2007/Nov/20

คิดว่าคงมีหลายท่านเคยอ่านไปแล้ว เป็นบทความที่ข้าพเจ้าชอบที่สุดบทความหนึ่งเลยค่ะ เมื่อก่อนเคยอ่านตอนออกมาเป็นหนังสือที่ญี่ปุ่น วันนี้ไปเจอเป็นแฟลช อดคิดถึงไม่ได้เลยลองแปลมาลงค่ะ



"ถ้าหากโลกนี้เป็นหมู่บ้านของคน 100 คน"

หากจะนำสัดส่วนของประชากรทั้งโลกมาย่อให้เป็นหมู่บ้านของคน 100 คน
หมู่บ้านนี้จะมีคนเอเชีย 57 คน คนยุโรป 21 คน คนอเมริกาเหนือใต้ 14 คน และคนแอฟริกา 8 คน
52 คนจะเป็นผู้หญิง และ 48 คนจะเป็นผู้ชาย
89 คนเป็นผู้รักเพศตรงข้าม และ 11 คนเป็นผู้รักเพศเดียวกัน

6 คนในโลกนี้เป็นเจ้าของทรัพย์สิน 59 เปอร์เซนต์ของโลก และ 6 คนนั้นจะถือสัญชาติอเมริกา
80 คนอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต่ำกว่ามาตราฐาน
70 คนอ่านเขียนไม่ได้
50 คนกำลังทุกข์ทรมานด้วยความอดอยาก

1 คนกำลังจะตาย
และ 1 คนกำลังจะเกิดมา

1 คนกำลังเรียนในมหาวิทยาลัย และมีเพียง 1 คนที่มีคอมพิวเตอร์เป็นของตัวเอง

เมื่อได้มองโลกของเราจากแผนผังที่ถูกย่อลงนี้แล้ว ย่อมจะเห็นได้ว่า
การยอมรับผู้อื่นในสิ่งที่เขาเป็นอยู่
การเข้าใจความแตกต่างระหว่างตนเองกับผู้อื่น
และการให้การศึกษาเพื่อที่จะทราบถึงความจริงเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นใด

ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องคิดให้ดี

ถ้าหากว่าเช้านี้ คุณลืมตาตื่นขึ้น และสามารถคิดว่าตนมีสุขภาพแข็งแรงดี...
คุณมีความสุขกว่าคนอีกหนึ่งล้านคนที่อาจจะไม่สามารถมีชีวิตรอดพ้นสัปดาห์นี้ไปได้

ถ้าหากว่าคุณไม่เคยประสบกับภัยสงคราม ความโดดเดี่ยวของการคุมขัง ความยากลำบากในคุก หรือความทุกข์ทรมานจากความหิวโหย....
คุณมีความสุขกว่าคนอีกห้าร้อยล้านคน

ถ้าหากว่าคุณสามารถไปมิซาที่โบสถ์ได้โดยไม่ต้องหวนนึกถึงความทุกข์ที่ตามรังควาน การกักตัว การทรมานร่างกาย หรือความหวาดกลัวต่อความตาย....
คุณมีความสุขกว่าคนอีกสามพันล้านคน

ถ้าหากว่าคุณมีอาหารอยู่ในตู้เย็น มีเสื้อผ้าให้สวมใส่ มีหลังคาอยู่เหนือศีรษะ และมีที่ให้หลับนอน...
คุณมีชีวิตอันสมบูรณ์พูนสุขกว่าคน 75 เปอร์เซนต์บนโลกนี้
และถ้าหากว่าคุณมีเงินฝากในธนาคาร มีเงินอยู่ในกระเป๋า และมีเงินเก็บอยู่ในซอกใดซอกหนึ่งของบ้าน...
คุณเป็นหนึ่งใน 8 เปอร์เซนต์ที่ร่ำรวยที่สุดของโลกนี้

ถ้าหากว่า พ่อแม่ของคุณยังมีชีวิตอยู่ และทั้งสองยังอยู่ร่วมกัน นั่นเป็นความโชคดีที่ไม่ได้มีบ่อยนัก

