2008/Sep/06

กลับมาแล้วค่ะ ต้องขออภัยจริงๆค่ะที่หายหน้าไปนานเนื่องจากเหตุผลทางการงาน ในที่สุดตอนนี้ชีวิตก็กลับมาอยู่ในมือข้าพเจ้าแล้ว จึงขอกลับมารบกวนสายตาทุกท่านในที่นี้อีกครั้งค่ะ ระหว่างที่ทิ้งบล็อกไปก็ยังมีหลายท่านที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมด้วย ด้วยขอขอบพระคุณมากๆเลยค่ะ (><

คุณ mayWz ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีเควสต้อนรับการเปิดบล็อกต่อ

* เนื้อหาในวันนี้มีใจความการใช้ความรุนแรงต่อผู้เยาว์อยู่ด้วย กรุณาพิจารณาให้ดีก่อนอ่านด้วยค่ะ

จะให้พูดไปแล้ว ในฐานะที่ข้าพเจ้าสำนึกตัวว่าเป็นโอทาคุคนหนึ่ง ก็คงต้องยอมรับค่ะว่าคดีของมิยาซากิ ทสึโตมุเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก ไม่ใช่ในแง่สถานที่เกิดคดี แต่เป็นในแง่ของผลกระทบและมุมมองซึ่งสังคมมีต่อกลุ่มบุคคลที่เรียกว่า"โอทาคุ"นี่แหละค่ะ
นอกจากนี้ คดีนี้ยังเป็นคดีแรกที่มีการนำโปรไฟลิ่งมาใช้ในญี่ปุ่นด้วยค่ะ




宮崎勤 (1962-2008)
มิยาซากิ ทสึโตมุ
The Otaku Murderer, The Little Girl Murderer, Dracula
東京・埼玉連続幼女誘拐殺人事件 (คดีฆาตกรรมเด็กหญิงต่อเนื่องที่โตเกียวกับไซตามะ หรือบ้างก็เรียกคดีมิยาซากิ, คดีมิยาซากิ ทสึโตมุ, คดี M คุง, คดี M)

มิยาซากิ ทสึโตมุ เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1962 ในครอบครัวผู้มีฐานะปานกลางที่เมืองนิชิทามะ จังหวัดโตเกียว บิดาและมารดาทำงานกันทั้งคู่ ทสึโตมุในวัยเด็กจึงโตมากับปู่ซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่คนในเมืองนับถือกับพี่เลี้ยงซึ่งเป็นชายวัยกลางคนผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญา ปู่เอ็นดูทสึโตมุเป็นอย่างมาก และตัวเขาเองซึ่งเป็นเด็กเก็บตัวก็เคารพเชื่อฟังปู่มากเช่นกัน

ทสึโตมุเป็นโรคข้อเชื่อมกระดูกบกพร่องโดยกำเนิดซึ่งทำให้เขาไม่สามารถหงายฝ่ามือขึ้นด้านบนได้ และนี่เองที่กลายมาเป็นปมด้อยของเขาตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากเขาเป็นเด็กคนเดียวในชั้นอนุบาลที่ไม่สามารถทำท่า"ขอ"หรือเล่นเกมได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ สมัยประถม ทสึโตมุเป็นเด็กเรียนเก่งแต่ไม่ถนัดวิชาภาษาญี่ปุ่นกับวิชาสังคม เมื่อขึ้นชั้นมัธยมปลายก็ไปเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายเมย์ไดนากาโนะซึ่งต้องเดินทางจากบ้านด้วยรถไฟไปถึงสองชั่วโมง และเหตุผลก็มาจากปมด้อยเรื่องมือนั่นเอง (หากพ่อแม่เข้าใจว่าเป็นเพราะเจ้าตัวอยากจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในอนาคต) แต่หลังจากที่เข้าเรียนในชั้นมัธยมปลาย ผลการเรียนของทสึโตมุก็แย่ลงเรื่อยๆ เพื่อนร่วมชั้นให้การในภายหลังว่าเขาเป็นคนเก็๋บตัวและไม่เด่นสะดุดตา ทสึโตมุตั้งความหวังว่าจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเมย์ได หากสุดท้ายความหวังของเขาก็ไม่เป็นจริงเพราะคะแนนไม่ถึง หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมในปี  1981 เขาจึงเข้าเรียนในคณะอนุปริญญาเทคนิคการวาดภาพของมหาวิทยาลัยช่างศิลป์โตเกียวแทน แต่กระทั่งหลังจากเข้าเรียนที่นี่แล้ว ทสึโตมุก็ยังคงเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวจนแทบไม่มีใครในชั้นเรียนที่จดจำเขาได้

