2008/Sep/10

ก่อนอื่นเกี่ยวกับเรื่องรับรีเควสค่ะ
ตอนนี้ก็ยังรับอยู่ค่ะ เพียงแต่ว่าข้าพเจ้าจำไม่ได้แล้วว่าก่อนพักบล๊อกไปได้รับรีเควสจากท่านไหนไว้บ้าง orz ต้องขออภัยจริงๆค่ะ (><;; ที่พอจะจำได้เพราะมีมาร์คข้อมูลทิ้งไว้ก็คือ Robert Black แต่ก็นึกไม่ออกอีกว่าเป็นรีเควสจากท่านใดกันแน่ ตอนนี้คงต้องขออนุญาตมาเริ่มนั่งรับรีเควสกันใหม่แต่ต้นค่ะ ส่วนนายแบล็คนี่เขียนแน่นอนค่ะ ท่านใดที่จดจำได้ว่าเป็นผู้รีเควส รบกวนช่วยแจ้งชื่อมาหน่อยนะคะ
ต้องขออภัยอีกครั้งด้วยค่ะ

คุณ mm ขอบคุณมากค่ะสำหรับรีเควส ที่จริงแอบเล็งคดีนี้ไว้นานแล้ว ได้เขียนเสียที ^^;
พูดถึงโปรไฟลิ่งแล้วก็นึกถึงเอย์จิกับชิมะซังขึ้นมาจับใจ ไว้ต้องไปขุดขึ้นมาอ่านอีกสักรอบแล้วค่ะ

โปรไฟลิ่ง (Offender Profiling หรือ Criminal Profiling) ศาสตร์ทางอาชญวิทยาแขนงหนึ่ง คือการคาดเดาลักษณะของคนร้ายโดยการวิจัยจุดเด่นกับลักษณะของอาชญากรรมด้วย Behavioural Science ซึ่งโปรไฟลิ่งจะมีพื้นฐานอยู่บนทฤษฎีว่า"คนร้ายในคดีประเภทนี้ มักจะเป็นบุคคลที่มีลักษณะดังนี้"
หลักของโปรไฟลลิ่งคือการนำเอา "การเตรียมตัวก่อนก่ออาชญากรรม" "วิธีการในการก่ออาชญากรรม" "วิธีการจัดการหลังอาชญากรรม" มาวิเคราะห์ด้วย Behavioural Science (ประกอบไปด้วยจิตวิทยา สังคมศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์) ซึ่งจะทำให้ทราบถึงข้อมูลของคนร้ายเช่น เพศ เชื้อชาติ อาชีพ หรืออายุ และเมื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปประกอบกับการสืบสวนก็จะทำให้การไขคดีเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น
โปรไฟลิ่งไม่ใช่หลักฐานในการไขคดีและไม่สามารถใช้ในการชี้ตัวคนร้าย ศาสตร์นี้เป็นเพียงเครื่องมือช่วยเหลือการสืบสวนอย่างหนึ่งเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้อย่างเด็ดขาดที่จะมีการจับกุมคนร้ายด้วยข้อมูลทางโปรไฟลิ่งเพียงอย่างเดียว

คดีที่เราจะพูดถึงในวันนี้เป็นคดีแรกในอเมริกาที่มีการนำโปรไฟลิ่งมาใช้ไขคดีอย่างเป็นทางการ และยังส่งผลให้โปรไฟลิ่งกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการสืบสวนคดีของอเมริกาในเวลาถัดมาด้วยค่ะ



George Metesky (1930 -1994)
The Mad Bomber

ดอกเตอร์เจมส์ บรัสเซลได้กล่าวไว้ในการทำโปรไฟลิ่งของคดีนี้ว่า
"ผมกล้าพนันว่าเมื่อคุณจับเขาได้ เขาจะสวมชุดสูทแบบกระดุมสองแถวและติดกระดุมจนครบทุกเม็ด"
และเมื่อจอร์จ เมเทสกี้ถูกจับกุมในปี 1957 (กรุณาดูรูปข้างบนค่ะ) เขาก็สวมชุดสูทแบบกระดุมสองแถวและติดกระดุมครบทุกเม็ดตามโปรไฟลิ่งนี้ไม่มีผิดเพี้ยน

