกซิโกนี่มีค่านิยมและความเชื่อหลายๆอย่างที่ใกล้เคียงกับไทยค่ะ เคยดูละครทีวีของแมกซิโกหนนึง .....ถ้าไม่บอกข้าพเจ้าคงคิดว่าเป็นละครหลังข่าวของไทยเรานี่แหละ ทั้งวิธีการแต่งหน้าแต่งตัวจัดฉาก เนื้อเรื่องตัวละครบทพูด เหมือนกับของไทยเป๊ะๆ
>>คุณ aerith-chan
สังคมที่ตำรวจไม่มีความสามารถนี่มันน่ากลัวมากๆ....
บางครั้ง ข้าพเจ้าก็งงๆเหมือนกันว่าตกลงแมกซิโกนี่มันเจริญแล้วหรือยังกันแน่
>>คุณ No Mercy For The Weak
ย้อนดูอีกที ท่าทางท่านจะเป็นเสือไบมากกว่าค่ะ เพราะมีทั้งคนรักที่เป็นผู้หญิงและผู้ชายเลย
ว่าแต่คนรักที่เป็นผู้ชายเนี่ยเขาตกลงยอมตามด้วยแล้วเหรอ ถึงได้ให้ยิงไปด้วยกันแบบนั้น....
>>คุณ kisarayui
อาจจะเรียกได้ว่า อดอลโฟใช้ชีวิตอยุ่ในด้านมืดของสังคมมาตั้งแต่เกิดเลย ก็เป็นได้ค่ะ แต่ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยใจว่านี่มันศตวรรษที่ 20 แล้วนะ.....
>>คุณ Rising-Top
หนังเรื่องที่ว่านี่น้องสาวดูแล้วบอกว่าแหวะมากๆค่ะ ข้าพเจ้าคงไม่มีวันดูเด็ดขาด พูดให้ถูกคือคงไม่มีวันไปหาหนังที่เมล กิ๊บสันกำกับมาดูเด็ดขาดค่ะ กลัวเจ็บ
พูดตามตรงว่าข้าพเจ้าเองก็แยก มายา แอสเตค กับวูดู ไม่ออกเหมือนกันค่ะ วูดูยังพอว่า แต่มายากับแอสเตคนี่..... ขนาดนั่งฟังน้องสาว (เอกอักษร) อธิบาย ข้าพเจ้ายังมึนแหลกเลยค่ะ
>>คุณ naranjina
ที่จริงแล้วควรจะขอบคุณมาร์ค คิลรอยมากทีเดียวค่ะ เพราะการที่เขาเป็นนักศึกษาชาวอเมริกานี่แหละค่ะที่ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวในการจับตัวอดอลโฟขึ้นเป็นรูปร่างขึ้นมา ไม่งั้นอดอลโฟก็อาจจะผงาดขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อวงการค้ายาจริงๆก็เป็นได้
เกี่ยวกับเรื่องมนต์ดำนี่ อดอลโฟก็คงต้องมีการทำให้ลูกน้องเกิดความเชื่อในระดับหนึ่งด้วยค่ะ เพราะจุดหลักที่แกงค์ของอดอลโฟเป้นที่ยำเกรงก็เพราะความกล้าบ้าบิ่นของคนในแกงค์นี่เอง ซึ่งตรงนี้คงจะมาจากชื่อเสียงที่เขาสั่งสมมาตั้งแต่ก่อนแยกตัวมาตั้งแกงค์ด้วยค่ะ
>>คุณ MD
กินคนนี่ไม่แน่ใจว่ากินหรือเปล่าค่ะ อยากจะเชื่อว่าไม่ได้กิน สยอง.....
