กลับมาแล้วค่ะ ต้องขออภัยจริงๆค่ะที่หายหน้าไปนานเนื่องจากเหตุผลทางการงาน ในที่สุดตอนนี้ชีวิตก็กลับมาอยู่ในมือข้าพเจ้าแล้ว จึงขอกลับมารบกวนสายตาทุกท่านในที่นี้อีกครั้งค่ะ ระหว่างที่ทิ้งบล็อกไปก็ยังมีหลายท่านที่แวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมด้วย ด้วยขอขอบพระคุณมากๆเลยค่ะ (><
คุณ mayWz ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีเควสต้อนรับการเปิดบล็อกต่อ
* เนื้อหาในวันนี้มีใจความการใช้ความรุนแรงต่อผู้เยาว์อยู่ด้วย กรุณาพิจารณาให้ดีก่อนอ่านด้วยค่ะ
จะให้พูดไปแล้ว ในฐานะที่ข้าพเจ้าสำนึกตัวว่าเป็นโอทาคุคนหนึ่ง ก็คงต้องยอมรับค่ะว่าคดีของมิยาซากิ ทสึโตมุเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมาก ไม่ใช่ในแง่สถานที่เกิดคดี แต่เป็นในแง่ของผลกระทบและมุมมองซึ่งสังคมมีต่อกลุ่มบุคคลที่เรียกว่า"โอทาคุ"นี่แหละค่ะ
นอกจากนี้ คดีนี้ยังเป็นคดีแรกที่มีการนำโปรไฟลิ่งมาใช้ในญี่ปุ่นด้วยค่ะ

宮崎勤 (1962-2008)
มิยาซากิ ทสึโตมุ
The Otaku Murderer, The Little Girl Murderer, Dracula
東京・埼玉連続幼女誘拐殺人事件 (คดีฆาตกรรมเด็กหญิงต่อเนื่องที่โตเกียวกับไซตามะ หรือบ้างก็เรียกคดีมิยาซากิ, คดีมิยาซากิ ทสึโตมุ, คดี M คุง, คดี M)
มิยาซากิ ทสึโตมุ เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1962 ในครอบครัวผู้มีฐานะปานกลางที่เมืองนิชิทามะ จังหวัดโตเกียว บิดาและมารดาทำงานกันทั้งคู่ ทสึโตมุในวัยเด็กจึงโตมากับปู่ซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่คนในเมืองนับถือกับพี่เลี้ยงซึ่งเป็นชายวัยกลางคนผู้มีความบกพร่องทางสติปัญญา ปู่เอ็นดูทสึโตมุเป็นอย่างมาก และตัวเขาเองซึ่งเป็นเด็กเก็บตัวก็เคารพเชื่อฟังปู่มากเช่นกัน
ทสึโตมุเป็นโรคข้อเชื่อมกระดูกบกพร่องโดยกำเนิดซึ่งทำให้เขาไม่สามารถหงายฝ่ามือขึ้นด้านบนได้ และนี่เองที่กลายมาเป็นปมด้อยของเขาตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากเขาเป็นเด็กคนเดียวในชั้นอนุบาลที่ไม่สามารถทำท่า"ขอ"หรือเล่นเกมได้เหมือนเด็กคนอื่นๆ สมัยประถม ทสึโตมุเป็นเด็กเรียนเก่งแต่ไม่ถนัดวิชาภาษาญี่ปุ่นกับวิชาสังคม เมื่อขึ้นชั้นมัธยมปลายก็ไปเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายเมย์ไดนากาโนะซึ่งต้องเดินทางจากบ้านด้วยรถไฟไปถึงสองชั่วโมง และเหตุผลก็มาจากปมด้อยเรื่องมือนั่นเอง (หากพ่อแม่เข้าใจว่าเป็นเพราะเจ้าตัวอยากจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษในอนาคต) แต่หลังจากที่เข้าเรียนในชั้นมัธยมปลาย ผลการเรียนของทสึโตมุก็แย่ลงเรื่อยๆ เพื่อนร่วมชั้นให้การในภายหลังว่าเขาเป็นคนเก็๋บตัวและไม่เด่นสะดุดตา ทสึโตมุตั้งความหวังว่าจะเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเมย์ได หากสุดท้ายความหวังของเขาก็ไม่เป็นจริงเพราะคะแนนไม่ถึง หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมในปี 1981 เขาจึงเข้าเรียนในคณะอนุปริญญาเทคนิคการวาดภาพของมหาวิทยาลัยช่างศิลป์โตเกียวแทน แต่กระทั่งหลังจากเข้าเรียนที่นี่แล้ว ทสึโตมุก็ยังคงเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวจนแทบไม่มีใครในชั้นเรียนที่จดจำเขาได้