ปี 1983 หลังจากที่จบอนุปริญญามาแล้ว ทสึโตมุได้รับการแนะนำจากปู่ให้เข้าทำงานในโรงพิมพ์ที่เมืองโคไดระโดยรับหน้าที่เป็นผู้คุมเครื่องจักร เพื่อนร่วมงานให้การในภายหลังว่าเขาไม่ตั้งใจทำงานและเข้ากับคนรอบข้างไม่ได้ จนเดือนมีนาคมปี 1986 ก็ออกจากงานที่โรงพิมพ์ไป ทสึโตมุเก็บตัวอยู่ในห้องเป็นเวลาหลายเดือน (อย่างที่เรียกกันว่าฮิกิโคโมริ) และในเดือนกันยายนปีเดียวกันก็ยอมออกมาช่วยงานเล็กๆน้อยๆของกิจการในครอบครัวเช่นการออกไปรับต้นฉบับใบปลิว ในช่วงนี้เองที่เขาหันมาออกโดจินชิของอนิเมชั่น หากก็ถูกพรรคพวกเกลียดจนออกหนังสือได้เพียงเล่มเดียว หลังจากนั้น เขาเข้าร่วมเป็นสมาชิกของเซอร์เคิ่ลวีดีโอหลายกลุ่ม (หมายถึงกลุ่มแลกเปลี่ยนวีดีโอที่อัดมาจากรายการต่างๆในทีวี) แต่ทสึโตมุชอบจู้จี้กับสมาชิกคนอื่นเรื่องวิธีการอัดวีดีโอ รวมทั้งไม่ยอมส่งวีดีโอที่ตัวเองต้องก็อปปี้มาแลกให้กับอีกฝ่าย เขาจึงเป็นที่เหม็นขี้หน้าในที่นี้เช่นกัน
ทสึโตมุไม่มีประสบการณ์ในการคบกับผู้หญิง ซึ่งสาเหตุสำคัญนั้นมาจากปมด้อยเรื่องมือที่ทำให้เขาไม่กล้าเข้าใกล้ผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ เขาเคยถูกมารดาคะยั้นคะยอให้ไปดูตัวถึงสี่ครั้ง แต่หลังการดูตัวก็ถูกปฏิเสธโดยฝ่ายหญิงหมดทุกครั้ง (ภาพที่ใช้ในการดูตัวก็คือภาพข้างบนนี่เองค่ะ)

ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นชนวนทำให้ทสึโตมุเริ่มก่อคดี แต่คดีแรกของเขานั้นเริ่มขึ้นสามเดือนหลังจากที่ผู้เป็นปู่เสียชีวิตไปในเดือนพฤษภาคมปี 1988 นี่เอง (มีคำให้การว่าทสึโตมุกินเถ้ากระดูกของปู่ลงไปเพื่อแสดงถึงความเคารพอีกด้วย)

วันที่ 22 สิงหาคม 1988 คงโนะ มาริ (4 ขวบ) หายสาบสูญไปจากละแวกบ้าน ทสึโตมุให้การสารภาพในภายหลังว่าเขาลักพาตัวมาริมาจากใกล้บ้านของเด็กหญิงนั่นเอง หลังจากที่บีบคอมาริตายและศพเริ่มแข็งตัว เขาก็ทำการอนาจารกับศพของเด็กหญิง (ไม่มีการข่มขืน) และถ่ายวีดีโอเก็บไว้ ซึ่งเกี่ยวกับข้อนี้ ทสึโตมุแสดงความเห็นในภายหลังว่า"ผมอยากจะได้ร่างกายนั้นเป็นของตัวเอง ศพยังไงก็ต้องเน่า แต่วีดีโอยังเอามาดูซ้ำได้อีก"

วันที่ 3 ตุลาคม โยชิซาว่า มาซามิ (7 ขวบ) หายสาบสูญไปจากละแวกบ้าน ทสึโตมุบีบคอฆ่ามาซามิแล้วเริ่มทำการอนาจารในทันที หากจากคำให้การในภายหลัง ตอนนั้นมาซามิยังพอมีลมหายใจอยู่ แขนขาของเธอจึงกระตุกเป็นระยะ

วันที่ 9 ธันวาคม นันบะ เอริกะ (4 ขวบ) หายสาบสูญไปจากละแวกบ้าน หลังจากฆ่าแล้ว เอริกะปัสสาวะราดออกมา ทสึโตมุจึงทิ้งศพของเด็กหญิงไว้ในภูเขา และในวันที่ 15 เดือนเดียวกัน ศพเปลือยของเอริกะก็ถูกพบในภูเขา หลังการพบศพ พ่อของเอริกะให้สัมภาษณ์กับโทรทัศน์ว่า"ถึงจะตายไปแล้ว แต่ก็ยังดีที่เขากลับมา" ทสึโตมุจึงวางแผนจะคืนศพของผู้เคราะห์ร้ายให้กับครอบครัว แต่ลงท้าย เขาก็ไม่สามารถหาศพของมาซามิซึ่งเป็นเหยื่อรายที่สองพบ

วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1989 มีกล่องกระดาษถูกวางทิ้งไว้ที่หน้าบ้านครอบครัวคงโนะ ภายในคือเถ้ากระดูกและฟันบางส่วนซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นของคงโนะ มาริ เหยื่อเคราะห์ร้ายรายแรก และในวันที่ 10 เดือนเดียวกันก็มีจดหมายจากฆาตกรซึ่งอ้างตัวเป็นผู้หญิงชื่อ"อิมาดะ ยูโกะ"ส่งไปยังหนังสือพิมพ์อาซาฮิ (มีทฤษฎีกล่าวว่าแผลงมาจากประโยค"มาตอนนี้แล้วเลยพูดได้") บอกว่าเธอเป็นผู้ลักพาตัวเด็กหญิงไปฆ่าเนื่องจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่ตัวเองมีร่างกายบกพร่องทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้

บางส่วนจากจดหมาย (ขออภัยค่ะที่ไม่สามารถแปลมาทั้งหมด มันยาวมากจริงๆค่ะ)
"นี่เป็นกระดูกของมาริจังอย่างแน่นอนค่ะ พอเผาแล้วกระดูกก็สลายลงไปตามธรรมชาติ.... พอคนเรากลายมาเป็นกระดูก กระดูกนั้นก็ช่างเล็กและมีจำนวนน้อยกว่าที่คิดไว้เสียอีก แต่ฉันก็พยายามเก็บกระดูกใส่ลงมาในกล่องทั้งหมดแล้วค่ะ อาจจะมีคนพูดว่าคดีในครั้งนี้เป็น"ความแค้น" "การเล่นเกม" "การกลั่นแกล้ง" หรือ"การท้าทาย" แต่ไม่ใช่อย่างนั้นเลย ฉันเพียงแค่มา"คืน"มาริจังเท่านั้นเอง
ฉันแค่อยากจะคืนมาริจังให้เท่านั้นเองจริงๆค่ะ ได้โปรดรีบจัดงานศพให้มาริจังเถอะค่ะ อาจจะฟังเป็นการเห็นแก่ตัว แต่ฉันก็ยังไม่อยากถูกจับค่ะ และฉันก็จะไม่ทำเรื่องเช่นนี้อีกแล้วด้วย
วันก่อน ฉันดูข่าวที่คุณแม่ทราบเรื่องจากตำรวจแล้วบอกว่า"เท่านี้ฉันก็พอจะมีความหวังต่อไปได้" ฉันจึงคิดว่าควรจะจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยจะดีกว่า ไม่เช่นนั้น คนที่บ้านก็จะไม่มีวันรู้เลยว่ามาริจังอยู่ที่ไหน ฉันจึงรีบส่งจดหมายมาเช่นนี้ค่ะ