คดีนี้เริ่มขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน 1940 มีกล่องไม้น่าสงสัยถูกวางทิ้งไว้บนหน้าต่างโรงงานของบริษัทคอนโซลิเดเต็ดเอดิสัน (Consolidated Edison) บนกระดาษห่อมีข้อความว่า "Con Edison crooks - This is for you." ภายในคือระเบิดท่อน้ำซึ่งทำจากท่อทองเหลืองอัดดินปืนกับชนวนหยาบๆที่ทำจากน้ำตาลและถ่านไฟฉาย ในความเป็นจริง ระเบิดลูกแรกนี้เป็นระเบิดด้าน และสันนิษฐานว่าคนร้ายจงใจจะให้เป็นเช่นนั้น (ถ้าระเบิดจริง ข้อความบนกระดาษห่อก็จะอ่านไม่ได้) แต่คงเพราะเหตุนี้เอง คดีนี้จึงไม่เป็นที่สนใจเท่าไหร่จนไม่ปรากฏอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ใดๆ ประกอบกับในเวลานั้น ยุโรปกำลังตกอยู่ในสงคราม และอเมริกาก็รอท่าจะเข้าร่วมอยู่ ตำรวจจึงยิ่งเมินเฉยต่อระเบิดในครั้งนี้

ผ่านไปอีกสิบเดือนโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเดือนกันยายน 1941 มีการพบระเบิดใกล้บริเวณบริษัทคอนเอดิสันอีกครั้ง คราวนี้ก็เป็นระเบิดด้านอีกเช่นกัน ตัวระเบิดเป็นระเบิดเวลาที่ใส่ไว้ในถุงเท้าขนแกะ ทีมกู้ระเบิดสังเกตว่าระเบิดนี้มีโครงสร้างแบบเดียวกับระเบิดที่คอนเอดิสันในปีก่อน พวกเขาจึงลงความเห็นว่าน่าจะเป็นคนร้ายรายเดียวกัน คนร้ายคงตั้งใจจะนำระเบิดไปยังคอนเอดิสันหากก็มีเหตุให้ต้องละทิ้งระเบิดไปกลางคัน และอีกครั้งที่คดีนี้ไม่ได้ถูกยกขึ้นมาพาดหัวข่าว

และในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน อเมริกาเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่สองอย่างเป็นทางการ คราวนี้มีจดหมายจาก"ผู้รักชาติ"ส่งมาถึงกรมตำรวจนิวยอร์ค



"ผมจะไม่ทำระเบิดในระหว่างสงคราม และนั่นก็เพราะความรักชาติในตัวผม แต่ผมจะกลับมาลงโทษคอนเอดิสันอย่างแน่นอน พวกมันจะต้องชดใช้การกระทำอันขี้ขลาดที่ได้ทำไว้

F.T."

และดังคำที่คนร้ายได้ประกาศเอาไว้ ไม่มีระเบิดใดๆถูกพบระหว่างสงคราม จะมีก็แต่จดหมายหลายฉบับที่ถูกส่งไปยังกรมตำรวจ หนังสือพิมพ์และบริษัทคอนเอดิสันอันเป็นคู่แค้น

การล้างแค้นของเขาเริ่มต้นอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 1950 ระเบิดลูกที่สามถูกพบที่สถานีรถไฟแกรนด์เซ็นทรัล และเป็นครั้งแรกที่มันระเบิดจริงๆ โครงสร้างระเบิดยังคงเป็นแบบเดียวกับที่ผ่านมา หากเทคนิคนั้นเหนือชั้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้น คนร้ายยังเปลี่ยนเป้าหมายมาวางระเบิดในที่สาธารณะซึ่งสร้างอันตรายให้กับคนทั่วไปได้มากกว่าอีกด้วย

เจ็ดปีหลังจากนั้น มีการวางระเบิดอย่างน้อย 31 ครั้งและมี 22 ลูกในจำนวนนั้นที่ระเบิดจริง มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 15 ราย แต่โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่รายเดียว ครั้งที่ร้ายแรงที่สุดคือการวางระเบิดที่โรงภาพยนตร์พาราเมานท์ในบรู้คลินเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 1956 ระเบิดถูกซ่อนไว้ใต้ที่นั่ง มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 6 ราย และ 3 ในนั้นบาดเจ็บปางตาย


เจมส์ บรัสเซล

การสืบสวนเป็นไปอย่างมืดแปดด้านจนตำรวจยอมหันไปพึ่งดอกเตอร์เจมส์ บรัสเซล (James A. Brussel) ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมวิจัยโปรไฟลิ่งของ FBI และบรัสเซลก็ก็ทำโปรไฟลิ่งขึ้นดังนี้