ปี 1983 หลังจากที่จบอนุปริญญามาแล้ว ทสึโตมุได้รับการแนะนำจากปู่ให้เข้าทำงานในโรงพิมพ์ที่เมืองโคไดระโดยรับหน้าที่เป็นผู้คุมเครื่องจักร เพื่อนร่วมงานให้การในภายหลังว่าเขาไม่ตั้งใจทำงานและเข้ากับคนรอบข้างไม่ได้ จนเดือนมีนาคมปี 1986 ก็ออกจากงานที่โรงพิมพ์ไป ทสึโตมุเก็บตัวอยู่ในห้องเป็นเวลาหลายเดือน (อย่างที่เรียกกันว่าฮิกิโคโมริ) และในเดือนกันยายนปีเดียวกันก็ยอมออกมาช่วยงานเล็กๆน้อยๆของกิจการในครอบครัวเช่นการออกไปรับต้นฉบับใบปลิว ในช่วงนี้เองที่เขาหันมาออกโดจินชิของอนิเมชั่น หากก็ถูกพรรคพวกเกลียดจนออกหนังสือได้เพียงเล่มเดียว หลังจากนั้น เขาเข้าร่วมเป็นสมาชิกของเซอร์เคิ่ลวีดีโอหลายกลุ่ม (หมายถึงกลุ่มแลกเปลี่ยนวีดีโอที่อัดมาจากรายการต่างๆในทีวี) แต่ทสึโตมุชอบจู้จี้กับสมาชิกคนอื่นเรื่องวิธีการอัดวีดีโอ รวมทั้งไม่ยอมส่งวีดีโอที่ตัวเองต้องก็อปปี้มาแลกให้กับอีกฝ่าย เขาจึงเป็นที่เหม็นขี้หน้าในที่นี้เช่นกัน
ทสึโตมุไม่มีประสบการณ์ในการคบกับผู้หญิง ซึ่งสาเหตุสำคัญนั้นมาจากปมด้อยเรื่องมือที่ทำให้เขาไม่กล้าเข้าใกล้ผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ เขาเคยถูกมารดาคะยั้นคะยอให้ไปดูตัวถึงสี่ครั้ง แต่หลังการดูตัวก็ถูกปฏิเสธโดยฝ่ายหญิงหมดทุกครั้ง (ภาพที่ใช้ในการดูตัวก็คือภาพข้างบนนี่เองค่ะ)
ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นชนวนทำให้ทสึโตมุเริ่มก่อคดี แต่คดีแรกของเขานั้นเริ่มขึ้นสามเดือนหลังจากที่ผู้เป็นปู่เสียชีวิตไปในเดือนพฤษภาคมปี 1988 นี่เอง (มีคำให้การว่าทสึโตมุกินเถ้ากระดูกของปู่ลงไปเพื่อแสดงถึงความเคารพอีกด้วย)
วันที่ 22 สิงหาคม 1988 คงโนะ มาริ (4 ขวบ) หายสาบสูญไปจากละแวกบ้าน ทสึโตมุให้การสารภาพในภายหลังว่าเขาลักพาตัวมาริมาจากใกล้บ้านของเด็กหญิงนั่นเอง หลังจากที่บีบคอมาริตายและศพเริ่มแข็งตัว เขาก็ทำการอนาจารกับศพของเด็กหญิง (ไม่มีการข่มขืน) และถ่ายวีดีโอเก็บไว้ ซึ่งเกี่ยวกับข้อนี้ ทสึโตมุแสดงความเห็นในภายหลังว่า"ผมอยากจะได้ร่างกายนั้นเป็นของตัวเอง ศพยังไงก็ต้องเน่า แต่วีดีโอยังเอามาดูซ้ำได้อีก"
วันที่ 3 ตุลาคม โยชิซาว่า มาซามิ (7 ขวบ) หายสาบสูญไปจากละแวกบ้าน ทสึโตมุบีบคอฆ่ามาซามิแล้วเริ่มทำการอนาจารในทันที หากจากคำให้การในภายหลัง ตอนนั้นมาซามิยังพอมีลมหายใจอยู่ แขนขาของเธอจึงกระตุกเป็นระยะ
วันที่ 9 ธันวาคม นันบะ เอริกะ (4 ขวบ) หายสาบสูญไปจากละแวกบ้าน หลังจากฆ่าแล้ว เอริกะปัสสาวะราดออกมา ทสึโตมุจึงทิ้งศพของเด็กหญิงไว้ในภูเขา และในวันที่ 15 เดือนเดียวกัน ศพเปลือยของเอริกะก็ถูกพบในภูเขา หลังการพบศพ พ่อของเอริกะให้สัมภาษณ์กับโทรทัศน์ว่า"ถึงจะตายไปแล้ว แต่ก็ยังดีที่เขากลับมา" ทสึโตมุจึงวางแผนจะคืนศพของผู้เคราะห์ร้ายให้กับครอบครัว แต่ลงท้าย เขาก็ไม่สามารถหาศพของมาซามิซึ่งเป็นเหยื่อรายที่สองพบ
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1989 มีกล่องกระดาษถูกวางทิ้งไว้ที่หน้าบ้านครอบครัวคงโนะ ภายในคือเถ้ากระดูกและฟันบางส่วนซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นของคงโนะ มาริ เหยื่อเคราะห์ร้ายรายแรก และในวันที่ 10 เดือนเดียวกันก็มีจดหมายจากฆาตกรซึ่งอ้างตัวเป็นผู้หญิงชื่อ"อิมาดะ ยูโกะ"ส่งไปยังหนังสือพิมพ์อาซาฮิ (มีทฤษฎีกล่าวว่าแผลงมาจากประโยค"มาตอนนี้แล้วเลยพูดได้") บอกว่าเธอเป็นผู้ลักพาตัวเด็กหญิงไปฆ่าเนื่องจากความน้อยเนื้อต่ำใจที่ตัวเองมีร่างกายบกพร่องทำให้ไม่สามารถมีบุตรได้
บางส่วนจากจดหมาย (ขออภัยค่ะที่ไม่สามารถแปลมาทั้งหมด มันยาวมากจริงๆค่ะ)
"นี่เป็นกระดูกของมาริจังอย่างแน่นอนค่ะ พอเผาแล้วกระดูกก็สลายลงไปตามธรรมชาติ.... พอคนเรากลายมาเป็นกระดูก กระดูกนั้นก็ช่างเล็กและมีจำนวนน้อยกว่าที่คิดไว้เสียอีก แต่ฉันก็พยายามเก็บกระดูกใส่ลงมาในกล่องทั้งหมดแล้วค่ะ อาจจะมีคนพูดว่าคดีในครั้งนี้เป็น"ความแค้น" "การเล่นเกม" "การกลั่นแกล้ง" หรือ"การท้าทาย" แต่ไม่ใช่อย่างนั้นเลย ฉันเพียงแค่มา"คืน"มาริจังเท่านั้นเอง
ฉันแค่อยากจะคืนมาริจังให้เท่านั้นเองจริงๆค่ะ ได้โปรดรีบจัดงานศพให้มาริจังเถอะค่ะ อาจจะฟังเป็นการเห็นแก่ตัว แต่ฉันก็ยังไม่อยากถูกจับค่ะ และฉันก็จะไม่ทำเรื่องเช่นนี้อีกแล้วด้วย