กระดูกพวกนั้นคือมาริจังจริงๆค่ะ"

วันที่ 11 มีนาคม มีจดหมายสารภาพจาก"อิมาดะ ยูโกะ"ส่งไปยังหนังสือพิมพ์อาซาฮิและบ้านครอบครัวของโยชิซาว่า มาซามิซึ่งเป็นเหยื่อรายที่สอง คราวนี้อ้างว่าตัวเองมีลูกที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็กแต่ไม่ได้ทำศพให้ จึงลอบปนกระดูกบางส่วนของลูกตัวเองไปกับกระดูกของมาริเพื่อที่จะได้ทำศพเสียที

แต่ทสึโตมุก็ยังไม่หยุดตัวเองลงแค่นั้น

วันที่ 6 มิถุนายน โนะโมโตะ อายาโกะ (5 ขวบ) ถูกพบเป็นศพอยู่ที่ห้องน้ำในสวนสาธารณะ ศพของเด็กหญิงเปล่าเปลือยและถูกตัดข้อมือข้อเท้า ทสึโตมุให้การในภายหลังว่าอายาโกะหัวเราะมือของเขาทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้าและเผลอฆ่าอายาโกะทิ้ง ส่วนมือที่ตัดไปนั้นเอากลับไปบ้านแล้วย่างกินกับโชยุ รวมทั้งเขาได้ดื่มเลือดจากมือของเด็กหญิงที่ค้างอยู่ในถุงพลาสติกด้วย

วันที่ 23 กรกฎาคม ทสึโตมุทำอนาจารกับเด็กหญิงชั้นประถมหนึ่งโดยจับเด็กหญิงแก้ผ้าในห้องน้ำและกำลังจะถ่ายภาพ หากผู้ปกครองของเด็กหญิงเข้ามาพบทันท่วงที เขาจึงถูกจับกุมในข้อหาพรากผู้เยาว์ และระหว่างการสอบปากคำก็รับสารภาพว่าตัวเองเป็นคนร้ายของคดีทั้งหมดที่ผ่านมา (ศพของมาซามิ บางส่วนของศพมาริ และส่วนศีรษะของศพอายาโกะถูกพบหลังจากการสารภาพนี้)

หลังการจับกุม มีการพบวีดีโอ 5763 ม้วนจากห้องของทสึโตมุ และหลังการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ 74 คนกับเครื่องเล่นวีดีโอ 50 เครื่องเป็นเวลาสองสัปดาห์ ก็พบภาพของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายปะปนอยู่ด้วย วีดีโอดังกล่าวกลายมาเป็นหลักฐานสำคัญในการฟ้องคดีของทสึโตมุในเวลาถัดมา

มิยาซากิ ทสึโตมุไม่ได้ให้การชัดเจนนักเกี่ยวกับแรงจูงใจในการฆ่า แต่ความแปลกประหลาดของคดีก็ทำให้อาชญากรรมนี้เป็นที่สนใจของหลายฝ่าย และมีการสันนิษฐานกันไปต่างๆนานา

โอสึกะ เอย์จิ นักวิจัยโอทาคุกล่าวไว้ว่าความโดดเดี่ยวขณะที่เขาอายุยังน้อยทำให้สภาพจิตใจของทสึโตมุหยุดอยู่ในวัยเด็กซึ่งส่งผลต่ออุปนิสัยและรสนิยมทางเพศที่เหมือนกับเด็กไปด้วย ในความเป็นจริง ทสึโตมุทำอนาจารต่อเด็กหญิงโดยการลูบไล้ก็จริง แต่เขาไม่เคยมีเพศสัมพันธุ์กับเด็กหญิงเลยแม้แต่หนเดียว ซึ่งการมีนิสัยย้อนอายุนี้ตรงกับเปโดฟีเลียประเภทหนึ่ง (Pedophilia หมายถึงรสนิยมทางเพศที่มีเป้าหมายเป็นผู้เยาว์) และยังกล่าวอีกด้วยว่าทสึโตมุใช้ความรุนแรงกับเหยื่อเหมือนที่เด็กใช้ความรุนแรงกับเด็กด้วยกัน แต่เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ ความรุนแรงดังกล่าวจึงมีผลเป็นการฆาตกรรม

จิตแพทย์ผู้รับผิดชอบคดีของมิยาซากิ ทสึโตมุก็กล่าวว่า เขาไม่ใช่เปโดฟีเลียโดยสมบูรณ์ เพียงแต่เล็งเด็กหญิงเป็นเหยื่อโดยจิตใต้สำนึกเท่านั้น เขาเพียงแต่ตัดใจที่จะคบหากับผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ และหันมาใช้เด็กหญิงเป็นเครื่องทดแทนเสียมากกว่า ตัวเขาเองจริงๆแล้วไม่ได้มีรสนิยมชอบเด็กหรือชอบศพเลย

