2010/Apr/17


โดยความเห็นส่วนตัวแล้ว ข้าพเจ้ารู้สึกว่าคดีฆาตกรรมเพื่อหวังทรัพย์มักจะน่าเบื่อ เพราะมันขาดความซับซ้อนและไม่มีอะไรแปลกใหม่ค่ะ แต่พอคนร้ายเป็นผู้หญิงทีไร คดีก็มักจะมีอะไรแปลกๆให้น่าสนใจขึ้นมาทันที
และนี่ก็เป็นอีกคดีหนึ่งที่ถูกความเป็นอาร์ตตัวแม่แต่งแต้มจนกลายเป็นคดีพิสดารขึ้นมาทีเดียว



Marie Hilley (1937-1987)

ชื่อเดิมของเธอคือ ออเดรย์ แมรี่ ฟราเซียร์ เกิดเมื่อ 4 มิถุนายน 1937 ที่รัฐอลาบาม่า และแต่งงานกับแฟรงค์ ฮิลลีย์เมื่อปี 1950 ทั้งสองมีลูกชายลูกสาวอย่างละคนชื่อไมค์และแครอล แฟรงค์เคยประจำการอยู่ในกองทัพเรือ หากเขาก็ทนใช้ชีวิตอยู่ห่างจากครอบครัวไม่ได้ จึงลาออกจากกองทัพและเข้าทำงานในโรงงานแปรรูปเหล็กซึ่งประสบความสำเร็จได้เป็นถึงผู้จัดการ ไม่ว่าจะมองจากมุมไหน ครอบครัวฮิลลีย์ก็คือครอบครัวธรรมดาที่แสนจะสงบสุข หากจะมีสิ่งเดียวที่เป็นความผิดปกติของบ้านฮิลลีย์ นั่นก็คงจะเป็นนิสัยสุรุ่ยสุร่ายของแมรี่นั่นเอง และแมรี่ก็มีหนี้สินจำนวนมากที่ไม่มีใครในครอบครัวล่วงรู้ด้วย


ครอบครัวฮิลลีย์

23 พฤษภาคม 1975 แฟรงค์เสียชีวิตอย่างกะทันหัน เขาอาเจียนอย่างหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาล หลังจากทุรนทุรายอยู่กว่า 5 วันก็สิ้นลมไป ซึ่งแพทย์วินิจฉัยการตายว่าเนื่องจากโรคตับอักเสบแบบมีการติดเชื้อ และแมรี่ก็ได้รับเงินประกันชีวิตจำนวนสามหมื่นดอลลาร์จากการตายของเขา
ทันทีที่มีเงินก้อนในมือ แมรี่ก็แสดงนิสัยฟุ่มเฟือยของตนออกมาทันที เธอซื้อรถใหม่ ซื้อเครื่องเพชร เสื้อผ้าและเฟอร์นิเจอร์ นอกจากนี้ยังซื้อมอเตอร์ไซค์กับเครื่องเสียงให้แครอลซึ่งยังเป็นนักศึกษาอยู่ ซื้อตู้เย็นกับเครื่องซักผ้าให้ไมค์กับลูกสะใภ้ รวมทั้งไม่ลืมที่จะซื้อแหวนเพชรให้แม่ผัวที่กำลังเศร้าโศกกับการตายของแฟรงค์อีกด้วย

พอเงินประกันเริ่มร่อยหรอ ก็มีจดหมายขู่ส่งมาหาบ้านแมรี่ ขู่ว่าจะเผาบ้านของพวกเขา
ในไม่ช้า บ้านถูกเผาจริงๆ และแมรี่ก็ได้เงินประกัน
พอเงินก้อนนี้เริ่มร่อยหรอ คราวนี้ก็มีขโมยขึ้นบ้าน หากโชคดีที่แมรี่ถ่ายรูปเครื่องเพชรที่ถูกขโมยไปเก็บไว้ทุกชิ้น เธอจึงได้เงินประกันมาอีกก้อนหนึ่ง
หลังจากนี้ ครอบครัวฮิลลีย์ก็ยังได้รับโทรศัพท์ข่มขู่และมีขโมยขึ้นบ้านอีกหลายครั้ง ตำรวจถูกเรียกมาทุกครั้ง จนในที่สุดก็มีการติดตั้งเครื่องติดตามสายกับโทรศัพท์ครอบครัวฮิลลีย์ ซึ่งพร้อมกันนั้น โทรศัพท์ข่มขู่ก็เงียบหายไปในทันที
พอบ้านถูกเผาอีกครั้ง แมรี่ก็ขายทีดินแล้วย้ายไปพักตามอพาร์ทเมนท์ตรงโน้นทีตรงนี้ที มาถึงตอนนี้ ญาติๆของเธอจึงรู้ในที่สุดว่าแมรี่กำลังหนีจากเจ้าหนี้ที่มาตามทวงเงินนั่นเอง