"มือระเบิดเกือบทั้งหมดเป็นผู้ชาย ดังนั้นคนร้ายรายนี้ก็เป็นเพศชายด้วย เขามีอาการเพ้อฝัน (Paranoia) และอาการดังกล่าวมักเกิดในช่วงอายุ 35 ปี ดังนั้นตอนนี้ เขาก็น่าจะมีอายุประมาณ 50 ปี และน่าจะอาศัยอยู่ตามลำพังเช่นเดียวกับผู้ป่วยที่มีอาการดังกล่าว หรือไม่ก็อาศัยอยู่กับญาติที่มีอายุมาก
ลายมือบอกให้รู้ว่าเขาเป็นคนเจ้าระเบียบ เขาคงจะเป็นคนรักษากฏเกณฑ์อย่างถี่ถ้วน และนิยมการใส่สูทแบบกระดุมสองแถว
การใช้ภาษาหลายที่ไม่เป็นธรรมชาติบอกให้รู้ว่าเขาน่าจะเป็นผู้อพยพ คงจะเป็นชาวสลาฟ ดังนั้นเขาน่าจะเป็นคาธอลิคด้วย
จดหมายถูกส่งมาจากเวสต์เชสเตอร์เป็นส่วนใหญ่ เขาน่าจะอาศัยอยู่ในคอนคิเนคัทซึ่งมีชาวต่างชาติอาศัยอยู่มาก
ในจดหมายบอกว่าเจ้าตัวป่วยเป็นโรคหนักมานานปี และถ้าหากเขายังมีชีวิตอยู่ โรคดังกล่าวก็น่าจะเป็นโรคหัวใจหรือวัณโรค"

ตำรวจส่งโปรไฟลิ่งนี้ไปลงหนังสือพิมพ์ตามคำแนะนำของบรัสเซล โดยบรัสเซลให้เหตุผลว่า คนร้ายอยากเป็นคนดังและต้องการให้ผู้อื่นให้ความสนใจต่อสิ่งที่ตัวเองทำ ซึ่งหากข้อมูลนี้เผยแพร่ผ่านสื่อไป จะต้องมีการติดต่อมาจากคนร้ายอย่างแน่นอน
หลังจากที่ลงข่าวเรื่องโปรไฟลิ่งไปแล้ว มีผู้คนมากมายอ้างตัวว่าเป็นแม้ดบอมเมอร์ หากก็ไม่มีรายใดที่เป็นมือระเบิดตัวจริง

สาเหตุที่ทำให้คนร้ายถูกจับนั้นไม่ได้มาจากโปรไฟลิ่งโดยตรง แต่เป็นเพราะข้อความที่คนร้ายเผลอหลุดออกมาในจดหมายเสียมากกว่า
"I was injured on job at Con Edison plant - As a result I am adjudged - Totally and permanently disabled."
และในจดหมายอีกฉบับ คนร้ายก็ระบุมาอีกว่าวันที่เกิดอุบัติเหตุนั้นคือวันที่ 5 กันยายน 1931 และทำให้ชื่อของจอร์จ เมเทสกี้ปรากฏขึ้นในฐานะผู้ต้องสงสัยในที่สุด
เมเทสกี้เป็นอดีตพนักงานบริษัท United Electric & Power Company ซึ่งถูกรวมเข้ากับคอนเอดิสันในภายหลัง บริษัทคอนเอดิสันมีการรวมบริษัทเช่นนี้หลายครั้งหลายหนจนเป็นการยากที่จะสืบค้นข้อมูลพนักงาน หากตำรวจก็ล้างชื่อของเมเทสกี้ออกมาได้ในท้ายที่สุด

เมเทสกี้ประสบอุบัติเหตุระหว่างงานในโรงงาน หลังจากนั้นเขาป่วยเป็นวัณโรคซึ่งเจ้าตัวอ้างว่ามีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุดังกล่าว หากทางบริษัทก็ไม่รับฟังคำร้องเรียนของเขาเลยแม้แต่น้อย

เมเทสกี้เป็นผู้อพยพชาวโปแลนด์ซึ่งอาศัยอยู่ในคอนติเนคัทกับพี่สาวสองคน เขาเป็นคนสุภาพแต่งตัวเรียบร้อย เพื่อนบ้านไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขานัก ทราบแต่ว่าเจ้าตัวมักออกไปทำธุระที่นิวยอร์คบ่อยๆและไปโบสถ์ทุกปลายสัปดาห์ ซึ่งทั้งหมดนี้ตรงกับโปรไฟลิ่งของบรัสเซลทุกประการ
หลังจากการจับกุมในวันที่ 21 มกราคม 1957 เมื่อถูกถามถึงความหมายของชื่อย่อ F.P. ในท้ายจดหมาย เมเทสกี้ก็ยิ้มและตอบว่าชื่อนั้นย่อมาจาก"Fair Play"นั่นเอง