โรเบิร์ต เรสเสลอร์ (FBI และนักเขียน เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการตั้งทฤษฎีโปรไฟลิ่ง) กล่าวว่าทสึโตมุเป็นเปโดฟีเลียประเภทซาดิสต์แบบเลือก ซึ่งผู้มีอุปนิสัยดังกล่าวจะมีลักษณะดังนี้
- มักจะกระทำการซ้ำๆเป็นเวลานาน
- เคยถูกทารุณกรรม (ทางเพศ) ในวัยเด็ก
- ในช่วงวัย 10 ปี มักจะคบหาคนในวงจำกัด
- มักจะทำอันตรายต่อเด็กซึ่งเป็นเหยื่อ
- เป็นคนโสดอายุ 25 ปีขึ้นไป
- อยู่ตัวคนเดียว หรืออยู่ร่วมบ้านกับพ่อแม่
- สนใจเด็กและสิ่งที่เกี่ยวกับเด็ก
- เป็นซาดิสซึ่ม
- จะไม่มีความสำนึกผิดต่ออาชญากรรมที่ตนก่อ
- ไม่มีวิธีรักษา

* แถม มีการวิเคราะห์ว่าที่ทสึโตมุตัดมือเหยื่อนั้นมีความหมายถึง"การทำหมัน" ซึ่งแสดงถึงการขาดสมรรถภาพทางเพศของเขานั่นเอง

ทสึโตมุพยายามดึงรูปคดีว่าตัวเองเป็นผู้มีความบกพร่องทางจิตที่มีสองบุคลิก โดยอ้างว่าจะมีมนุษย์หนูโผล่มายั่วยุให้เขาก่อคดี หากเหตุผลนี้ก็ไม่ได้รับการรับฟัง ระหว่างการพิจารณาคดี พ่อของทสึโตมุฆ่าตัวตายด้วยการโดดลงมาจากสะพาน หากตัวทสึโตมุก็ไม่มีท่าทีเสียใจต่อเรื่องนี้
วันที่ 14 เมษายน 1997 ทสึโตมุถูกตัดสินโทษประหารชีวิต เขาขอยื่นอุทธรณ์ หากก็ถูกศาลอุทธรณ์ปฏิเสธและพิพากษายืนคำตัดสินของศาลชั้นต้น ขณะถูกขังอยู่ในเรือนจำโตเกียว เขาร้องเรียนว่าตนเห็นภาพลวงตาและถูกใช้ยาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีใหม่อีกครั้ง หากในวันที่ 17 มกราคม 2006 ศาลฎีกาก็ประกาศยืนยันโทษประหารของทสึโตมุในที่สุด

ระหว่างการขังรอประหาร ทสึโตมุพยายามเขียนจดหมายร้องเรียนความโหดร้ายของโทษแขวนคอ และขอให้เปลี่ยนวิธีประหารเป็นการฉีดยาตาย ซึ่งจดหมายเหล่านี้ถูกรวบรวมเป็นหนังสือในภายหลัง ในจำนวนนั้นมีจดหมายกล่าวถึงการที่สื่อมวลชนออกข่าวการประหารของเขาอย่างครึกโครมว่า"ผมเป็นคนมีชื่อเสียงจริงๆ" และเมื่อถูกถามถึงความเห็นใจต่อผู้เคราะห์ร้ายซึ่งเป็นเหยื่อกับครอบครัว เขาก็ตอบไว้ว่า"ไม่มีเป็นพิเศษ ผมว่าดีแล้วที่ผมได้ทำเรื่องดีๆ"

วันที่ 17 มิถุนายน 2008 มิยาซากิ ทสึโตมุถูกประหารที่เรือนจำโตเกียว หากก็ไม่มีคำพูดขอขมาหรือแสดงความสำนึกผิดออกมาจากปากของเขาจนวาระสุดท้าย



จากการที่มิยาซากิ ทสึโตมุเป็นโอทาคุ โลลิค่อน และผู้นิยมเฮอร์เร่อร์ คดีของเขาจึงส่งผลกระทบต่อสังคมในเวลานั้นไม่น้อย ที่ชัดเจนที่สุดนั้นคงได้แก่"อนิเมโอทาคุ"ซึ่งแต่เดิมไม่ได้เป็นที่รู้จักกันในสังคมทั่วไป คดีนี้ได้ดึงโอทาคุกับอนิเมขึ้นมาเป็นเป้าของสังคมโดยสร้างภาพพจน์ในแง่ลบว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะอาชญากร ซึ่งมีผลไปถึงมาตราการควบคุมสื่อเป็นภัยในเวลาถัดมา (หากในทำนองกลับกันก็ทำให้โอทาคุกับคอมิเคกลายมาเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นด้วย อ่านเรื่องของคอมิเคได้ที่นี่ค่ะ) ซึ่งในข้อนี้ มีการผลักดันให้โอทาคุปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนมากขึ้นจนในปัจจุบันนี้พอจะสามารถลบภาพในแง่ลบไปได้บ้าง แต่เมื่อมีคดีเกี่ยวกับเยาวชน ก็มักจะมีการยกโอทาคุกับอนิเม (ในที่นี้ รวมไปถึงการ์ตูนด้วย) ขึ้นมาโจมตีอยู่ดี
ในอีกแง่หนึ่ง คดีนี้ทำให้เปโดฟีเลียกลายเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น และสร้างความตื่นตัวเรื่องการรักษาความปลอดภัยสำหรับเด็กขึ้นในหมู่ผู้ปกครองอีกด้วย