ตอนเจอรูปสุดท้าย ข้าพเจ้าก็อึ้งไปเหมือนกัน
>>คุณ ultimaweapon
ไม่ใช่ไทยประเทศเดียวที่งมงาย แต่อยากให้ไทยหลุดจากวงงมงายให้เร็วกว่าแมกซิโกก็ยังดีค่ะ
พูดให้ถูกคือ เอาศาสนามาใช้ในเรื่องแบบนี้ (ฆ่าคน ค้ายา พนัน ขโมย และมิจฉาชีพอื่นๆ) ข้าพเจ้าไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ค่ะ
อ่านแล้วนึกถึงนักเลงไทยที่เล่นของขลังจริงๆด้วยค่ะ จริงๆแล้วเท่าที่เคยอ่านนิยายมาของขลังของคนไทยนี่ก็แปลกพิสดารใช่ย่อย เพียงแต่ยังไม่เจอสิ่งที่ต้องฆ่าคนมาทำนะคะ (ลูกกรอกนี่นับไหมนะ?)
เลยคิดว่าเรื่องที่เอาวูดูมาปลุกใจลูกน้องนี่เข้าใจได้เลยนะคะ เป็นเรื่องความเชื่อเมหอืนกัน แต่เป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ -_-" แถมค้ายาอีก...ไปกันใหญ่...
ปล.เจอกันวันนั้นไม่ทันได้คุยกันเลยอ่ะจ้า เสียดายๆ
เลยคิดว่าเรื่องที่เอาวูดูมาปลุกใจลูกน้องนี่เข้าใจได้เลยนะคะ เป็นเรื่องความเชื่อเมหอืนกัน แต่เป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ -_-" แถมค้ายาอีก...ไปกันใหญ่...
ปล.เจอกันวันนั้นไม่ทันได้คุยกันเลยอ่ะจ้า เสียดายๆ
อ่านแล้วนึกถึงนักเลงไทยที่เล่นของขลังจริงๆด้วยค่ะ จริงๆแล้วเท่าที่เคยอ่านนิยายมาของขลังของคนไทยนี่ก็แปลกพิสดารใช่ย่อย เพียงแต่ยังไม่เจอสิ่งที่ต้องฆ่าคนมาทำนะคะ (ลูกกรอกนี่นับไหมนะ?)
เลยคิดว่าเรื่องที่เอาวูดูมาปลุกใจลูกน้องนี่เข้าใจได้เลยนะคะ เป็นเรื่องความเชื่อเมหอืนกัน แต่เป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ -_-" แถมค้ายาอีก...ไปกันใหญ่...
ปล.เจอกันวันนั้นไม่ทันได้คุยกันเลยอ่ะจ้า เสียดายๆ
เลยคิดว่าเรื่องที่เอาวูดูมาปลุกใจลูกน้องนี่เข้าใจได้เลยนะคะ เป็นเรื่องความเชื่อเมหอืนกัน แต่เป็นความเชื่อที่ผิดมากๆ -_-" แถมค้ายาอีก...ไปกันใหญ่...
ปล.เจอกันวันนั้นไม่ทันได้คุยกันเลยอ่ะจ้า เสียดายๆ
เม็กซิโก เป็นประเทศที่รุนแรงกว่าอเมริกาอีกนะ ผมว่า วัฒนธรรมหลายๆ อย่าง มันไปแนวๆ นั้น
อ่านแล้วนึกถึงพวกเสือๆ ในเมืองไทยจังเลยครับ
เพียงแต่เมืองไทยมีขุนพันมาใช้ไสยศาสตร์โต้น่ะนะ 555
ป.ล. ขอรีเควสเรื่อง hoax Paul is dead ได้ไหมฮะ ชอบ The Beatles
อ่านแล้วนึกถึงพวกเสือๆ ในเมืองไทยจังเลยครับ
เพียงแต่เมืองไทยมีขุนพันมาใช้ไสยศาสตร์โต้น่ะนะ 555
ป.ล. ขอรีเควสเรื่อง hoax Paul is dead ได้ไหมฮะ ชอบ The Beatles
>>คุณ reafre
พูดถึงลูกกรอกแล้วเลยนึกถึงขุนแผน ....พูดตามตรงว่าข้าพเจ้าเกลียดขุนแผนที่สุดในบรรดาตัวละครในวรรณกรรมไทยเลยค่ะ นอกจากจะเจ้าชู้ ไม่เห็นคนเป็นคนแล้วยังรังแกคนอ่อนแออีกต่างหาก ฮึ่ม...