ถ้าหากว่าคุณกำลังอ่านข้อความนี้อยู่ ในวินาทีนี้ ความสุขของคุณคงจะเพิ่มเป็นเท่าตัว
เพราะใครบางคนที่รักห่วงใยคุณได้ส่งข้อความนี้มาถึง
และยิ่งไปกว่านั้น คุณโชคดียิ่งกว่าคนอีกสองพันล้านคนทั่วโลกที่อ่านหนังสือไม่ออกเลย

คนสมัยโบราณเคยกล่าวไว้
"สิ่งใดที่เราให้ไป สักวันก็จะกลับมาหาตัวเราเอง"

จงทำงานด้วยความยินดีโดยไม่คิดถึงเงินตอบแทน
จงรักผู้อื่นเหมือนตนเองไม่เคยถูกทำร้ายมาก่อน
จงเต้นรำอย่างเสรีเหมือนไม่มีผู้ใดเฝ้ามองอยู่
จงร้องเพลงอย่างมีชีวิตชีวาเหมือนไม่มีผู้ใดได้ยิน
และมีชีวิตอยู่ราวกับ ณ ที่นี้คือสวรรค์บนดิน

มอบข้อความนี้ให้กับผู้อื่น
และขอให้คุณเป็นดังแสงสว่างในวันนั้นสำหรับเขาด้วย




ที่มา - http://event.yahoo.co.jp/voluntarylife/moshimo/index.html

 

Comment

Comment:

Tweet


#62 by (46.161.41.16|46.161.41.16) At 2014-03-19 08:12,
#61 by (46.161.41.16|46.161.41.16) At 2014-03-19 08:12,
#60 by (46.161.41.16|46.161.41.16) At 2014-03-19 08:12,
#59 by (46.161.41.16|46.161.41.16) At 2014-03-19 08:12,
#58 by (46.161.41.16|46.161.41.16) At 2014-03-19 08:12,
Have no idea which writing centre to select to receive assistance from? Glance over <a href="http://best-essay-sites.com/review-of-essaysexperts-com">EssaysExperts testimonials</a>, and reach a wise decision.
#57 by Pierce35Carissa (46.161.41.16|46.161.41.16) At 2014-03-19 08:12,
#56 by (91.212.226.143) At 2011-11-24 15:11,
#55 by (91.212.226.143) At 2011-11-24 15:11,
#54 by (91.212.226.143) At 2011-11-24 15:10,
I took 1 st <a href="http://goodfinance-blog.com/topics/business-loans">business loans</a> when I was 32 and that aided my relatives a lot. But, I need the car loan once more time.
#53 by HernandezMelva32 (91.212.226.143) At 2011-11-24 15:09,
เยี่ยมมม
#52 by eikaru (124.121.53.204) At 2011-11-08 21:58,
ชอบบทความนี้มากครับ และเคยได้อ่านบางส่วนที่ได้ลงในไทยรัฐด้วย จึงรบกวนขอคัดลอกบทความทั้งหมดไปลงที่ http://shopinbottle.exteen.com/20101218/entry ครับ