จะอย่างไรก็ดี นักข่าวคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ทำข่าวคดีมิยาซากิ ทสึโตมุ ได้สารภาพบนบล๊อกของหนังสือพิมพ์ว่า สื่อมวลชนพยายามออกข่าวอย่างไม่ตรงต่อความจริงเท่าใดนัก เป็นต้นว่า กองนิตยสารในห้องของทสึโตมุนั้นที่จริงเป็นนิตยสารธรรมดาที่ผู้ชายชอบอ่านกัน แต่ช่างภาพก็จงใจจัดฉากด้วยการวางหนังสือโป๊ไว้บนสุด
หรือจะเป็นวีดีโอที่พบในห้องทสึโตมุและถูกออกข่าวว่าเป็นวีดีโอโป๊กับวีดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กหญิงนั้น ในความจริงแล้วมีวีดีโอโป๊เพียงไม่มาก วีดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กหญิงก็มีเพียง 44 ม้วนซึ่งยังไม่ถึง 1 เปอร์เซนต์ของจำนวนทั้งหมดด้วยซ้ำ วีดีโอของทสึโตมุนั้นเป็นอนิเมธรรมดาเช่น"โดกะเบง"(อนิเมเกี่ยวกับเบสบอลค่ะ)ที่ถูกอัดมาจากทีวีเสียมากกว่า หากเอนทรี่ดังกล่าวก็ถูกลบทิ้งไปอย่างรวดเร็ว


แก้คำผิด

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
cry cry cry เย้ๆๆๆๆๆๆ ต้อนรับการกลับมานะค่ะ ดีใจสุดๆๆๆๆๆเลยค่ะ cry cry cry
#1  by  Fahsai ♥ At 2008-09-06 20:08, 
โอ้ว...ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ คิดถึงๆ
#2  by  Attention please! At 2008-09-06 20:11, 
นักข่าวคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ทำข่าวคดีมิยาซากิ ทสึโตมุ ได้สารภาพบนบล๊อกของหนังสือพิมพ์ว่า สื่อมวลชนพยายามออกข่าวอย่างไม่ตรงต่อความจริงเท่าใดนัก ----------- นักข่าวนี่ สงสัยจะเหมือนกันทั่วโลก เหอะๆๆๆ

แต่ไม่มีภาพดูตัวที่ดูดีกว่านี้แล้วรึเนี่ย sad smile
#3  by  LUMiN At 2008-09-06 20:31, 
ยินดีต้อนรับครับ กลับมาอัพต่อซะที

อ่านเรื่องวันนี้แล้ว No Comment จะว่าไปคดีใหญ่ๆ ของญี่ปุ่นนี่อาชญากรมีแต่คนที่มีปมด้อย มีปัญหาในวัยเด็กทั้งนั้นเลยแฮะ ยิ่งสภาพสังคมแบบญี่ปุ่นด้วยแล้ว โอกาสเกิดอาชญากรแบบนี้ยิ่งมีทีท่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

แต่ที่อ่านแล้วเอะใจที่สุดก็ตรงเรื่องของสื่อสารมวลชน จะประเทศไหน สื่อสารมวลชนมันก็ไม่มีความจริงใจในการนำเสนอข่าวทั้งนั้นเลยแฮะ จัดฉาก ตีไข่ใส่สีเข้าไป
#4  by  HellHound At 2008-09-06 20:42, 
อ่านแล้วสยองค่ะ สงสารเด็กน้อยตาดำๆ ไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ๆ

จะว่าไปก็คงเป็นพวกมีอาการทางจิตนะคะ คนแบบนี้ทำยังไงก็ไม่รู้ตัวซะทีว่าที่ตัวเองทำไปมันผิด สงสารพ่อแม่เด็ก T_T ลูกอายุประมาณนี้กำลังน่ารักแท้ๆ T_T

นักข่าวคนที่มาสารภาพคนนั้นสุดยอดไปเลยค่ะ ถ้านักข่าวส่วนใหญ่มีจรรยาบรรณกันแบบนี้ก็ดีสินะ..orz
#5  by  Yuzu At 2008-09-06 20:46, 
เหมือนไม่ได้เจอกันเป็นเวลาแสนนาน ยินดีที่กลับมาค่ะ

คดีสยองขวัญ อ่านแล้ว เหวอเลย แต่เห็นปี ค.ศ. แล้ว เหวอกว่า งั้นก็ประหารเร็วๆ นี้เองสิเนี่ย ดูรูปแล้วเก่ามาก หรือรูปมาจาก นสพ.

วิธีสืบแบบ profiling น่าสนใจมากๆ ค่ะ เมื่อก่อนเคยอ่านบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกันแต่ลืมไปแล้ว...ถ้าคุณว่างแล้วมีคดีไหนที่ใช้วิธีนี้อีก ฝากพิจารณาด้วยนะคะ(เพิ่งกลับมาก็เอาเลยเชียวsad smile)

ปล.จัดฉากเพื่อขายข่าวเป็นอนารยธรรมที่มีทุกมุมโลกจริงๆ
#6  by  mm At 2008-09-06 20:50, 
yeah yeah กลับมาแล้วคิดถึงจังเลย

ขอบคุณที่เขียนให้อ่านคะ
#7  by  tapum At 2008-09-06 21:22, 
ขอบคุณฮะ ที่รับรีเควสข้าน้อย! ^ w ^
ยินดีต้อยรับนะฮะ

พออ่านเรื่องนี้แล้วแรงจูงใจเกิดเพราะความไม่ตั้งใจจริงๆนะฮะ มีวีดีโอเยอะจริงๆเลยฮะ - -;;; โฮ่
แต่มาอ่านถึงเรื่องสื่อก็ =[]= มีการจัดฉากสร้างข่าวหรือเนี่ย...
#8  by  mayWz At 2008-09-06 21:34, 
ดีใจจังค่ะที่กลับมาแล้ว ยินดีต้อนรับการกลับมานะคะ big smile

คดีที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ นี่ อ่านไปถอนหายใจไปทุกทีเลยค่ะ เฮ้อ