เมเทสกี้ในสถานบำบัด

เมเทสกี้ถูกตัดสินว่ามีอาการทางจิตและถูกส่งตัวไปรักษาในสถานบำบัด บรัสเซลไปพบกับเมเทสกี้หลายครั้งและยืนยันว่าเมเทสกี้ไม่มีความตั้งใจจะฆ่าใครเลยแม้แต่น้อย เขาถูกปล่อยตัวออกมาในปี 1973 หลังจากนั้นก็มีชีวิตอีกนานถึงยี่สิบปี ก่อนจะเสียชีวิตไปเมื่อมีอายุได้ 90 ปีเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 1994

* แถมค่ะ
คดีของเมเทสกี้ทำให้บรัสเซลโด่งดังขึ้นมาในเรื่องการโปรไฟลิ่งก็จริง หากในคดีนักฆ่ารัดคอแห่งบอสตัน ข้อมูลโปรไฟลิ่งของบรัสเซลก็แตกต่างจากอัลเบิร์ต เดซัลโวซึ่งเป็นคนร้ายตัวจริงโดยสิ้นเชิง


แก้คำผิด

Comment

Comment:

Tweet


เพิ่งได้ดู series เรือ่ง Criminal Mind เป็นเรื่องเกี่ยวกับการสืบสวนโดย Profiling ล้วนๆ ไม่รู้โอ๋เคยดูหรือยังนะ สนุกดีเหมอืนกันล่ะจ้ะ
#21 by reafre At 2010-01-19 12:00,
อืมมมท่าทางจะเป็นโรคจิตจริงๆนะ อืมมม แต่ก็ถุกปล่อยตัวออกมาแล้วก็มีอายุยืนยาวได้ขนาดนั้น น่าสนใจดีค่าเเกี่ยวกับ profiling.
#20 by reafre At 2009-01-30 16:49,
โอ้ โปลไฟล์ลิ่ง ...น่าสนใจจริงๆopen-mounthed smile
#19 by aerith-chan At 2008-10-07 21:12,
เย่เย่ ยินดีต้อนรับกลับบ้าน(สายไปมั๊งนี่?)
เพิ่งได้กลับเข้ามาอ่าน ว๊าวๆ อัพไปเยอะเลยนะขอรับ
#18 by ~Ayu_Ma'[Zou]~ At 2008-09-20 05:12,
ขอบคุณค่ะ ขอปุ๊บได้ปั๊บ รวดเร็วทันใจมากๆ
(คราวที่แล้วพิมพ์ ลืมดูชื่อล็อคอิน เลยกลายเป็นอันอื่นไปซะนี่sad smile)

สรุปแล้ววิธีนี้ก็คือสถิติกับความน่าจะเป็นสินะ โอกาสผิดพลาดก็มี คนที่จะนำวิธีนี้มาใช้ได้ต้องมีประสบการณ์ชีวิตสูงทีเดียว

พูดถึงโปรไฟลิ่งแล้วก้นึกถึงการ์ตุนเรื่องนั้นเหมือนกันค่ะ หลังๆนี่ทั้งหนังทั้งนิยายทั้งซีรีย์ก็พูดวิธีนี้เยอะทีเดียว
#17 by W-mira-S At 2008-09-14 19:49,
มีแม่นบ้าง มีพลาดบ้าง แต่แม่นจนน่ากลัวแฮะถ้าแม่น
F.P. เหมือนในCSIเลยอ่ะสงสัยนี่อาจจะเป็นต้นแบบ
R.Black นี่ใช่รีเควสของผมรึเปล่าจำไม่ค่อยได้แฮะใช่ที่เป็นคดีดังที่อังกฤษรึเปล่าครับถ้าใช่ก็น่าจะใช่ครับ ขอรีเควสเพิ่มเติมนะครับคดีที่มีคนถูกทำร้ายแล้วขโมยอวัยวะไปขายน่ะจำชื่อคนทำไม่ได้น่ะครับ
#15 by kindaichi (58.137.12.74) At 2008-09-12 18:15,
บางทีอ่านโปรไฟล์ลิ่งแล้วก็รู้สึกว่า เอ๊ะ ก็น่าจะเป็นอย่างนี้อยู่แล้วนี่นา หรืออะไรประมาณนี้เลยง่ะ แต่บางทีก็รู้สึกว่า รู้ได้ไง สงสัยต้องรวบรวมเยอะแยะน่าดู
#14 by uregus At 2008-09-12 16:55,
แอบนึกถึงในเรื่อง ไซโคเมเทลอร์ เอย์จิ ...ตอนคดีนักวางระเบิด ก็ให้อารมณ์คล้ายๆกันยังไงไม่รู้ฮับ big smile
#13 by DDP At 2008-09-11 16:02,
ของเขาแม่้นจริงๆ