วันก่อน ฉันดูข่าวที่คุณแม่ทราบเรื่องจากตำรวจแล้วบอกว่า"เท่านี้ฉันก็พอจะมีความหวังต่อไปได้" ฉันจึงคิดว่าควรจะจัดการเรื่องราวให้เรียบร้อยจะดีกว่า ไม่เช่นนั้น คนที่บ้านก็จะไม่มีวันรู้เลยว่ามาริจังอยู่ที่ไหน ฉันจึงรีบส่งจดหมายมาเช่นนี้ค่ะ
กระดูกพวกนั้นคือมาริจังจริงๆค่ะ"
วันที่ 11 มีนาคม มีจดหมายสารภาพจาก"อิมาดะ ยูโกะ"ส่งไปยังหนังสือพิมพ์อาซาฮิและบ้านครอบครัวของโยชิซาว่า มาซามิซึ่งเป็นเหยื่อรายที่สอง คราวนี้อ้างว่าตัวเองมีลูกที่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็กแต่ไม่ได้ทำศพให้ จึงลอบปนกระดูกบางส่วนของลูกตัวเองไปกับกระดูกของมาริเพื่อที่จะได้ทำศพเสียที
แต่ทสึโตมุก็ยังไม่หยุดตัวเองลงแค่นั้น
วันที่ 6 มิถุนายน โนะโมโตะ อายาโกะ (5 ขวบ) ถูกพบเป็นศพอยู่ที่ห้องน้ำในสวนสาธารณะ ศพของเด็กหญิงเปล่าเปลือยและถูกตัดข้อมือข้อเท้า ทสึโตมุให้การในภายหลังว่าอายาโกะหัวเราะมือของเขาทำให้เขาโกรธจนเลือดขึ้นหน้าและเผลอฆ่าอายาโกะทิ้ง ส่วนมือที่ตัดไปนั้นเอากลับไปบ้านแล้วย่างกินกับโชยุ รวมทั้งเขาได้ดื่มเลือดจากมือของเด็กหญิงที่ค้างอยู่ในถุงพลาสติกด้วย
วันที่ 23 กรกฎาคม ทสึโตมุทำอนาจารกับเด็กหญิงชั้นประถมหนึ่งโดยจับเด็กหญิงแก้ผ้าในห้องน้ำและกำลังจะถ่ายภาพ หากผู้ปกครองของเด็กหญิงเข้ามาพบทันท่วงที เขาจึงถูกจับกุมในข้อหาพรากผู้เยาว์ และระหว่างการสอบปากคำก็รับสารภาพว่าตัวเองเป็นคนร้ายของคดีทั้งหมดที่ผ่านมา (ศพของมาซามิ บางส่วนของศพมาริ และส่วนศีรษะของศพอายาโกะถูกพบหลังจากการสารภาพนี้)
หลังการจับกุม มีการพบวีดีโอ 5763 ม้วนจากห้องของทสึโตมุ และหลังการตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ 74 คนกับเครื่องเล่นวีดีโอ 50 เครื่องเป็นเวลาสองสัปดาห์ ก็พบภาพของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายปะปนอยู่ด้วย วีดีโอดังกล่าวกลายมาเป็นหลักฐานสำคัญในการฟ้องคดีของทสึโตมุในเวลาถัดมา
มิยาซากิ ทสึโตมุไม่ได้ให้การชัดเจนนักเกี่ยวกับแรงจูงใจในการฆ่า แต่ความแปลกประหลาดของคดีก็ทำให้อาชญากรรมนี้เป็นที่สนใจของหลายฝ่าย และมีการสันนิษฐานกันไปต่างๆนานา
โอสึกะ เอย์จิ นักวิจัยโอทาคุกล่าวไว้ว่าความโดดเดี่ยวขณะที่เขาอายุยังน้อยทำให้สภาพจิตใจของทสึโตมุหยุดอยู่ในวัยเด็กซึ่งส่งผลต่ออุปนิสัยและรสนิยมทางเพศที่เหมือนกับเด็กไปด้วย ในความเป็นจริง ทสึโตมุทำอนาจารต่อเด็กหญิงโดยการลูบไล้ก็จริง แต่เขาไม่เคยมีเพศสัมพันธุ์กับเด็กหญิงเลยแม้แต่หนเดียว ซึ่งการมีนิสัยย้อนอายุนี้ตรงกับเปโดฟีเลียประเภทหนึ่ง (Pedophilia หมายถึงรสนิยมทางเพศที่มีเป้าหมายเป็นผู้เยาว์) และยังกล่าวอีกด้วยว่าทสึโตมุใช้ความรุนแรงกับเหยื่อเหมือนที่เด็กใช้ความรุนแรงกับเด็กด้วยกัน แต่เพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ ความรุนแรงดังกล่าวจึงมีผลเป็นการฆาตกรรม
จิตแพทย์ผู้รับผิดชอบคดีของมิยาซากิ ทสึโตมุก็กล่าวว่า เขาไม่ใช่เปโดฟีเลียโดยสมบูรณ์ เพียงแต่เล็งเด็กหญิงเป็นเหยื่อโดยจิตใต้สำนึกเท่านั้น เขาเพียงแต่ตัดใจที่จะคบหากับผู้หญิงที่เป็นผู้ใหญ่ และหันมาใช้เด็กหญิงเป็นเครื่องทดแทนเสียมากกว่า ตัวเขาเองจริงๆแล้วไม่ได้มีรสนิยมชอบเด็กหรือชอบศพเลย
โรเบิร์ต เรสเสลอร์ (FBI และนักเขียน เป็นผู้มีส่วนสำคัญในการตั้งทฤษฎีโปรไฟลิ่ง) กล่าวว่าทสึโตมุเป็นเปโดฟีเลียประเภทซาดิสต์แบบเลือก ซึ่งผู้มีอุปนิสัยดังกล่าวจะมีลักษณะดังนี้
- มักจะกระทำการซ้ำๆเป็นเวลานาน
- เคยถูกทารุณกรรม (ทางเพศ) ในวัยเด็ก
- ในช่วงวัย 10 ปี มักจะคบหาคนในวงจำกัด
- มักจะทำอันตรายต่อเด็กซึ่งเป็นเหยื่อ
- เป็นคนโสดอายุ 25 ปีขึ้นไป