ป.ล. จริงๆ แล้วเรื่องของพวกเพโดฟีเลียนี่เคยมีการเถียงกันครั้งใหญ่ระหว่างบลอคในเอ๊กซ์ทีนด้วยล่ะค่ะ ประมาณว่า จขบ. คนนึงประกาศตัวว่าตัวเองเป็นเพโดฯ แล้วก็ไปแสดง เอ่อ...อะไรบางอย่างที่ไม่ดีกับหลายๆ บลอค โดยเฉพาะกับบลอคที่วายๆ น่ะค่ะ sad smile
#9  by  Dahlia At 2008-09-06 21:39, 
คิดถึงจังค่ะ ดีใจที่เอาเรื่องมาเขียนให้อ่านกันอีกนะคะcry

สำหรับคดีนี้...........พูดไม่ออกกันเลยทีเดียวsad smile
#10  by  Meiko S. At 2008-09-06 21:39, 
ยินดีต้อนรับกลับมาคะ (อีกรอบ)
แหม่ อย่างกะอ่านสึบาสะเลย ...เรื่องราวในอีกบล็อคของ Ohจัง กับ บล็อคนี้เกี่ยวพันในเวลาเดียวกัน (ก็เวอร์ไป)

อืมม อ่านคดีนี้จบ คิดได้อย่างเดียวนักข่าวนี่แย่ไปหน่อยนะ จัดฉากซะขนาดนี้
เอ๋ เพิ่งดูปีตอนประหาร ...ปีนี้เองหรอคะ โห่ คดีเกินตอนเราเด็ก แต่เพิ่งมาเห็นผลสรุปก็ปีนี้เอง (ยาวนานจริงๆ)
#11  by  aerith-chan At 2008-09-06 21:40, 
ิ่อ่านแล้วสะเทือนใจจัง

เห็นด้วยค่ะว่าอาชญากรส่วนใหญ่มักเป็นแบบนั้นเพราะปัญหาวัยเด็ก การเลี้ยงดู จริงๆสื่อก็มีส่วนนะคะ(เช่นการออกข่าวที่รุนแรงเกินกว่าเหตุของบรรดานักข่าวไร้จรรยาบรรณ) แต่ของแบบนี้มันเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว คนที่อยู่ในสังคมส่วนใหญ่ก็รักจะเสพความรุนแรง ดังนั้นนายทุนซึ่งเป็นเจ้าของสื่อ จึงไม่คำนึงถึงสิ่งที่ควรนำเสนอ ดิฉันเรียนสื่อสารมวลชนค่ะ เข้าใจนะคะว่าสถาบันสอนให้คุณมีจรรยาบรรณสื่อ แต่ก็เพราะเงิน ทำให้เราพูดไม่ออก เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ถ้าเงินยังมีความสำคัญอยู่ล่ะก็ การเสพสื่อต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและสติปัญญาของผู้ชมแหละค่ะ

พูดถึงครอบครัว บางทีสิ่งที่ลูกต้องการกับสิ่งที่พ่อแม่หวังอยากให้เป็นมันสวนทางกัน หรือลูกอาจจะทำให้พ่อแม่สมความตั้งใจไม่ได้ หรือบางทีพ่อแม่ทำดีที่สุดแล้วแต่ลูกไม่รักดีเอง ฯลฯ

สืบกันยาก พูดกันยาวค่ะ ...

หวังว่าเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก และคงไม่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวของคุณๆ นะคะ

#12  by  H@$eMiChY At 2008-09-06 21:42, 
ยินดีต้อนรับกลับอีกครั้งค่ะ

ในปัจจุบันนี้พอจะสามารถลบภาพในแง่ลบไปได้บ้าง แต่เมื่อมีคดีเกี่ยวกับเยาวชน ก็มักจะมีการยกโอทาคุกับอนิเม (ในที่นี้ รวมไปถึงการ์ตูนด้วย) ขึ้นมาโจมตีอยู่ดี << อ่านแล้วก็กลับมานึกถึงข่าวไทย เอ้อ เอะอะอะไรก็โทษเกมกับการ์ตูนตลอดเลย ที่จริงแล้วการก่อคดีมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างมากกว่า เช่นปัญหาทางจิต ปมด้อย หรือการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง

นักข่าวส่วนใหญ่ก็ย่อมต้องเขียนข่าวให้น่าสนใจเพื่อที่จะขายได้ล่ะเนอะ ...จะมีสักกี่คนที่นำเสนอข่าวได้ตรงกับความเป็นจริงเป๊ะๆ sad smile
#13  by  ┼ SY┼ At 2008-09-06 21:48, 
สยอง นัก จากเรื่องของนักข่าวคนนั้น เลยนึกไปถึงตอนคดีที่อากิฮาบาระ เลยรู้สึกว่า จริงๆแล้วโอตาคุเป็นคนที่ดีที่สุดในสังคมที่เลวที่สุด ซะละมั้งคะ?
#14  by  songsage At 2008-09-06 21:56, 
.....ดูจากรายการ ลักษณะของ "เปโดฟีเลียประเภทซาดิสต์แบบเลือก" แล้ว...