ไม่นานนัก แมรี่ก็กลับไปอยู่บ้านพ่อแม่ของแฟรงค์ ช่วงนี้เองที่เธอเริ่มมีพฤติกรรมประหลาด เธอเลิกอ่านนิยายรักที่เคยชื่นชอบ แล้วหันไปคลั่งอ่านหนังสือไสยศาสตร์แทน แมรี่เริ่มออกมาเดินวนเวียนกลางดึกและพูดพึมพำกับตัวเองในกระจก
พร้อมกันนั้นเอง แครอลก็เริ่มป่วยด้วยอาการเดียวกับแฟรงค์ แมรี่คอยเฝ้าพยาบาลลูกสาวอย่างใกล้ชิด และแครอลก็ค่อยๆผ่ายผอมจนในที่สุดก็ไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงได้
ในตอนแรก แพทย์ยังคิดว่าเด็กสาวป่วยเป็นโรคเบื่ออาหาร จนกระทั่งแครอลบอกความจริงอันน่าแตกตื่นว่าแม่ฉีดของเหลวสีขาวให้กับเธอ และเมื่อทำการตรวจโดยละเอียดก็พบสารหนูจำนวนมากจากร่างกายของแครอล

เมื่อตำรวจทราบเรื่อง พวกเขาก็กังขาต่อการตายของแฟรงค์ และเมื่อศพของแฟรงค์ที่ถูกขุดขึ้นมา ศพนั้นแทบจะไม่เน่าเปื่อยทั้งๆที่ถูกฝังไว้กว่าสี่ปีแล้ว ซึ่งนั่นก็เพราะสารหนูมีผลในการรักษาศพด้วย จึงเป็นที่แน่ชัดว่าสาเหตุการตายของแฟรงค์ก็คือสารหนูนี่เอง
เพื่อตรวจสอบให้ละเอียดยิ่งขึ้น ศพของลูเชีย ฟราเซียร์ แม่ของแมรี่ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 1977 ก็ถูกขุดขึ้นมาด้วย และมีการตรวจพบสารหนูจำนวนมากจากตับของเธอเช่นกัน

ฝ่ายแมรี่นั้น เธอเพิ่งถูกจับในคดีเช็คเด้งซึ่งมีมูลค่า 6500 ดอลล่าร์ ทันทีที่ได้รับการปล่อยตัว แมรี่ก็หนีหายไป มีการพบจดหมายทิ้งไว้ในโมเตลที่เธอเข้าพัก ระบุว่าเป็นการลักพาตัว ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเชื่อ ก็ใครจะมาลักพาตัวผู้หญิงวัยกลางคนที่มีหนี้สินล้นตัวไปทำอะไรกันเล่า ชื่อของแมรี่จึงถูกบันทึกลงในรายการอาชญากรนำจับในไม่ช้า

ถ้าเป็นคดีทั่วไป เรื่องก็คงจะจบอยู่แค่นี้
แต่คดีของแมรี่ ฮิลลีย์ยังไม่ยอมจบง่ายๆขนาดนั้น