ขอบคุณมากครับ big smile
#51 by Shop In Bottle At 2010-12-18 10:04,
ชอบบทความนี้มาก><
#50 by มุ่งมั่น (118.174.63.47) At 2010-11-09 21:44,
สิ่งใดที่ให้ไปนั้นคือเรื่องดี เราก็ได้สิ่งดีๆตอบแทนมา
แต่ถ้าเป็นสิ่งไม่ดี ก็จะได้สิ่งที่เลวร้ายกลับมาแทน
นี้คือสัตจธรรมอยู่แล้ว แต่สุดท้านสิ่งที่ตอบแทนทุกคนๆที่มีชีวิตนั่นก็คือ"ความตาย" ทุกๆอย่างย่อมต้องดับศูนย์ ไม่มีอะไรเที้ยงแท้ อยู่ยืนยงหรอกนะ
#49 by (124.120.38.81) At 2010-08-12 10:54,
Very nice site!
#48 by oowrwutw (74.3.1.68) At 2009-10-07 05:03,
เป็นบทความที่ให้กำลังมากๆค่ะ
ขอบคุณที่นำบทความดีดีแบนี้มาให้อ่านนะคะ
#47 by AtsuzA At 2009-06-27 05:56,
fdvknpdn ckjmgels wejhsvzw
#46 by tFqNCKlVnxDu (94.76.219.104) At 2009-03-10 02:55,
bejffads boesawgr hseddogx
#45 by FcZxlXwgvnHTJeJ (94.76.219.104) At 2009-03-08 18:37,
dhndmpvt huyajdgp ottjbuyk
#44 by iOKYLNWFsmD (94.76.219.104) At 2009-03-08 17:58,
hzhrmdgt wqjfapuu ifvrdmsh
#43 by WTVrbrImMaHrTnHYn (94.76.219.104) At 2009-03-08 17:12,
wcfhwadm gcqzydvt zuykmogl
#42 by FkkueWXL (94.76.219.104) At 2009-03-08 16:33,
bxikmijg xcmrnlxu bqautxkt
#41 by lNeIvtxGutgyUJx (94.76.219.104) At 2009-03-08 15:07,
hyczjecu cjlptvpq mfqegtbi
#40 by zPRQIEXrLbKxNQMl (94.76.219.104) At 2009-03-08 14:16,
nhrpzogt ahrrxxkw esbsfhfs
#39 by LScjIryVPxAoKEsT (94.76.219.104) At 2009-03-08 13:37,
vosvfmkv tsggmpyp gnomweai
#38 by VdLsTvhJeW (94.76.219.104) At 2009-03-08 12:56,
zxachqbk dwgbkpdd gbhmlnmr
#37 by PNWEPgNdBojEfU (94.76.219.104) At 2009-03-08 11:30,
bhmxppla zbcdedii jakcnchq
#36 by sRerOMMfGhHlIbKlC (94.76.219.104) At 2009-03-08 10:42,
mzdccoyn umisbnoh cteewnwg
#35 by NyPSYLNX (94.76.219.104) At 2009-03-08 10:06,
V5O19b piscngta gggcqcss xwdllayu
#34 by krHFpWVmoSiF (94.76.219.16) At 2009-03-04 03:46,
บังเอิญเข้า เยี่ยมมากๆ ที่ได้อ่าน
#33 by mamajang (203.146.35.52) At 2008-11-20 11:23,
big smile open-mounthed smile cry cry cry cry อบตด
#32 by ฟา (118.173.178.21) At 2008-08-20 10:59,
[URL=http://akypwjrl.com]gkwlb zjore[/URL] [URL=http://ubpcdqlh.com]exwuo dbzxz[/URL]
#31 by Kazelsdx (78.157.143.207) At 2008-06-12 09:28,
Hi!wnps! http://rauygndx.com ukroi mtynf http://hanrvrff.com ohxkl hrjhq
#30 by Kazelutt (78.157.143.207) At 2008-06-12 09:28,
ขออนุญาตินำไปลงได้ม้ยครับ
แบบว่า ถูกใจ
#29 by keat (125.24.192.232) At 2008-03-14 15:57,
ขออนุญาตินำไปลงที่อื่นนะคะ

แต่คงไม่ได้ลงเครดิตให้ เพราะว่าที่ๆเอาไป มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 เล่นเยอะ เรื่องอื่นๆ ในบล็อคนี้คงไม่เหมาะให้เด็กๆ อ่านกันเท่าไหร่ ลงไปที่ link นี้ค่ะ

http://rct.invisionplus.net/index.php?mforum=rct&act=ST&f=2&t=2191

ถ้าอยากให้ลงเครดิตเพิ่มเมล์มาบอกหรือโพ๊สในนั้นเลยก็ได้นะคะ ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ
#28 by คนสวยบ้าร็อคแมน (158.108.2.10) At 2008-03-11 08:30,
>>คุณ reafre
ข้อความที่มากับเมลนี่ก้มีหลายอันค่ะที่ชอบมาก แต่ข้าพเจ้าเป็นพวกไม่ชอบเก็บเมลอ้ะ เลยอยากซื้อเป็นหนังสือไปเสียเลยsad smile