ทำไมมันโดนตัวเองหลายข้อจัง sad smile
#15  by  กระรอกโฉด At 2008-09-06 22:24, 
อ่านแล้วเศร้าจังค่ะ เศร้าหลายๆ อย่างเลย serial killer ที่มาจากการถูกกระทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน บ่มเพาะจนวันหนึ่งแสดงตัวออกมา ในสังคมเราคงมีคนที่หมิ่นเหม่อยู่ขอบเหวแบบนี้ไม่น้อย เป็นมากจนไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิด เป็นจนกระทั่งไม่มีวิธีรักษา แล้วก็มีคนที่ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น โลกเรามันน่าเศร้านะ
#16  by  rainorshine At 2008-09-06 22:44, 
กรี๊ดดดด...ดีใจเป็นที่สุดที่ในที่สุดก้อกลับมาอัพต่อซะที ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะconfused smile confused smile confused smile

เรื่องที่ว่านักข่าวออกข่าวไม่ตรงกับความจิงนี่...รู้ซึ้งไปถึงกระดูกดำเลยเชียว เพราะว่าเมื่อ 10 ก่อนที่มีการประโคมข่าวว่ามีเด็กฆ่าตัวตายตามฮิเดะ ก้อเป็นการเสนอข่าวที่บิดเบือนเหมือนกัน สื่อต่างๆพยายามพูดถึงแต่ด้านที่เป็นภาพลบ (ในสายตาคนไทย) เกี่ยวกับเพลงร็อคญี่ปุ่น แต่ไม่เคยพูดถึงด้านดีบ้างเลย (ขอระบายนิดนึงนะคะ แบบว่า...มันแค้นมาจนถึงทุกวันนี้เลย จำได้ติดใจเลยว่าเป็นช่องไอทีวี)
#17  by  imai283 At 2008-09-06 23:48, 
กีีซซซซซ หายไปนานเลย คิดถึงเจ้่าของบ๊อคมากมาย

ในตัวของคดี เรื่องสื่อนั้นเราว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะมีการใส่สีตีไข่ลงไปให้ผู้ติดตามคล้อยตามไปกับเรื่องราวที่สื่อต้องการจะนำเสนอ ออกแนวยิ่งแรงยิ่งโดนใจนะคะ แต่มันไม่ยุติธรรมกับผู้ตายเลยสักนิด ถึงแม้ว่าผู้ตาย(ฆาตกร)จะเป็นฆาตกรก็จริงแต่ ... ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ป่วยทางจิตและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ... ถึงเรื่องจะจบไปแล้วแต่เรื่องความเที่ยงตรงสื่อกลับสอบตกอ่ะคะ ...
#18  by  ◣ Tairataraban ◥ At 2008-09-07 01:01, 
ยินดีต้อนรับกลับมาค่า

ขอบคุณสำหรับสาระดีๆที่มีให้อ่านค่ะ cry
#19  by  Fubuki At 2008-09-07 01:04, 
คดีดังในวงการนี่เอง... wink

เข้ามาปัดหยากไย่ครับ question
#20  by  blade At 2008-09-07 02:25, 
เย้ กลับมาอัพต่อแล้วนะคะ คิดถึงค่ะ

คดีโอตาขุ sad smile ฟังละก็...พูดไม่ออกแฮะ
แต่สื่อก็ยังคงใส่สี ใส่ไข่ เพิ่มตามเคย (พี่ไทยก็ทำ)
#21  by  kisara yui At 2008-09-07 05:21, 
ดีใจด้วยมากๆ ที่งานเสร็จแล้วนะคะ แว้บไปดูอีกบล็อกแล้วอัตราการแปลอึดมากๆ เลย สุดยอด

จริงๆ เป็นแฟนเหนียวแน่นแบบลี้ลับแอบติดตามอยู่ทั้งสองบล็อกเลยค่ะ ดีใจที่กลับมาเขียนนะค้า

ปล. นอกจาก Code Geass แล้วก็ชอบ Bump of Chicken มากๆ เหมือนกันค่ะ เนื้อเพลงฟังๆ แล้วน้ำตาจะไหลเอา Hot!
#22  by  draco At 2008-09-07 06:14, 
ยินที่ต้อนรับกลับมาครับ ไม่ได้เห็นซะตั้งนาน confused smile
#23  by  -----ROGER----- At 2008-09-07 07:00, 
ทำไมเม้นไม่ได้อ่ะครับ
#24  by  kindaichi (58.137.12.74) At 2008-09-07 07:22, 
ขอต้อนรับการกลับมาครับ ยินดีที่ได้อ่านอีกครั้ง หายไปนานๆแบบนี้เง้าเหงาครับ ฆาตกรต่อเนื่องส่วนใหญ่มีปมด้อยทั้งนั้นเลยแฮะนี่ก็มือพิการ แถมต้องมีชีวิตโดดเดี่ยวอาจจะต่อต้านสังคมด้วยรายนี่ก็ด้วยเช่นกัน
#25  by  kindaichi (58.137.12.74) At 2008-09-07 07:22, 
อีกแล้ว
#26  by  kindaichi (58.137.12.74) At 2008-09-07 07:25, 
แต่ทำไมต้องมาโทษการ์ตูนด้วยล่ะเหมือนบ้านเราเลย
#27  by  kindaichi (58.137.12.74) At 2008-09-07 07:26, 
แฮะเอะอะก็โทษเกมส์โทษโน่นโทษนี่ทั้งๆที่บ้างครั้งไม่ได้เกี่ยวกันด้วยซ้ำ
#28  by  kindaichi (58.137.12.74) At 2008-09-07 07:26, 
ทำไมพิมพ์ยาวๆแล้วโพสไม่ได้อ่ะครับ แปลกจังต้องหั่นหลายท่อนสงสัยต้องกระชับซะแล้วsad smile
#29  by  kindaichi (58.137.12.74) At 2008-09-07 07:27, 
อ้า ตามอ่านบล็อกนี้มาตลอดเหมือนกันครับ เห็นหายไปนาน นึกว่าจะไม่ว่างกลับมาเขียนซะแล้ว confused smile

(แต่ก็ไปตาม spoil Geass ที่บล็อกหลักอยู่ทุกอาทิตย์เหมือนกัน 555)

ขอต้อนรับการกลับมาครับ ถ้ายังไง จะแวะมาเยี่ยมเยียนที่นี่เป็นระยะๆจ้า big smile
#30  by  Zieghart At 2008-09-07 08:06, 
รอคอยคุณโอ๋มานานแสนนาน
ทรมานวิญญาณหนักหนา

ดีใจสุดๆ
#31  by  Hummos (67.173.22.168) At 2008-09-07 12:35, 
ยินดีต้อนรับการกลับมาครับ
รอคอยตอนต่อไปอย่างใจจด ใจจ่อ
#32  by  maxix30 (124.120.201.26) At 2008-09-07 15:28, 
โหด ดี

แต่ไม่อยากให้เกิดกับคนอืนอีก
#33  by  herenoi At 2008-09-07 15:43, 
อืม...มันเป็นที่จิตใจที่ฝังมาสินะ

ชักอยากเรียนด้านจิตวิทยาแล้วสิopen-mounthed smile
#34  by  Risuki-666 At 2008-09-07 15:48, 
ยังมีอีกหลายอย่างในโลกนี้ที่เรายังไม่รู้...