- อยู่ตัวคนเดียว หรืออยู่ร่วมบ้านกับพ่อแม่
- สนใจเด็กและสิ่งที่เกี่ยวกับเด็ก
- เป็นซาดิสซึ่ม
- จะไม่มีความสำนึกผิดต่ออาชญากรรมที่ตนก่อ
- ไม่มีวิธีรักษา
* แถม มีการวิเคราะห์ว่าที่ทสึโตมุตัดมือเหยื่อนั้นมีความหมายถึง"การทำหมัน" ซึ่งแสดงถึงการขาดสมรรถภาพทางเพศของเขานั่นเอง
ทสึโตมุพยายามดึงรูปคดีว่าตัวเองเป็นผู้มีความบกพร่องทางจิตที่มีสองบุคลิก โดยอ้างว่าจะมีมนุษย์หนูโผล่มายั่วยุให้เขาก่อคดี หากเหตุผลนี้ก็ไม่ได้รับการรับฟัง ระหว่างการพิจารณาคดี พ่อของทสึโตมุฆ่าตัวตายด้วยการโดดลงมาจากสะพาน หากตัวทสึโตมุก็ไม่มีท่าทีเสียใจต่อเรื่องนี้
วันที่ 14 เมษายน 1997 ทสึโตมุถูกตัดสินโทษประหารชีวิต เขาขอยื่นอุทธรณ์ หากก็ถูกศาลอุทธรณ์ปฏิเสธและพิพากษายืนคำตัดสินของศาลชั้นต้น ขณะถูกขังอยู่ในเรือนจำโตเกียว เขาร้องเรียนว่าตนเห็นภาพลวงตาและถูกใช้ยาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งขอให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีใหม่อีกครั้ง หากในวันที่ 17 มกราคม 2006 ศาลฎีกาก็ประกาศยืนยันโทษประหารของทสึโตมุในที่สุด
ระหว่างการขังรอประหาร ทสึโตมุพยายามเขียนจดหมายร้องเรียนความโหดร้ายของโทษแขวนคอ และขอให้เปลี่ยนวิธีประหารเป็นการฉีดยาตาย ซึ่งจดหมายเหล่านี้ถูกรวบรวมเป็นหนังสือในภายหลัง ในจำนวนนั้นมีจดหมายกล่าวถึงการที่สื่อมวลชนออกข่าวการประหารของเขาอย่างครึกโครมว่า"ผมเป็นคนมีชื่อเสียงจริงๆ" และเมื่อถูกถามถึงความเห็นใจต่อผู้เคราะห์ร้ายซึ่งเป็นเหยื่อกับครอบครัว เขาก็ตอบไว้ว่า"ไม่มีเป็นพิเศษ ผมว่าดีแล้วที่ผมได้ทำเรื่องดีๆ"
วันที่ 17 มิถุนายน 2008 มิยาซากิ ทสึโตมุถูกประหารที่เรือนจำโตเกียว หากก็ไม่มีคำพูดขอขมาหรือแสดงความสำนึกผิดออกมาจากปากของเขาจนวาระสุดท้าย
จากการที่มิยาซากิ ทสึโตมุเป็นโอทาคุ โลลิค่อน และผู้นิยมเฮอร์เร่อร์ คดีของเขาจึงส่งผลกระทบต่อสังคมในเวลานั้นไม่น้อย ที่ชัดเจนที่สุดนั้นคงได้แก่"อนิเมโอทาคุ"ซึ่งแต่เดิมไม่ได้เป็นที่รู้จักกันในสังคมทั่วไป คดีนี้ได้ดึงโอทาคุกับอนิเมขึ้นมาเป็นเป้าของสังคมโดยสร้างภาพพจน์ในแง่ลบว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะอาชญากร ซึ่งมีผลไปถึงมาตราการควบคุมสื่อเป็นภัยในเวลาถัดมา (หากในทำนองกลับกันก็ทำให้โอทาคุกับคอมิเคกลายมาเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นด้วย อ่านเรื่องของคอมิเคได้ที่นี่ค่ะ) ซึ่งในข้อนี้ มีการผลักดันให้โอทาคุปรากฏตัวต่อสื่อมวลชนมากขึ้นจนในปัจจุบันนี้พอจะสามารถลบภาพในแง่ลบไปได้บ้าง แต่เมื่อมีคดีเกี่ยวกับเยาวชน ก็มักจะมีการยกโอทาคุกับอนิเม (ในที่นี้ รวมไปถึงการ์ตูนด้วย) ขึ้นมาโจมตีอยู่ดี
ในอีกแง่หนึ่ง คดีนี้ทำให้เปโดฟีเลียกลายเป็นที่รู้จักกันมากขึ้น และสร้างความตื่นตัวเรื่องการรักษาความปลอดภัยสำหรับเด็กขึ้นในหมู่ผู้ปกครองอีกด้วย
จะอย่างไรก็ดี นักข่าวคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ทำข่าวคดีมิยาซากิ ทสึโตมุ ได้สารภาพบนบล๊อกของหนังสือพิมพ์ว่า สื่อมวลชนพยายามออกข่าวอย่างไม่ตรงต่อความจริงเท่าใดนัก เป็นต้นว่า กองนิตยสารในห้องของทสึโตมุนั้นที่จริงเป็นนิตยสารธรรมดาที่ผู้ชายชอบอ่านกัน แต่ช่างภาพก็จงใจจัดฉากด้วยการวางหนังสือโป๊ไว้บนสุด
หรือจะเป็นวีดีโอที่พบในห้องทสึโตมุและถูกออกข่าวว่าเป็นวีดีโอโป๊กับวีดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กหญิงนั้น ในความจริงแล้วมีวีดีโอโป๊เพียงไม่มาก วีดีโอที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับเด็กหญิงก็มีเพียง 44 ม้วนซึ่งยังไม่ถึง 1 เปอร์เซนต์ของจำนวนทั้งหมดด้วยซ้ำ วีดีโอของทสึโตมุนั้นเป็นอนิเมธรรมดาเช่น"โดกะเบง"(อนิเมเกี่ยวกับเบสบอลค่ะ)ที่ถูกอัดมาจากทีวีเสียมากกว่า หากเอนทรี่ดังกล่าวก็ถูกลบทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