ปล.ไว้เดือนตุลามาเจอกันอีกทีนะเด้อ
>>คุณ So Gallagher
ที่แมกซิโกเป็นอย่างนั้นน่าจะเป็นเพราะการศึกษาและปัญหาความยากจนค่ะ อาจารย์ข้าพเจ้าเคยพูดถึงแมกซิโกว่าเป็นประเทศที่อ้าแขนรับทุกคนที่เข้ามา และไล่ตามทุกคนที่จะจากไปค่ะ (เพราะที่ชายแดนอเมริกา-แมกซิโก เวลาจะเข้าไปแมกซฺโกนี่เดินผ่านไปสบายๆ ไม่ต้องมีวีซ่าค่ะ แต่พอขากลับจะเข้าอเมริกา ท่านจะตั้งด่านกั้นประตู ขอตรวจพาสปอร์ตกันให้วุ่น หลายครั้งที่มีคนเข้าแมกซิโกไปโดยที่ลืมเอาพาสปอร์ตไปด้วย ตอนจะกลับก็แย่เลย)
พูดถึงลูกกรอกแล้วเลยนึกถึงขุนแผน ....พูดตามตรงว่าข้าพเจ้าเกลียดขุนแผนที่สุดในบรรดาตัวละครในวรรณกรรมไทยเลยค่ะ นอกจากจะเจ้าชู้ ไม่เห็นคนเป็นคนแล้วยังรังแกคนอ่อนแออีกต่างหาก ฮึ่ม...
ปล.ไว้เดือนตุลามาเจอกันอีกทีนะเด้อ
>>คุณ So Gallagher
ที่แมกซิโกเป็นอย่างนั้นน่าจะเป็นเพราะการศึกษาและปัญหาความยากจนค่ะ อาจารย์ข้าพเจ้าเคยพูดถึงแมกซิโกว่าเป็นประเทศที่อ้าแขนรับทุกคนที่เข้ามา และไล่ตามทุกคนที่จะจากไปค่ะ (เพราะที่ชายแดนอเมริกา-แมกซิโก เวลาจะเข้าไปแมกซฺโกนี่เดินผ่านไปสบายๆ ไม่ต้องมีวีซ่าค่ะ แต่พอขากลับจะเข้าอเมริกา ท่านจะตั้งด่านกั้นประตู ขอตรวจพาสปอร์ตกันให้วุ่น หลายครั้งที่มีคนเข้าแมกซิโกไปโดยที่ลืมเอาพาสปอร์ตไปด้วย ตอนจะกลับก็แย่เลย)
>>คุณ So Gallagher (ต่อ)
เผลอกดอีกแล้ว orz
ปล. Paul is dead ขอรับไว้เป็นรีเควสเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีเควส
ยังสยองอยู่เหมือนกันว่าจะเขียนได้สักแค่ไหน แต่ก็จะพยายามค่ะ
เผลอกดอีกแล้ว orz
ปล. Paul is dead ขอรับไว้เป็นรีเควสเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีเควส
ยังสยองอยู่เหมือนกันว่าจะเขียนได้สักแค่ไหน แต่ก็จะพยายามค่ะช่วงนี้งานยุ่ง เพิ่งจะได้มีโอกาสมาคอมเมนท์ครับ +3+/
ฟังแล้วก็น่ากลัวนะครับ ความเชื่อนี่เป็นพลังที่ดี แต่ก็เป็นเครื่องมือของคนชั่วได้เช่นกัน ไม่ว่าจะลัทธิหรือศาสนา เราก็ควรเชื่อด้วยสติทั้งนั้น
ฟังแล้วก็น่ากลัวนะครับ ความเชื่อนี่เป็นพลังที่ดี แต่ก็เป็นเครื่องมือของคนชั่วได้เช่นกัน ไม่ว่าจะลัทธิหรือศาสนา เราก็ควรเชื่อด้วยสติทั้งนั้น
>>คุณ Kindaichi