ถ้ายังเปิดรีเควสอยู่ผมขอเรื่องเกรกอรี่ รัสปูตินนะครับbig smile
blog สีแดงแสบตาจัง - -
#11 by floritasviri At 2008-09-11 15:05,
หน้าตาคนร้ายดู "จิต" จริงๆ

ชอบครับ ^^ ยังรับรีเควสท์อยู่ไหมครับ?
#10 by At 2008-09-11 11:53,
การทำโปรไฟลลิ่ง เป็นอะไรที่กว้างและยากมากๆ
ต้องใช้ทั้งหลัก จิตวิทยา อาชญาวิทยา และองค์ประกอบความรู้อื่นๆมารวมกัน

ข้อดีของการทำโปรไฟลลิ่ง คือ ช่วยทำให้โฟกัสผู้ต้องสงสัยได้แคบลงและลดเวลาในการสืบสวนไขคดี
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีโอกาสที่จะผิดพลาดกันได้sad smile
#9 by anonymous At 2008-09-11 09:56,
น่าสนใจ
#8 by นายฉิม At 2008-09-11 08:44,
อืมม...จาว่าไปแล้วการทำโปรไฟลิ่งแบบนี้คล้ายๆกับการเก็บสถิติรึเปล่าคะembarrassed ประมาณว่า...เก็บข้อมูลไว้ก่อนว่าคนที่มีพฤติกรรมแบบนี้ มักจาเป็นคนลักษณะไหน แล้วก้อพอมีพฤติกรรมแบบเดียวกับที่เคยเก็บข้อมูลมา ก้อค่อยย้อนไปดูว่าควรจาเป็นคนแบบไหน (งงมั้ยเอ่ยsad smile)
#7 by imai283 At 2008-09-11 02:26,
แอบทึ่งตรงเรื่องใส่สูทติดกระดุมสองแถว แม่นมากจนตกใจค่ะ wink

ตกใจอีกเรื่องคืออยู่ถึงตั้งอายุ 90 =[]=!

แต่โปรไฟลิ่งนี่ถ้าไปเจอคนแปลกๆแบบทำอะไรไม่เป็นเหตุเป็นผลก็คงปรับใช้ยากเหมือนกันนะคะ
#6 by Yuzu At 2008-09-10 23:43,
หายไปนาน อยากจะบอกว่า

คิดถึงนะครับ
#5 by Demigod At 2008-09-10 23:26,
รู้สึกว่าคดีนี้จะดังมากๆ เลยนะคะ ประมาณว่าอีตาเมเทสกี้นี้เปิดประตูรับตำรวจในชุดสูทกระดุมสองแถวนี่เลย โปรไฟล์ได้แม่นจริงๆ แต่เพิ่งรู้นะคะว่าอายุแกยืนยาวมาได้ขนาดนี้...

รีเควสต์คดีของ Mary Bell ได้ไหมคะ เคยอ่านมาคร่าวๆ แล้วรู้สึกว่าน่าสนใจดีค่ะ

ปล.เชียร์ให้คุณโอ้ลองหา Series Criminal Minds มาดูค่ะ ออกมา 2 season แล้ว สนุกมากๆ เลย double wink Hot!
#4 by draco At 2008-09-10 22:56,
Hot! Hot!

ยังสุดยอดเหมือนเดิมเลยครับ...^0^

ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ๆครั้งนี้ครับ...

อยากจะช่วยรีเควสนะคะ แต่ไม่มีความรู้เรื่องพวกนี้เลยค่ะ เลยไม่รู้ว่าตัวเองอยากจะรู้เกี่ยวกับคดีอะไรบ้าง...

แต่จะคอยตามอ่านนะคะdouble wink สู้ๆค่ะ
#2 by ทานุขนฟู At 2008-09-10 22:01,
ฟังดูคล้ายกับการสรุปจากผลไปหาเหตุ ตอนเรียนรู้สึกเหมือนว่าจะใช้ประโยชน์ได้น้อย แต่พอได้มาอ่านแบบนี้แล้วรู้สึกว่าอ๋อ เขาใช้กันแบบนี้นี่เอง น่าทึ่งจริงๆbig smile
#1 by -----ROGER----- At 2008-09-10 21:12,