แก้คำผิด
2008/Sep/06
นักข่าวคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ทำข่าวคดีมิยาซากิ ทสึโตมุ ได้สารภาพบนบล๊อกของหนังสือพิมพ์ว่า สื่อมวลชนพยายามออกข่าวอย่างไม่ตรงต่อความจริงเท่าใดนัก ----------- นักข่าวนี่ สงสัยจะเหมือนกันทั่วโลก เหอะๆๆๆ
แต่ไม่มีภาพดูตัวที่ดูดีกว่านี้แล้วรึเนี่ย
แต่ไม่มีภาพดูตัวที่ดูดีกว่านี้แล้วรึเนี่ย
ยินดีต้อนรับครับ กลับมาอัพต่อซะที
อ่านเรื่องวันนี้แล้ว No Comment จะว่าไปคดีใหญ่ๆ ของญี่ปุ่นนี่อาชญากรมีแต่คนที่มีปมด้อย มีปัญหาในวัยเด็กทั้งนั้นเลยแฮะ ยิ่งสภาพสังคมแบบญี่ปุ่นด้วยแล้ว โอกาสเกิดอาชญากรแบบนี้ยิ่งมีทีท่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แต่ที่อ่านแล้วเอะใจที่สุดก็ตรงเรื่องของสื่อสารมวลชน จะประเทศไหน สื่อสารมวลชนมันก็ไม่มีความจริงใจในการนำเสนอข่าวทั้งนั้นเลยแฮะ จัดฉาก ตีไข่ใส่สีเข้าไป
อ่านเรื่องวันนี้แล้ว No Comment จะว่าไปคดีใหญ่ๆ ของญี่ปุ่นนี่อาชญากรมีแต่คนที่มีปมด้อย มีปัญหาในวัยเด็กทั้งนั้นเลยแฮะ ยิ่งสภาพสังคมแบบญี่ปุ่นด้วยแล้ว โอกาสเกิดอาชญากรแบบนี้ยิ่งมีทีท่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แต่ที่อ่านแล้วเอะใจที่สุดก็ตรงเรื่องของสื่อสารมวลชน จะประเทศไหน สื่อสารมวลชนมันก็ไม่มีความจริงใจในการนำเสนอข่าวทั้งนั้นเลยแฮะ จัดฉาก ตีไข่ใส่สีเข้าไป
อ่านแล้วสยองค่ะ สงสารเด็กน้อยตาดำๆ ไม่ได้ทำอะไรผิดแท้ๆ
จะว่าไปก็คงเป็นพวกมีอาการทางจิตนะคะ คนแบบนี้ทำยังไงก็ไม่รู้ตัวซะทีว่าที่ตัวเองทำไปมันผิด สงสารพ่อแม่เด็ก T_T ลูกอายุประมาณนี้กำลังน่ารักแท้ๆ T_T
นักข่าวคนที่มาสารภาพคนนั้นสุดยอดไปเลยค่ะ ถ้านักข่าวส่วนใหญ่มีจรรยาบรรณกันแบบนี้ก็ดีสินะ..orz
จะว่าไปก็คงเป็นพวกมีอาการทางจิตนะคะ คนแบบนี้ทำยังไงก็ไม่รู้ตัวซะทีว่าที่ตัวเองทำไปมันผิด สงสารพ่อแม่เด็ก T_T ลูกอายุประมาณนี้กำลังน่ารักแท้ๆ T_T
นักข่าวคนที่มาสารภาพคนนั้นสุดยอดไปเลยค่ะ ถ้านักข่าวส่วนใหญ่มีจรรยาบรรณกันแบบนี้ก็ดีสินะ..orz
เหมือนไม่ได้เจอกันเป็นเวลาแสนนาน ยินดีที่กลับมาค่ะ
คดีสยองขวัญ อ่านแล้ว เหวอเลย แต่เห็นปี ค.ศ. แล้ว เหวอกว่า งั้นก็ประหารเร็วๆ นี้เองสิเนี่ย ดูรูปแล้วเก่ามาก หรือรูปมาจาก นสพ.
วิธีสืบแบบ profiling น่าสนใจมากๆ ค่ะ เมื่อก่อนเคยอ่านบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกันแต่ลืมไปแล้ว...ถ้าคุณว่างแล้วมีคดีไหนที่ใช้วิธีนี้อีก ฝากพิจารณาด้วยนะคะ(เพิ่งกลับมาก็เอาเลยเชียว
)
ปล.จัดฉากเพื่อขายข่าวเป็นอนารยธรรมที่มีทุกมุมโลกจริงๆ
คดีสยองขวัญ อ่านแล้ว เหวอเลย แต่เห็นปี ค.ศ. แล้ว เหวอกว่า งั้นก็ประหารเร็วๆ นี้เองสิเนี่ย ดูรูปแล้วเก่ามาก หรือรูปมาจาก นสพ.
วิธีสืบแบบ profiling น่าสนใจมากๆ ค่ะ เมื่อก่อนเคยอ่านบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่เหมือนกันแต่ลืมไปแล้ว...ถ้าคุณว่างแล้วมีคดีไหนที่ใช้วิธีนี้อีก ฝากพิจารณาด้วยนะคะ(เพิ่งกลับมาก็เอาเลยเชียว
)
ปล.จัดฉากเพื่อขายข่าวเป็นอนารยธรรมที่มีทุกมุมโลกจริงๆ
ขอบคุณฮะ ที่รับรีเควสข้าน้อย! ^ w ^
ยินดีต้อยรับนะฮะ
พออ่านเรื่องนี้แล้วแรงจูงใจเกิดเพราะความไม่ตั้งใจจริงๆนะฮะ มีวีดีโอเยอะจริงๆเลยฮะ - -;;; โฮ่
แต่มาอ่านถึงเรื่องสื่อก็ =[]= มีการจัดฉากสร้างข่าวหรือเนี่ย...
ยินดีต้อยรับนะฮะ
พออ่านเรื่องนี้แล้วแรงจูงใจเกิดเพราะความไม่ตั้งใจจริงๆนะฮะ มีวีดีโอเยอะจริงๆเลยฮะ - -;;; โฮ่
แต่มาอ่านถึงเรื่องสื่อก็ =[]= มีการจัดฉากสร้างข่าวหรือเนี่ย...