พฤศจิกายน 1979 แมรี่หนีไปรัฐจอร์เจีย ก่อนจะเลยไปยังฟลอริดา เธอคบกับผู้ชายคนแล้วคนเล่า จนในที่สุดก็ตกลงปลงใจอาศัยอยู่กินกับจอห์น โฮแมนซึ่งเป็นช่างต่อเรือ แมรี่เปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นลินด์เซย์ รอบบี้ แฮนนอน และบอกว่าตัวเองอายุ 35 ปี (น้อยกว่าความจริง 11 ปี) ซึ่งโฮแมนก็หลงรักรอบบี้หัวปักหัวปำพอที่จะเชื่อในทุกอย่างที่เธอบอก

ทั้งคู่อยู่กินกันประมาณหนึ่งปีก่อนที่รอบบี้จะแต่งงานกับโฮแมนแล้วย้ายไปอยู่นิวแฮมเชียร์ ช่วงนี้เองที่รอบบี้เริ่มบ่นถึงอาการปวดหัวอย่างแรง และพูดถึงน้องสาวฝาแฝดของเธอผู้อาศัยอยู่ที่เท็กซัสบ่อยครั้งขึ้น
ฤดูร้อนปี 1982 รอบบี้เดินทางไปรับการผ่าตัดที่เยอรมันตามคำแนะนำของน้องสาวฝาแฝด และสามอาทิตย์หลังจากนั้น เทรี่ มาร์ตินซึ่งอ้างตัวว่าเป็นน้องสาวของรอบบี้ก็โทรศัพท์มาบอกว่าพี่สาวของเธอเสียชีวิตแล้ว
แน่นอนว่าทั้ง
รอบบี้และแมรี่ไม่มีน้องสาว เทรี่ มาร์ตินก็คืออีกหนึ่งร่างอวตารของเธอนั่นเอง


เทรี่ มาร์ติน

ปลายปีเดียวกัน เทรี่ มาร์ตินปรากฏตัวขึ้นที่บ้านโฮแมน นอกจากผมบลอนด์และน้ำหนักตัวที่ลดลงแล้ว เธอเหมือนกับรอบบี้เสียจนทุกคนประหลาดใจ และต้องประหลาดใจยิ่งกว่านั้นเมื่อเทรี่เข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านโฮแมน สวมเสื้อที่รอบบี้เคยสวม และทำงานในที่ทำงานของรอบบี้ คนรอบข้างต่างงุนงง หากก็นึกไม่ถึงว่ารอบบี้กับเทรี่จะเป็นคนๆเดียวกันจริงๆ

แมรี่ ฮิลลีย์ได้กลายมาเป็นเทรี่ มาร์ตินผู้มีชีวิตใหม่สมดังที่เธอวางแผนไว้ หากช่างบังเอิญที่ในตอนนั้นมีอาชญากรซึ่ง FBI ตามล่าอยู่ใช้ชื่อปลอมว่า"เทรี่ มาร์ติน"จริงๆ และรูปพรรณสันฐาน"ผมบลอนด์ อายุ 36 ปี"ก็ตรงกับเธอพอดี

12 มกราคม 1983 นายตำรวจหลายคนล้อมจับเทรี่เพื่อนำตัวไปสืบสวน เธอถอดใจในที่นั้นเอง
"ฉันยอมแพ้ก็ได้ พูดตามตรงว่าฉันก็เหนื่อยมากแล้ว ฉันงงไปหมดแล้วว่าตัวเองเป็นใครกันแน่"
แน่นอนว่าตำรวจเองก็งงเหมือนกัน แต่ในไม่ช้า พวกเขาก็ทราบว่าเธอคือแมรี่ ฮิลลีย์ที่ถูกประกาศจับอยู่ จะเรียกว่าเป็นการจับกุมแบบไม่คาดฝันทีเดียว

ฝ่ายจอห์น โฮแมนนั้น เขาซื่อตรงต่อความรักที่มีให้รอบบี้จนถึงที่สุด เขาทุ่มเงินทั้งหมดให้กับค่าใช้จ่ายทนายสำหรับคดีของแมรี่ และลงทุนย้ายไปอยู่ในโรงแรมราคาถูกใกล้กับเรือนจำเพื่อเป็นกำลังใจให้กับแมรี่ หากแมรี่ก็หนีไม่พ้นข้อกล่าวหา และถูกตัดสินจำคุก 20 ปีในคดีพยายามฆ่าแครอล