ยากสสสสสส์ ขออภัยค่ะ สงสัยตอนข้าพเจ้ากำลังนั่งเขียนคอมเมนท์อยู่ ของคุณ Kindaichi เลยตอบเข้าไปก่อน แล้วข้าพเจ้าก็ไม่ทันเช็คย้อนดูด้วย ต้องขออภัยจริงๆค่ะ
เคยอ่านในการ์ตูนที่เกี่ยวกับอารยธรรมแถบนั้นเหมือนกัน (ไม่แน่ใจว่าแอสเทคหรือมายา) เขามีพูดเรื่องการควักหัวใจด้วย แต่สมองนี่ก็เพิ่งรู้ตอนอ่านเรื่องของอดอลโฟนี่แหละค่ะ หวังว่าเมืองไทยคงยังไม่ทำถึงขนาดนั้นนะ อึ๋ยยย
เดวิด คอเรซขอรับไว้เป็นรีเควสเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
>>คุณ ROGER
คิดเช่นเดียวกันค่ะ
อันนี้เราก็ไม่ทราบแน่เหมือนกันว่าอดอลโฟมีอำนาจมนต์ดำจริงหรือเปล่า หรือจะเป็นแค่การตบตา แต่มันน่ากลัวตรงที่ว่าลูกน้องของเขาเชื่อแล้วก็คิดด้วยว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้โดยที่คนอื่นไม่สามารถเอาผิดกับตัวเองด้วยนี่แหละค่ะ
ความเชื่อนี่น่ากลัวจริงๆ
>>คุณ SeiRayZ
ไม่ได้พบกันเสียนานเลยค่ะ ....แต่แล้วข้าพเจ้าก็ตั้งท่าจะโดดอัพบล๊อกอีกซะนี่....
ยากสสสสสส์ ขออภัยค่ะ สงสัยตอนข้าพเจ้ากำลังนั่งเขียนคอมเมนท์อยู่ ของคุณ Kindaichi เลยตอบเข้าไปก่อน แล้วข้าพเจ้าก็ไม่ทันเช็คย้อนดูด้วย ต้องขออภัยจริงๆค่ะ
เคยอ่านในการ์ตูนที่เกี่ยวกับอารยธรรมแถบนั้นเหมือนกัน (ไม่แน่ใจว่าแอสเทคหรือมายา) เขามีพูดเรื่องการควักหัวใจด้วย แต่สมองนี่ก็เพิ่งรู้ตอนอ่านเรื่องของอดอลโฟนี่แหละค่ะ หวังว่าเมืองไทยคงยังไม่ทำถึงขนาดนั้นนะ อึ๋ยยย
เดวิด คอเรซขอรับไว้เป็นรีเควสเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
>>คุณ ROGER
คิดเช่นเดียวกันค่ะ
อันนี้เราก็ไม่ทราบแน่เหมือนกันว่าอดอลโฟมีอำนาจมนต์ดำจริงหรือเปล่า หรือจะเป็นแค่การตบตา แต่มันน่ากลัวตรงที่ว่าลูกน้องของเขาเชื่อแล้วก็คิดด้วยว่าตัวเองจะทำอะไรก็ได้โดยที่คนอื่นไม่สามารถเอาผิดกับตัวเองด้วยนี่แหละค่ะ
ความเชื่อนี่น่ากลัวจริงๆ
>>คุณ SeiRayZ
ไม่ได้พบกันเสียนานเลยค่ะ ....แต่แล้วข้าพเจ้าก็ตั้งท่าจะโดดอัพบล๊อกอีกซะนี่....
รอ คุณ โอ๋ อัพเรื่องใหม่ๆ อยุ่นะคับ
ติดตามผลงานอย่างสม่ำเสมอ
ถ้ามี พวก murder case ของคนไทย หรือ แถบเอเชีย เยอะๆก็ดีนะคับ อยากอ่าน เรื่องราวใน ละแวกบ้านเรามั่งจัง
ติดตามผลงานอย่างสม่ำเสมอ
ถ้ามี พวก murder case ของคนไทย หรือ แถบเอเชีย เยอะๆก็ดีนะคับ อยากอ่าน เรื่องราวใน ละแวกบ้านเรามั่งจัง