ดีใจจังค่ะที่กลับมาแล้ว ยินดีต้อนรับการกลับมานะคะ
คดีที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ นี่ อ่านไปถอนหายใจไปทุกทีเลยค่ะ เฮ้อ
ป.ล. จริงๆ แล้วเรื่องของพวกเพโดฟีเลียนี่เคยมีการเถียงกันครั้งใหญ่ระหว่างบลอคในเอ๊กซ์ทีนด้วยล่ะค่ะ ประมาณว่า จขบ. คนนึงประกาศตัวว่าตัวเองเป็นเพโดฯ แล้วก็ไปแสดง เอ่อ...อะไรบางอย่างที่ไม่ดีกับหลายๆ บลอค โดยเฉพาะกับบลอคที่วายๆ น่ะค่ะ
คดีที่เกิดขึ้นกับเด็กๆ นี่ อ่านไปถอนหายใจไปทุกทีเลยค่ะ เฮ้อ
ป.ล. จริงๆ แล้วเรื่องของพวกเพโดฟีเลียนี่เคยมีการเถียงกันครั้งใหญ่ระหว่างบลอคในเอ๊กซ์ทีนด้วยล่ะค่ะ ประมาณว่า จขบ. คนนึงประกาศตัวว่าตัวเองเป็นเพโดฯ แล้วก็ไปแสดง เอ่อ...อะไรบางอย่างที่ไม่ดีกับหลายๆ บลอค โดยเฉพาะกับบลอคที่วายๆ น่ะค่ะ
ยินดีต้อนรับกลับมาคะ (อีกรอบ)
แหม่ อย่างกะอ่านสึบาสะเลย ...เรื่องราวในอีกบล็อคของ Ohจัง กับ บล็อคนี้เกี่ยวพันในเวลาเดียวกัน (ก็เวอร์ไป)
อืมม อ่านคดีนี้จบ คิดได้อย่างเดียวนักข่าวนี่แย่ไปหน่อยนะ จัดฉากซะขนาดนี้
เอ๋ เพิ่งดูปีตอนประหาร ...ปีนี้เองหรอคะ โห่ คดีเกินตอนเราเด็ก แต่เพิ่งมาเห็นผลสรุปก็ปีนี้เอง (ยาวนานจริงๆ)
แหม่ อย่างกะอ่านสึบาสะเลย ...เรื่องราวในอีกบล็อคของ Ohจัง กับ บล็อคนี้เกี่ยวพันในเวลาเดียวกัน (ก็เวอร์ไป)
อืมม อ่านคดีนี้จบ คิดได้อย่างเดียวนักข่าวนี่แย่ไปหน่อยนะ จัดฉากซะขนาดนี้
เอ๋ เพิ่งดูปีตอนประหาร ...ปีนี้เองหรอคะ โห่ คดีเกินตอนเราเด็ก แต่เพิ่งมาเห็นผลสรุปก็ปีนี้เอง (ยาวนานจริงๆ)
ิ่อ่านแล้วสะเทือนใจจัง
เห็นด้วยค่ะว่าอาชญากรส่วนใหญ่มักเป็นแบบนั้นเพราะปัญหาวัยเด็ก การเลี้ยงดู จริงๆสื่อก็มีส่วนนะคะ(เช่นการออกข่าวที่รุนแรงเกินกว่าเหตุของบรรดานักข่าวไร้จรรยาบรรณ) แต่ของแบบนี้มันเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว คนที่อยู่ในสังคมส่วนใหญ่ก็รักจะเสพความรุนแรง ดังนั้นนายทุนซึ่งเป็นเจ้าของสื่อ จึงไม่คำนึงถึงสิ่งที่ควรนำเสนอ ดิฉันเรียนสื่อสารมวลชนค่ะ เข้าใจนะคะว่าสถาบันสอนให้คุณมีจรรยาบรรณสื่อ แต่ก็เพราะเงิน ทำให้เราพูดไม่ออก เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ถ้าเงินยังมีความสำคัญอยู่ล่ะก็ การเสพสื่อต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและสติปัญญาของผู้ชมแหละค่ะ
พูดถึงครอบครัว บางทีสิ่งที่ลูกต้องการกับสิ่งที่พ่อแม่หวังอยากให้เป็นมันสวนทางกัน หรือลูกอาจจะทำให้พ่อแม่สมความตั้งใจไม่ได้ หรือบางทีพ่อแม่ทำดีที่สุดแล้วแต่ลูกไม่รักดีเอง ฯลฯ
สืบกันยาก พูดกันยาวค่ะ ...
หวังว่าเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก และคงไม่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวของคุณๆ นะคะ
เห็นด้วยค่ะว่าอาชญากรส่วนใหญ่มักเป็นแบบนั้นเพราะปัญหาวัยเด็ก การเลี้ยงดู จริงๆสื่อก็มีส่วนนะคะ(เช่นการออกข่าวที่รุนแรงเกินกว่าเหตุของบรรดานักข่าวไร้จรรยาบรรณ) แต่ของแบบนี้มันเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว คนที่อยู่ในสังคมส่วนใหญ่ก็รักจะเสพความรุนแรง ดังนั้นนายทุนซึ่งเป็นเจ้าของสื่อ จึงไม่คำนึงถึงสิ่งที่ควรนำเสนอ ดิฉันเรียนสื่อสารมวลชนค่ะ เข้าใจนะคะว่าสถาบันสอนให้คุณมีจรรยาบรรณสื่อ แต่ก็เพราะเงิน ทำให้เราพูดไม่ออก เพราะไม่ว่าจะเป็นที่ไหน ถ้าเงินยังมีความสำคัญอยู่ล่ะก็ การเสพสื่อต้องขึ้นอยู่กับวิจารณญาณและสติปัญญาของผู้ชมแหละค่ะ
พูดถึงครอบครัว บางทีสิ่งที่ลูกต้องการกับสิ่งที่พ่อแม่หวังอยากให้เป็นมันสวนทางกัน หรือลูกอาจจะทำให้พ่อแม่สมความตั้งใจไม่ได้ หรือบางทีพ่อแม่ทำดีที่สุดแล้วแต่ลูกไม่รักดีเอง ฯลฯ
สืบกันยาก พูดกันยาวค่ะ ...
หวังว่าเรื่องแบบนี้คงไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก และคงไม่เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวของคุณๆ นะคะ
ยินดีต้อนรับกลับอีกครั้งค่ะ
ในปัจจุบันนี้พอจะสามารถลบภาพในแง่ลบไปได้บ้าง แต่เมื่อมีคดีเกี่ยวกับเยาวชน ก็มักจะมีการยกโอทาคุกับอนิเม (ในที่นี้ รวมไปถึงการ์ตูนด้วย) ขึ้นมาโจมตีอยู่ดี << อ่านแล้วก็กลับมานึกถึงข่าวไทย เอ้อ เอะอะอะไรก็โทษเกมกับการ์ตูนตลอดเลย ที่จริงแล้วการก่อคดีมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างมากกว่า เช่นปัญหาทางจิต ปมด้อย หรือการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง
นักข่าวส่วนใหญ่ก็ย่อมต้องเขียนข่าวให้น่าสนใจเพื่อที่จะขายได้ล่ะเนอะ ...จะมีสักกี่คนที่นำเสนอข่าวได้ตรงกับความเป็นจริงเป๊ะๆ
ในปัจจุบันนี้พอจะสามารถลบภาพในแง่ลบไปได้บ้าง แต่เมื่อมีคดีเกี่ยวกับเยาวชน ก็มักจะมีการยกโอทาคุกับอนิเม (ในที่นี้ รวมไปถึงการ์ตูนด้วย) ขึ้นมาโจมตีอยู่ดี << อ่านแล้วก็กลับมานึกถึงข่าวไทย เอ้อ เอะอะอะไรก็โทษเกมกับการ์ตูนตลอดเลย ที่จริงแล้วการก่อคดีมันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างมากกว่า เช่นปัญหาทางจิต ปมด้อย หรือการเลี้ยงดูของผู้ปกครอง
นักข่าวส่วนใหญ่ก็ย่อมต้องเขียนข่าวให้น่าสนใจเพื่อที่จะขายได้ล่ะเนอะ ...จะมีสักกี่คนที่นำเสนอข่าวได้ตรงกับความเป็นจริงเป๊ะๆ
สยอง นัก จากเรื่องของนักข่าวคนนั้น เลยนึกไปถึงตอนคดีที่อากิฮาบาระ เลยรู้สึกว่า จริงๆแล้วโอตาคุเป็นคนที่ดีที่สุดในสังคมที่เลวที่สุด ซะละมั้งคะ?