19 กุมภาพันธ์ 1987 แมรี่ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นเวลาสามวัน เธอมาพบโฮแมนที่โรงแรมคืนหนึ่ง ก่อนจะหนีหายไปโดยไม่ยอมแม้แต่จะบอกลา
อีกสี่วันหลังจากนั้น แมรี่ถูกพบที่หน้าระเบียงบ้านเก่าที่เธอเคยอาศัยอยู่ในวัยเด็ก เธอมอมแมมและเปียกโชก ทั้งตัวมีรอยฟกชัำราวกับคนจรจัดก็ไม่ปาน รถพยาบาลถูกเรียกมาในทันที หากเธอก็เสียชีวิตด้วยอาการหัวใจทำงานไม่ปกติในไม่ที่นาทีหลังจากนั้น ช่างเป็นจุดจบที่โดดเดี่ยวและน่าเศร้าเมื่อคิดถึงขีวิตอันโลดโผนที่แมรี่ ฮิลลีย์ผ่านมา




เขียนคดีนี้แล้วก็นึกถึงคดีของฟุคุดะ คาสึโกะค่ะ อันนี้ก็เมามันราวกับหนังเรื่องนึงเลย ไว้หารายละเอียดได้เยอะๆแล้วจะลองเขียนดูค่ะ ><


edit
แก้ชื่อรัฐค่ะ
ขอบคุณคุณยูกิที่เตือนมาด้วยค่ะ ><

Comment

Comment:

Tweet


น่าสนใจหลายเรื่องเลย ขอแอดบลอกนะคะHot!
#28 by Orora&Shota At 2010-12-24 13:38,
อยากอ่านเรื่องวรรณะในอินเดียจังครับ อยากรู้ว่าตอนนี้ยังแบ่งชนชั้นกันอยู่มั้ย
#27 by llnu (125.25.34.210) At 2010-09-11 14:31,
อัพเดตต่อแล้วว
รอมานาน ชอบมากๆบล็อคนี้ รออ่านตลอดนะคะ อย่าทิ้งกันน้า
#26 by Lemonsoda (124.157.238.217) At 2010-08-14 00:53,
อืม บางทีก็ไม่เข้าใจว่าทำไปยังไงอะ ทำกับสามีตัวเอง ลูกตัวเองได้

อ่านๆไปแล้วก็รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังเลย
#25 by drizzle At 2010-05-20 17:18,
อยากรู้เรื่องคดีของ Sharon Marie Tate น่ะค่ะ ช่วยลงให้หน่อยได้มั้ยคะ เห็นว่าโหด เลยอยากอ่าน
#24 by uregus At 2010-05-17 17:01,
ขอบคุณค่ะ
รออ่านอยู่เสมอนะคะ
ดีใจที่คุณมาอัพค่ะbig smile confused smile
#23 by Honey (118.172.132.202) At 2010-05-09 01:15,
อะ...อัพแล้วอะ!

รอคดีฟุคุดะ คาสึโกะ เหมือนกันค่ะ

ผู้หญิงเห็นหลายคนจากในคดีก่อนมันจะคล้ายๆกันตรงที่พยายามฆ่าคนอื่นเพื่อหวังเงินเนี่ยแหละ
#22 by เด็ก odin (183.89.61.138) At 2010-04-30 22:18,
ตามอ่านมาหลายเอนทรี่แล้วล่ะครับ แต่ปกติจะทำตัวเป็นนักอ่านเงา

เอ่อ ผมงงกับ "รัฐอบาฮาม่า" นิดหน่อยนะ
หมายถึงรัฐ อลาบาม่า รึเปล่าครับ? หรือจะเป็นบาฮามาส?