>>คุณ snow
ให้ข้าพเจ้าตีความล่ะก็ บทความนี้ไม่ได้อยากจะบอกว่าแต่ว่าในโลกนี้ยังมีคนที่เป็นทุกข์กว่าเราอยู่ค่ะ เขาอยากจะบอกว่าคุณเป็นคนที่มีความสุขแต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้สึกตัวมากกว่า และเมื่อเรามีความสุขแล้ว เราก็ควรที่จะแบ่งปันให้กับคนอื่นด้วย



>>คุณ ultimaweapon
คนเราชอบคิดว่าตัวเองเป็นทุกข์ ทั้งๆที่ความสุขมันก็อยู่กับเราเสมอ



>>คุณ Kindaichi
แอบเอามาบังหน้าไว้ในระหว่างที่ไม่สามารถมาอัพได้ค่ะ ไม่งั้นก็จะเจอคดีฆาตกรรมประดับท็อปไปหลายสัปดาห์ทีเดียว orz



>>คุณ blUeFaKe
จริงมากๆเลยค่ะ นึกไปถึงเพลง"หินก้อนหนึ่ง"(ไม่แน่ใจเลยว่าชื่อเพลงถูก) คนเราชอบเอาความทุกข์มากำไว้ในมือโดยคิดว่าความทุกข์มันจะอยู่กับตัวเอง ทั้งๆที่แค่รู้จักปล่อยวาง มันก็จะเบาลง...



>>คุณเจ้าชายน้อย
เป็นบทความที่อ่านแล้วได้กำลังใจมากค่ะ อ่านแล้วได้ตาสว่างในหลายๆอย่าง



>>คุณ satangnamamajung
ขอบคุณมากค่ะ และต้องขออภัยจริงๆค่ะที่ทิ้งบล๊อกไว้นานมากsad smile



>>คุณ Shuu
ของแบบนี้มันขึ้นอยู่กัยฃบเจ้าตัวเองด้วยค่ะ คนเราจะเห็นและเชื่อแต่ในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเห็นอยากจะเชื่อ ตราบใดที่เขาไม่คิดจะเห็น ต่อให้เราเอาไปจ่อตรงหน้า ก็ไม่มีทางเข้าไปสู่สายตาเขาได้อย่างแท้จริงหรอกค่ะ
#26 by ohx3 At 2008-01-23 20:57,
คนทุกข์ยากทุกวัน แต่คนอ่านข้อความประเภทนี้มักเมินเพราะเห็นจนชินตาเสียแล้ว
#25 by Shuu Exteen At 2008-01-13 14:14,
มีคนบอกว่าบล็อกนี้เจ๋งโคตรค่ะเลยตามมาอ่านอิอิเเล้วจะติดตามต่อไป
#24 by satangnamamajung At 2008-01-11 01:08,
ในบรรดาฟอร์เวิร์ดเมลล์แล้ว ชอบอันนี้มากเลยครับ ดูมีหลักการมากกว่าอันอื่น ๆ
#23 by เจ้าชายน้อย At 2007-11-22 18:20,
เหมือนในหนังสือเล่ม1 ที่เคยอ่าน
เค้าบอกว่าถ้าตื่นมาลืมตาชั่วแว่บแรกถ้าคิดว่ามีความสุขก็จะมีความสุขไปทั้งวัน แต่ถ้าคิดว่าทุกข์เหลือเกินทุกข์ก็จะอยู่บนบ่าให้เราคอยแบก เป็นวิธีคิดที่ง่ายๆ แต่เวลาจะทำจริงๆ แล้วนั้นอยากเหลือเกิน

เหมือนความอยากความโลภ ที่ตัดออกไม่ได้ไปจากใจอยากดีอยากเด่นให้มากกว่าคนอื่น ไม่ค่อยมองคนที่อยู่ต่ำกว่าไม่ค่อยมองสิ่งที่พอดีไม่มากกว่าก็ต้องมีน้อยกว่าคิดแบบนี้มันเหนื่อยไปเลยน๊า บางครั้งเปรียบตัวเองกับคนต่ำกว่าก็สบายใจเอาตัวเองไปเปรียบกับคนที่เลิศกว่าก็ทุกข์