อ่านแล้วเศร้าจังค่ะ เศร้าหลายๆ อย่างเลย serial killer ที่มาจากการถูกกระทำต่อเนื่องเป็นเวลานาน บ่มเพาะจนวันหนึ่งแสดงตัวออกมา ในสังคมเราคงมีคนที่หมิ่นเหม่อยู่ขอบเหวแบบนี้ไม่น้อย เป็นมากจนไม่รู้สึกว่าตัวเองทำผิด เป็นจนกระทั่งไม่มีวิธีรักษา แล้วก็มีคนที่ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น โลกเรามันน่าเศร้านะ
กรี๊ดดดด...ดีใจเป็นที่สุดที่ในที่สุดก้อกลับมาอัพต่อซะที ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะ
เรื่องที่ว่านักข่าวออกข่าวไม่ตรงกับความจิงนี่...รู้ซึ้งไปถึงกระดูกดำเลยเชียว เพราะว่าเมื่อ 10 ก่อนที่มีการประโคมข่าวว่ามีเด็กฆ่าตัวตายตามฮิเดะ ก้อเป็นการเสนอข่าวที่บิดเบือนเหมือนกัน สื่อต่างๆพยายามพูดถึงแต่ด้านที่เป็นภาพลบ (ในสายตาคนไทย) เกี่ยวกับเพลงร็อคญี่ปุ่น แต่ไม่เคยพูดถึงด้านดีบ้างเลย (ขอระบายนิดนึงนะคะ แบบว่า...มันแค้นมาจนถึงทุกวันนี้เลย จำได้ติดใจเลยว่าเป็นช่องไอทีวี
)
เรื่องที่ว่านักข่าวออกข่าวไม่ตรงกับความจิงนี่...รู้ซึ้งไปถึงกระดูกดำเลยเชียว เพราะว่าเมื่อ 10 ก่อนที่มีการประโคมข่าวว่ามีเด็กฆ่าตัวตายตามฮิเดะ ก้อเป็นการเสนอข่าวที่บิดเบือนเหมือนกัน สื่อต่างๆพยายามพูดถึงแต่ด้านที่เป็นภาพลบ (ในสายตาคนไทย) เกี่ยวกับเพลงร็อคญี่ปุ่น แต่ไม่เคยพูดถึงด้านดีบ้างเลย (ขอระบายนิดนึงนะคะ แบบว่า...มันแค้นมาจนถึงทุกวันนี้เลย จำได้ติดใจเลยว่าเป็นช่องไอทีวี
) กีีซซซซซ หายไปนานเลย คิดถึงเจ้่าของบ๊อคมากมาย
ในตัวของคดี เรื่องสื่อนั้นเราว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะมีการใส่สีตีไข่ลงไปให้ผู้ติดตามคล้อยตามไปกับเรื่องราวที่สื่อต้องการจะนำเสนอ ออกแนวยิ่งแรงยิ่งโดนใจนะคะ แต่มันไม่ยุติธรรมกับผู้ตายเลยสักนิด ถึงแม้ว่าผู้ตาย(ฆาตกร)จะเป็นฆาตกรก็จริงแต่ ... ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ป่วยทางจิตและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ... ถึงเรื่องจะจบไปแล้วแต่เรื่องความเที่ยงตรงสื่อกลับสอบตกอ่ะคะ ...
ในตัวของคดี เรื่องสื่อนั้นเราว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะมีการใส่สีตีไข่ลงไปให้ผู้ติดตามคล้อยตามไปกับเรื่องราวที่สื่อต้องการจะนำเสนอ ออกแนวยิ่งแรงยิ่งโดนใจนะคะ แต่มันไม่ยุติธรรมกับผู้ตายเลยสักนิด ถึงแม้ว่าผู้ตาย(ฆาตกร)จะเป็นฆาตกรก็จริงแต่ ... ก็ถือได้ว่าเป็นผู้ป่วยทางจิตและไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ... ถึงเรื่องจะจบไปแล้วแต่เรื่องความเที่ยงตรงสื่อกลับสอบตกอ่ะคะ ...