อ่านแล้วรู้สึกละเหี่ยใจ ฆ่าสามีตัวเอง ฆ่าแม่ตัวเองยังพอจะพยายามทำความเข้าใจฆาตกรได้นะ แต่จะฆ่าลูกตัวเองนี่เหลือเกินจริงๆ sad smile
#21 by ~ยูกิ~ At 2010-04-18 13:02,
โอ้อ่านแล้วทึ่งจริงๆ
แ่ต่ชีวิตที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนจริงๆ
บางช่วงอย่างกับในหนังเลย
#20 by Elta_kung At 2010-04-18 02:49,
อัพแล้วๆๆๆๆbig smile big smile big smile
#19 by boodtood At 2010-04-18 00:21,
ไม่เจอกันตั้งนาน เย้~
ขันน้ำ ขันน้ำ
#18 by aerith-chan At 2010-04-17 22:40,
อืม แปลกมากๆ ค่ะ ดูสับสนนะ

รออ่านคดีฟุคุดะ คาสึโกะค่ะปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ Hot! Hot!
#17 by uregus At 2010-04-17 21:43,
เป็นคดีที่แปลกดี นึกไม่ออกเลยว่าชีวิตในอดีตของแมรี่เป็นอย่างไร ถึงส่งผลให้กลายเป็นแบบนั้นไปได้
#16 by Ellebazi At 2010-04-17 21:36,
รอมานานแล้วครับ !

คดีนี้ทำให้ย้อนคิดถึงคนที่พยายามหลอกตัวเอง และได้พบว่าสุดท้าย การหลอกตัวเองก็มีแต่ทำให้ตัวเองเจ็บปวดมากขึ้นด้วย

Hot! Hot! Hot!

จะรอติดตามต่อไปครับผม
#15 by Kuro Noire At 2010-04-17 21:03,
คิดถึงคุณโอ้ค่ะ คดีที่นำมาเล่าสนุกสนานเป็นอุทาหรณ์เหมือนเดิม รออ่านคดีต่อไปอยู่นะคะ open-mounthed smile Hot! Hot!
#14 by draco At 2010-04-17 21:00,
อัพแล้วววว

confused smile ขันน้ำ ขันน้ำ
#13 by พ. At 2010-04-17 20:38,
ขันน้ำ ขันน้ำ โกหกตลอดชีวิตขันน้ำ ขันน้ำ
#12 by wesong At 2010-04-17 19:17,
เย้ๆ อัพเดทแล้ว

รออ่าน case ต่อไปอยู่นะคะ ^^
#11 by harukie At 2010-04-17 18:01,
ดราม่าได้ซับซ้อนมากsad smile
#10 by -:-Rin-Ray Nightray-:- At 2010-04-17 17:13,
Hot! Hot! Hot! ขอบคุณที่กลับมาค่ะ
เธอคนนี้ดราม่ามากๆเลยง่ะ โกลาหลได้จริงจัง
รออ่านต่อตอนถัดไปนะคะ
#9 by songsage At 2010-04-17 16:24,
ว้าวว! กลับมาแล้วเหรอคะ ตามอ่านอยู่นานเลยค่ะ เขียนได้ดีจริง ๆ cry Hot!
#8 by 未来 深 遠 - - [M]irai_[F]uen~~ At 2010-04-17 15:55,
เฮ้ อัพแล้ววว ><"

เป็นแฟนบล็อคนี้อยู่นะคะconfused smile
#7 by erioru At 2010-04-17 15:44,
อูย คุณป้าแกช่างซับซ้อนจริงๆนะคะ wink
#6 by Fubuki At 2010-04-17 15:31,
หนีไม่พ้นจริงๆHot! Hot!
#5 by εїз.moni At 2010-04-17 15:20,
เห็นรูปแรกแล้วรู้สึกแวบมาเลยว่า หน้าคล้ายคุณจารุณีมากๆ (แต่รูปนี้รูปเดียวนะ) Hot!
#4 by sasarai At 2010-04-17 15:06,
Hot! Hot!
>.< รอมานานเช่นกัน
#3 by K_sama At 2010-04-17 15:05,
อืม คนที่หลอกลวงตัวเองและคนอื่นไปเรื่อยๆสุดท้ายก็ต้องพบจุดจบที่น่าสังเวชใจไร้ใครเคียงข้างนี่นะ เฮ้อ Hot! Hot!
กลับมาอัพเดทแล้ว!

confused smile Hot!
#1 by blade At 2010-04-17 14:49,