เอาแต่ว่าพอใจกับตัวเองคิดดีไปเรื่อยๆ เค้าร้ายมาเรายิ้มกลับ ถ้าทำได้มันก็ดี ชีวิตนี้... เรียนรู้กันไปเรื่อยๆจริงๆ น๊า.. sad smile sad smile
#22 by At 2007-11-22 15:30,
อ่านแล้วเห็นภาพเลยว่ามีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แสดงว่าเราก็เป็นคนที่โชคดีคนนึงแล้ว ขอบคุณครับที่นำเรื่องดีๆแบบนี้มาให้ได้อ่านกัน เปลี่ยนบรรยากาศดีครับbig smile
#21 by Kindaichi (58.137.12.78) At 2007-11-22 07:21,
อ่านแล้วชีวิตเราดูดีขึ้นมากระทันหันอย่างบอกไม่ถูก
#20 by ultimaweapon (58.64.49.188) At 2007-11-22 00:14,
อ่านแล้วนึกถึงเรื่องเด็กยากไร้ในแอฟริกาเลยค่ะ (อันนี้ได้อิทธิพลมาจากหนังสือที่อ่านยังไม่จบเรื่องหนึ่ง)ตอนนี้เรารับรู้ได้เลยว่าตัวเราและอีกหลายๆคนที่ได้อ่านบทความนี้บนหน้าจอ ก็คงรู้สึกเหมือนกันว่า เราโชคดีกว่าอีกหลายๆพันล้านคนที่แทบไม่มีอันจะกิน ...(เป็นความรู้สึกที่เห็นแก่ตัวไปรึเปล่านะ การมีความรู้สึกสบายใจเมื่อเห็นความทุกข์ของคนอื่นเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับตัวเองแบบนี้...) ทำให้รู้สึกเหมือนความทุก์ของตัวเราเองกลายเป็นเหมือนผงขี้เถ้าปลิวว่อนสลายกลายเป็นอากาศธาตุหมดเลยค่ะ

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆนะคะ Hot!
#19 by nero At 2007-11-21 23:19,
Hot! อ่านแล้วมันเข้าใกล้ตัวมากขึ้นนะ เมหือนจะเคยอ่านมาก่อนแต่ว่าจำไม่ได้ว่ามาจากไหนเหมอืนกันค่ะ

พอย่อจำนวนให้ดูน้อยลงแล้วมันเข้าใจง่ายขึ้นนะนี่ ไม่ได้แวะเข้ามานานเพราะไม่ค่อยได้เข้าเน็ท ดาวส้มมันไม่ขึ้นให้เห็นอ่ะจ้าว่ามาอัพแล้ว ^^" พลาดไปหลายอันเลยถ้าเจอเมนท์อันเก่าๆอย่าโกรธเรานะคะ
#18 by reafre At 2007-11-21 16:02,
>>คุณ koku
"สิ่งใดที่เราให้ไป สักวันก็จะกลับมาหาตัวเราเอง"
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีด้วย



>>คุณ imai283
ตอนที่อ่านในหนังสือ เขามีคอทเมทน์ท้ายเล่มว่าบทความนี้มาจากเมลที่ครูในอเมริกาท่านหนึ่งส่งให้กับลูกศิทย์ของตัวเองค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านเขียนเอง หรือได้รับมาจากคนอื่นอีกที โดยทั่วไปแล้วจึงถือว่าบทความนี้ "ไม่ทราบผู้แต่ง" ค่ะ



>>คุณกระรอกโฉด
ข้าพเจ้าก็อึ้งตรงนั้นแหละค่ะ



>>คุณ Kuro Noire
กับ 59 เปอร์เซนต์...



>>คุณ naranjina
อะไรที่เรามีอยู่จนเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา ที่จริงแล้วมันคือโชคลาภอย่างมหาศาล



>>คุณ melody
อุโอ้ววววว ขอบคุณมากค่ะ ดาวดวงแรก!