เย้ กลับมาอัพต่อแล้วนะคะ
คิดถึงค่ะ
คดีโอตาขุ
ฟังละก็...พูดไม่ออกแฮะ
แต่สื่อก็ยังคงใส่สี ใส่ไข่ เพิ่มตามเคย (พี่ไทยก็ทำ)
คิดถึงค่ะ
คดีโอตาขุ
ฟังละก็...พูดไม่ออกแฮะ
แต่สื่อก็ยังคงใส่สี ใส่ไข่ เพิ่มตามเคย (พี่ไทยก็ทำ)
ดีใจด้วยมากๆ ที่งานเสร็จแล้วนะคะ แว้บไปดูอีกบล็อกแล้วอัตราการแปลอึดมากๆ เลย สุดยอด
จริงๆ เป็นแฟนเหนียวแน่นแบบลี้ลับแอบติดตามอยู่ทั้งสองบล็อกเลยค่ะ ดีใจที่กลับมาเขียนนะค้า
ปล. นอกจาก Code Geass แล้วก็ชอบ Bump of Chicken มากๆ เหมือนกันค่ะ เนื้อเพลงฟังๆ แล้วน้ำตาจะไหลเอา
จริงๆ เป็นแฟนเหนียวแน่นแบบลี้ลับแอบติดตามอยู่ทั้งสองบล็อกเลยค่ะ ดีใจที่กลับมาเขียนนะค้า
ปล. นอกจาก Code Geass แล้วก็ชอบ Bump of Chicken มากๆ เหมือนกันค่ะ เนื้อเพลงฟังๆ แล้วน้ำตาจะไหลเอา
ขอต้อนรับการกลับมาครับ ยินดีที่ได้อ่านอีกครั้ง หายไปนานๆแบบนี้เง้าเหงาครับ ฆาตกรต่อเนื่องส่วนใหญ่มีปมด้อยทั้งนั้นเลยแฮะนี่ก็มือพิการ แถมต้องมีชีวิตโดดเดี่ยวอาจจะต่อต้านสังคมด้วยรายนี่ก็ด้วยเช่นกัน
อ้า ตามอ่านบล็อกนี้มาตลอดเหมือนกันครับ เห็นหายไปนาน นึกว่าจะไม่ว่างกลับมาเขียนซะแล้ว
(แต่ก็ไปตาม spoil Geass ที่บล็อกหลักอยู่ทุกอาทิตย์เหมือนกัน 555)
ขอต้อนรับการกลับมาครับ ถ้ายังไง จะแวะมาเยี่ยมเยียนที่นี่เป็นระยะๆจ้า
(แต่ก็ไปตาม spoil Geass ที่บล็อกหลักอยู่ทุกอาทิตย์เหมือนกัน 555)
ขอต้อนรับการกลับมาครับ ถ้ายังไง จะแวะมาเยี่ยมเยียนที่นี่เป็นระยะๆจ้า
พอคิดภาพของเด็กที่เป็นเหยื่อแล้วก็อดสงสารไม่ได้ เด็กๆอายุไม่ถึง 10 ขวบออกจะน่าัรักฮับ
...หันกลับไปมอง นายมิยาซากิบ้าง ...เอาจริงๆ เขาก็น่าสงสารนะ เสียดายที่ปมด้อยของเค้าไม่ถูกนำไปใช้เป็นแรงผลักดันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆมาทดแทนกัน
...หันกลับไปมอง นายมิยาซากิบ้าง ...เอาจริงๆ เขาก็น่าสงสารนะ เสียดายที่ปมด้อยของเค้าไม่ถูกนำไปใช้เป็นแรงผลักดันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดีๆมาทดแทนกัน
โอ้
=[]=''
อ่านแล้ว ทำไมรุ้สึก ทสึโตมุ ไม่ได้เปนคนร้าย=[]='?
เหมือนเค้ามีจิตใจที่ดีเหมือนกันนะ? **หรอ
แต่ก้อ สงสารเด็กที่โดนฆ่าจังเลยTwT
= =b
=[]=''
อ่านแล้ว ทำไมรุ้สึก ทสึโตมุ ไม่ได้เปนคนร้าย=[]='?
เหมือนเค้ามีจิตใจที่ดีเหมือนกันนะ? **หรอ
แต่ก้อ สงสารเด็กที่โดนฆ่าจังเลยTwT
= =b
ยินดีที่กลับมาอัพให้อ่านกันครับ แถมเป็นคดีที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในวงการโอตาคุอีกด้วยอยากอ่านรายละเอียดเต็มๆมานาน
น่ากลัวที่สุด แล้วต้องมาอ่านก่อนนอน ก๊อดดดดดดซ! อยากจะบ้าตายจริงๆ
แต่ว่าที่แปลกใจคือ คดีอยู่มาได้นานมากๆๆกว่าจะประหารชีวิต
จริงๆน่าจะประหารไปได้ตั้งนานแล้วนะ
คนอย่างนี้ เก็บไว้ก้เสียเปล่าจริงๆ น่ากลัวที่สุด
แต่ว่าที่แปลกใจคือ คดีอยู่มาได้นานมากๆๆกว่าจะประหารชีวิต
จริงๆน่าจะประหารไปได้ตั้งนานแล้วนะ
คนอย่างนี้ เก็บไว้ก้เสียเปล่าจริงๆ น่ากลัวที่สุด
ใช้เวลากับที่นี่นานทีเดียวเลยครับ
น่าสนใจทั้งนั้น
สมัยก่อนตอนเด็กเคยอ่านเรื่องแปลกๆต่างๆในหนังสือของพ่อ
จำได้บ้างไม่ได้บ้าง อย่างลาพิวด้า หรือยานบินภารตะ 9ล9
วันดีคืนดีก็มาsearchหาข้อมูลเพิ่มเติมต่างๆ
จนมาโผล่ที่นี่ได้ครับ
...เออ จริงๆแล้วเจอจากหน้าแรกexteenครับ เหะ เหะ...
น่าสนใจทั้งนั้น
สมัยก่อนตอนเด็กเคยอ่านเรื่องแปลกๆต่างๆในหนังสือของพ่อ
จำได้บ้างไม่ได้บ้าง อย่างลาพิวด้า หรือยานบินภารตะ 9ล9
วันดีคืนดีก็มาsearchหาข้อมูลเพิ่มเติมต่างๆ
จนมาโผล่ที่นี่ได้ครับ
...เออ จริงๆแล้วเจอจากหน้าแรกexteenครับ เหะ เหะ...
อ่านแล้วสยองมากมาย
เด็กญี่ปุ่นนี่ ถ้ามีปมด้อยตั้งแต่เด็กก็จะถูกกดดันมากๆจากสังคม ดูแล้วน่าสงสารมากๆ ถ้าปรับตัวกับสังคมไม่ได้ ก็จะถูกความกดดันนั้นเหยียบซ้ำไปเรื่อยๆ คิดๆแล้วก็น่าสงสารเค้านะคะ กลายเป็นโรคจิตไปเลยซะงั้น ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีเลย เฮ้ออออ
เด็กญี่ปุ่นนี่ ถ้ามีปมด้อยตั้งแต่เด็กก็จะถูกกดดันมากๆจากสังคม ดูแล้วน่าสงสารมากๆ ถ้าปรับตัวกับสังคมไม่ได้ ก็จะถูกความกดดันนั้นเหยียบซ้ำไปเรื่อยๆ คิดๆแล้วก็น่าสงสารเค้านะคะ กลายเป็นโรคจิตไปเลยซะงั้น ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีเลย เฮ้ออออ
อืม...
อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ
ถึงโอกาสสุดท้ายก็ยังไม่ยอมพูดอะไร
แม้แจ่คำขอโทษ...
รู้สึกเจ๋งแบบแปลกๆ(??)
5555
อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ
ถึงโอกาสสุดท้ายก็ยังไม่ยอมพูดอะไร
แม้แจ่คำขอโทษ...
รู้สึกเจ๋งแบบแปลกๆ(??)
5555