เพิ่มสีตีไข่... เป็นกันทุกชาติ... สินะ -*-
#35  by  Runrunpyon At 2008-09-07 16:49, 
อ่านแล้วรู้สึกว่าน่ากลัวจังเลยค่ะ
#36  by  ~memay~ At 2008-09-07 19:09, 
จี๊ดอะ

อ่านแล้ว สยองดี

=="
#37  by  dong=ดอง,โด่ง At 2008-09-07 20:04, 
พอคิดภาพของเด็กที่เป็นเหยื่อแล้วก็อดสงสารไม่ได้ เด็กๆอายุไม่ถึง 10 ขวบออกจะน่าัรักฮับ

...หันกลับไปมอง นายมิยาซากิบ้าง ...เอาจริงๆ เขาก็น่าสงสารนะ เสียดายที่ปมด้อยของเค้าไม่ถูกนำไปใช้เป็นแรงผลักดันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆมาทดแทนกัน
#38  by  DDP At 2008-09-07 20:06, 
โอ้

=[]=''

อ่านแล้ว ทำไมรุ้สึก ทสึโตมุ ไม่ได้เปนคนร้าย=[]='?

เหมือนเค้ามีจิตใจที่ดีเหมือนกันนะ? **หรอ

แต่ก้อ สงสารเด็กที่โดนฆ่าจังเลยTwT
Hot!

= =b
อ่านเรื่องของการทำข่าวแล้วนึุกถึงสื่อบ้านเรายังไงไม่รู้sad smile
ยินดีที่กลับมาอัพให้อ่านกันครับ แถมเป็นคดีที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในวงการโอตาคุอีกด้วยอยากอ่านรายละเอียดเต็มๆมานาน
#41  by  reibear At 2008-09-08 01:04, 
น่ากลัวที่สุด แล้วต้องมาอ่านก่อนนอน ก๊อดดดดดดซ! อยากจะบ้าตายจริงๆsad smile
แต่ว่าที่แปลกใจคือ คดีอยู่มาได้นานมากๆๆกว่าจะประหารชีวิต
จริงๆน่าจะประหารไปได้ตั้งนานแล้วนะ
คนอย่างนี้ เก็บไว้ก้เสียเปล่าจริงๆ น่ากลัวที่สุด
#42  by  SANNEY★ At 2008-09-08 01:07, 
ใช้เวลากับที่นี่นานทีเดียวเลยครับ
น่าสนใจทั้งนั้น
สมัยก่อนตอนเด็กเคยอ่านเรื่องแปลกๆต่างๆในหนังสือของพ่อ
จำได้บ้างไม่ได้บ้าง อย่างลาพิวด้า หรือยานบินภารตะ 9ล9
วันดีคืนดีก็มาsearchหาข้อมูลเพิ่มเติมต่างๆ
จนมาโผล่ที่นี่ได้ครับ

...เออ จริงๆแล้วเจอจากหน้าแรกexteenครับ เหะ เหะ...
#43  by  nbis At 2008-09-08 02:34, 
กินมือและเท้าศพ ไอ้นี่มันน่ากลัวจริงๆ sad smile
#44  by  Cotton At 2008-09-08 06:25, 
สยองจริง ๆ เลยค่ะ
น่าสงสารเด็กๆ ที่ต้องตกเป็นเหยื่อ
#45  by  ka_tai ~ตัวกลม!~ At 2008-09-08 09:40, 
อ่านแล้วสยองมากมาย

เด็กญี่ปุ่นนี่ ถ้ามีปมด้อยตั้งแต่เด็กก็จะถูกกดดันมากๆจากสังคม ดูแล้วน่าสงสารมากๆ ถ้าปรับตัวกับสังคมไม่ได้ ก็จะถูกความกดดันนั้นเหยียบซ้ำไปเรื่อยๆ คิดๆแล้วก็น่าสงสารเค้านะคะ กลายเป็นโรคจิตไปเลยซะงั้น ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีเลย เฮ้ออออsad smile
#46  by  tomoo~kawaii At 2008-09-08 11:02, 
Hot! Hot!
#47  by  bloodywidly At 2008-09-08 11:11, 
ขอบคุณที่กลับมาเขียนครับ

เรื่องโลลิค่อนนี่ยังคงน่ากลัวมิเสื่อมคลาย...
#48  by   At 2008-09-08 15:07, 
อ่า พึ่งกินข้าวมาแล้วมานั่งอ่านค่ะ
แทบอ้วกกะ มือเด็กย่างกินกะโชยุ
sad smile

เหอะๆ
#49  by  FlebilE13 At 2008-09-08 17:44, 
อืม...

อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ

ถึงโอกาสสุดท้ายก็ยังไม่ยอมพูดอะไร
แม้แจ่คำขอโทษ...

รู้สึกเจ๋งแบบแปลกๆ(??)

5555

#50  by  † Hotaru™ † At 2008-09-08 19:48, 

<< Home


ohx3 (ohohoh)
View full profile