>>คุณนายจดหมายรัก
คนเราทุกคนสามารถเลือกได้ค่ะว่าตัวเองอยากจะเป็นอะไร สุดท้ายคนที่จะตัดสินว่าตัวเองเป็นคนยังไงก็คือตัวเองนี่แหละค่ะ



>>คุณ 才鬼
อืมม... ไม่ใช่ว่าให้คอยคิดว่ายังมีคนอื่นในโลกนี้ที่เป็นทุกข์กว่าตัวเราค่ะ แต่อยากให้รู้ว่าทั้งความสุขทั้งโชคดีมันอยู่กับตัวเราอยู่แล้ว เพียงแต่เราอาจจะไม่เคยรู้สึกตัวมาก่อนเท่านั้นเอง



>>คุณ MD
กะว่าย้ายบ้านเมื่อไหร่จะไปซื้อหนังสือมาเก็บค่ะ (เล่มภาษาญี่ปุ่น)confused smile



>>คุณ wormearth
บทความนี้เขียนออกมาได้หลายปีแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ โลกเราเปลี่ยนไปยังไงบ้าง อย่างน้อยที่สุด ตัวเลขของคนที่อดอยากจะลดลงมั่งหรือยังหนอ...



>>คุณ Nyotaro
ที่จริงก็ไม่คิดจะเอามาลงค่ะ แต่ดูแฟรชแล้วมันอดตื้นตันไม่ได้ เลยขอลงทีเถอะsad smile



>>คุณ Tenjo_Utena
กำลังพยายามจะกลับมาค่ะ ><
ยังมีเรื่องที่อยากจะเขียนอีกเยอะแยะเลย อยากได้เวลา! อยากได้เวลา!!



>>คุณ uregus
ข้าพเจ้าก็เพิ่งจะข้ามระลอกงานมาได้ค่ะ นี่ก็มีคลื่นลูกใหม่รออยู่ตรงหน้าแล้ว.... orz



>>คุณ aerith-chan
ที่จริงแล้ว การอยู่อย่างปกติธรรมดานี่อาจจะนับเป็นโชคดีที่สุดแล้วก็เป็นได้ค่ะ แต่คนเรามักชอบเอาตัวเองไปเทียบกับคนอื่น ทั้งในแง่ดีแล้วก็แง่ไม่ดีด้วย



>>คุณ Ellebazi
ชอบตรงนั้นเหมือนกันค่ะcry



>>คุณ apple666
ที่ข้าพเจ้าชอบบทความนี้มาก อาจจะเพราะตัวเองไม่ค่อยชอบคำให้พรประมาณว่าขอให้รวย ขอให้รวย ก็เป็นได้ค่ะ ถ้าเป็นคนกันเองอวยพรให้เพื่อนฝูงหรือลูกค้าหรือคนรู้จักก็ยังพอว่า เวลาเจอพระมาอวยพรแบบนี้แล้วรู้สึกแปลกๆค่ะ ศาสนาพุทธสอนให้รู้จักความพอดี ให้รู้จักตัดขาดไม่ใช่เหรอ......
#17 by ohx3 At 2007-11-21 11:54,
อึ้งครับ

ข้อความไม่กี่บรรทัด แต่สื่อให้เห็นถึงความเป็นไป และความจริงของโลกsad smile
#16 by apple666 (Nopphasul) At 2007-11-21 11:05,
ชอบรองย่อหน้าสุดท้ายจัง ขอบคุณค่ะ cry
#15 by Ellebazi At 2007-11-20 22:58,
บทความน่าคิด ... นับวาเรายังโชคดีในหลายๆอย่างกว่าคนอื่น
#14 by aerith-chan At 2007-11-20 22:49,
แหม ข้อความนี้ทำให้รู้สึกว่าชีวิตเราก็ยังมีอะไรดีน่ะนะ
คนเรามักคิดว่าตัวเองแย่ที่สุดเสมอ...

ตอนนี้กำลังทำงานโดยไม่คิดถึงเงินที่ได้อยู่ล่ะค่ะ คิดแค่ว่า คุ้มรึยังกับที่เค้าจ้างเรามา question
#13 by uregus At 2007-11-20 21:40,